“กานต์ ทศน” ควง “นางเอก สัปเหร่อ” เผยสถานะแค่ผู้จัดการหรือแฟน? พร้อมเล่าปาฏิหาริย์ หลวงพ่อกวย

นางเอกหนังสัปเหร่อ แพมมี่ ไทบ้าน ควงคู่นักร้องลูกทุ่ง กานต์ ทศน มาสรุปสถานะว่าเป็นแค่ผู้จัดการดาราหรือเป็นแฟนกัน พร้อมเคลียร์ดราม่าหากินกับเกจิอาจารย์ดัง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow  ทางช่อง วัน31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้สัปเหร่อ ทำเงินเลย 700 ล้าน พุ่งสู่ 800 ล้าน ดีใจไหม?

แพมมี่ : ดีใจค่ะ ดีใจกับเด็ก ๆ อีสานด้วย เราเริ่มจากศูนย์ พอมันมาไกลขนาดนี้ มันก็ไกลเกินฝัน

หนังสัปเหร่อ พลิกชีวิตแพมมี่เลยไหม?

แพมมี่ : พลิกชีวิตค่ะ ที่จริงหนูพลิกมาตั้งแต่ไทบ้านรอบแรกแล้ว แต่ว่าคนอาจจะไม่ได้รู้จักหนู แต่พอมาพาคนี้เหมือนเปิดตาให้คนเห็นเรามากขึ้น

น้องกานต์อยู่ด้วยตลอด มาเห็นความสำเร็จของแพมมี่รู้สึกยังไงบ้าง?

กานต์ : ดีใจครับ เราสองคนต่างเป็นคนที่สู้ฝันเหมือนกัน แล้ววันนึงเราได้มาเจอกัน ถึงแม้ผมจะพิชิตฝันได้เร็วกว่า เขาอาจจะมาในปีนี้ แต่มันเป็นปีที่โชคดีมากเลย เพราะถ้าสมมติมันมาพร้อมกันในปีที่แล้วเราไม่รู้จะทำงานกันยังไง เพราะเรามีอยู่สองคน แล้วทีมงานอีกสองคน มันโชคดีมากที่ต่างคนต่างประสบความสำเร็จในแต่ละปี

หลายคนอยากรู้ว่าตกลงเป็นแฟนกันใช่ไหม?

กานต์ : สถานะแฟนหลาย ๆ คู่เขาบอก ผมมีสถานะที่มากกว่านั้น ซึ่งสถานะนี้คือ สถานะเฟื่อน เปรียบเหมือนการดูแลซึ่งกันและกัน ลึกซึ้งนะครับ  ถ้าคำว่าแฟนสำหรับผมใคร ๆ ก็เรียกได้ ตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมา มันดูแลกันมากกว่าแฟนครับ

ครั้งแรกที่เจอกัน?

กานต์ : นี่หยิ่งมากครับ ผมหัวเกรียน ๆ ตอนนั้นเรียน รด.อยู่ อายุเราห่างกันประมาณ 5-6 ปี เขาแก่กว่าผม ตอนแรกผมคิดว่าเขาอายุไล่ ๆ กับผม

แสดงว่าเราไหว้เขา แต่เขาไม่รับไหว้เรา?

กานต์ : ใช่ คือเราไหว้ทุกคน แต่คนนี้หน้าตาดีนะ เราก็เป็นคนชอบคนสวยอยู่แล้วไง ก็ไปสวัสดีครับ เอ้า…เมิน

เขาสายตาสั้นหรือเปล่า?

กานต์ : ไม่ใช่หรอก จริง ๆ

วันนั้นจริง ๆ คือ?

แพมมี่ : หิวข้าวค่ะ เครื่องดีเลย์ หนูหิวเลยเดินไปกินข้าวโดยที่ไม่ได้มองใคร แต่ก็ยิ้มใส่ทุกคนนะคะ หนูก็สวัสดีทุกคนที่หนูรู้จัก

ประมาณกี่ปีที่แล้ว?

แพมมี่ : ประมาณ 6-7 ปี

กานต์ : นานแล้วครับ ตั้งแต่ไทบ้าน 2.2 

ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้เริ่มคุยกันได้ยังไง?

กานต์ : ผ่านเฟสครับ ผมรู้อยู่แล้วว่าเขาคนอุดร ผมแอบเข้าไปส่อง ทีนี้ผมจะไปถ่ายหนังที่อุดร เลยทักไปหาเขาถามว่ามีร้านชิล ๆ ไหมที่อุดร ซึ่งความหมายผมก็ร้านนม ร้านขนมปัง แต่เขาส่งร้านเหล้ามาเพียบเลย แต่เราไม่ได้บอกว่าจะไปร้านไหน แค่อยากหาเรื่องคุยกับเขาเฉย ๆ พอไปถ่ายหนังก็มีโอกาสเจอกันบ้าง เริ่มคุยกัน แต่ส่วนใหญ่คุยกันทางโทรศัพท์มากกว่า เพราะผมอยู่กาฬสินธุ์

ตอนที่น้องกานต์ทักไป เรารู้สึกยังไง?

แพมมี่ : ช่วงนั้นหนูเป็นเสือเลย คือเราไม่มีแฟน เราก็คุยทุกคน

ตอนนั้นรู้สึกว่าเขาจีบเราไหม?

แพมมี่ : ไม่ได้รู้มึกจีบเลย เพราะปกติเราคุยกันเล่นๆ กับทุกคน

มาเริ่มพิเศษตอนไหน?

แพมมี่ : ชอบมากวน ไล่ก็ไม่ไป

กานต์ : ผมไปได้ไง ผมไม่มีเงิน คือเขาไม่อยากคบเด็ก เขากลัวเรื่องวุฒิภาวะ ความคิดไม่ตรงกัน แต่เราก็อยากพิสูจน์ว่าเราก็มีความเป็นผู้ใหญ่ในวัยบองเรา เพราะว่าเราทำงานตั้งแต่เด็ก เราเลยได้พิสูจน์กันมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันนี้

ตอนนั้นยังไม่ได้ออกคาถาขุนแผนใช่ไหม แล้วคบกันกี่ปีเราถึงประสบความสำเร็จ?

กานต์ : 4-5 ปีประมาณนี้

มีเหตุการณ์ที่เกือบทำให้กานต์ไม่ได้ร้องเพลงนี้ แล้วแพมมี่ เกือบไม่ได้เป็นนางเอก 800 ล้านแล้ว?

กานต์ : เป็นช่วงโควิด การเงิน การงานมันไม่เข้ามา เราไม่มีเงินที่จะไปต่อ เพราะว่าเงินที่เรามีมันใช้เดี๋ยวก็หมดไปเรื่อย ๆ ตัวแม่ผมเองใกล้เกษียณแล้ว เรามีความเป็นห่วงแม่ แล้วเขาก็อยู่กับแม่แล้วก็น้อง แล้วผมอยู่กับแม่สองคน เราต่างก็มีแม่เหมือนกัน เราก็เลยหาทางออกกัน แพมมี่บอกว่าจะไปทำงานที่เมืองนอก ไปร้องเพลงสักพัก เพื่อเก็บเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนผมเขียนเพลง แต่ตอนนั้นผมขายเพลงไม่ได้เลยตอนนั้น

เห็นว่านั่งคุยแล้วร้องไห้?

กานต์ : ใช่ครับ นั่งคุยในรถ ตอนที่ไปอัดคาถาขุนแผน

แพมมี่ : ตอนนั้นกำลังจะไปอัดเพลงใหม่หนู วันนั้นไม่ได้จะไปอัดคาถาขุนแผน วันนั้นเราไม่ค่อยมีทุน เพราะว่าเวลาอัดเพลงมันต้องใช้เงินเยอะใช่ไหมค่ะ วันนั้นไปนั่งกับพี่เขาที่อยู่ห้องอัด เขาบอกเอามาให้พี่แค่พันเดียวก็ได้ เดี๋ยวพี่ทำให้ แล้วมีน้อง ๆ 2 คนเรียนที่เดียวกัน เขามาช่วยถ่ายให้

เห็นบอกว่าตอนแรกตะใช้มือถือถ่าย?

กานต์ : ครับ

แพมมี่ : ตอนแรกใช้มือถืออัดเพลง เสียงมันแตก ไม่ค่อยเพราะ แล้วคราวนี้พี่เขามาฟัง เขาบอกมันไม่ได้

กานต์ : ด้วยความที่1.เราไม่มีงบครับ

แพมมี่ : แล้วเราไม่รู้ด้วยว่าเพลงมันจะดังหรือเปล่า

กานต์ : ตอนนั้นมันเริ่มมีกระแสแหละ พระอาจารย์แจ้ท่านเริ่มอาบน้ำมนต์ แต่ตอนนั้นมันออกเป็นเวอร์ชั่นคู่ ตั้งใจจะทำถวาย ทีนี้เราอยากทำเป็นการเล่าเรื่องราวเดี่ยว ๆ ของเรา แต่ด้วยความที่เรางบไม่มี พูดตามตรงผมเป็นคนขี้งกมาก เราก็เลยแบบอัดโทรศัพท์ก็ได้ เสียงก็น่าจะเหมือนกันแหละ แล้วเขาก็มาสร้างความมั่นใจให้เราแหละว่ามันมาแน่ ๆ เพราะในติ๊กต๊อกมันกำลังมา 

พอปล่อยกระแสเป็นยังไง?

กานต์ : ปัญหาพออัดเพลงมาแล้ว ทีนี้ทีมถ่ายเลยได้รุ่นน้องของเขามาช่วยถ่าย

แพมมี่ : ใช้กล้องหนูที่มีอยู่แล้วถ่าย แล้วเลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำน้อง ๆ 

กานต์ : ใช่ เลยออกมาเป็น คาถาขุนแผน เวอร์ชั่น 91 ล้านวิว

แพมมี่ : คือมาวันเดียว 2 ล้านวิว

คนอื่นเขาแต่งแนวความรัก ทำไมเราไปแนวเกจิอาจารย์?

กานต์ : คือก่อนที่จะเกิดเพลงคาถาขุนแผน มีเหตุการณ์นึง แพมมี่ทำโทรศัพท์ตกถังขยะ แล้วต้องไปตามเก็บที่อ่อนนุช เป็นโรงขยะกองใหญ่มาก แล้วโทรศัพท์มันอยู่ในนั้น แล้วเปอร์เซ็นต์ที่มันจะออกมายากมาก เพราะมันต้องแยกทีละชิ้น ทีนี้โทรศัพท์มันติด ๆ ดับ ๆ เพราะโดนน้ำขยะมันเปียก อันนี้เป็นความเชื่อนะ ผมขอกับหลวงปู่กวย ซึ่งก่อนขอไปเจอคนงานพม่าเขามาช่วยหา ผมเดินไปอีกฝั่งที่เขาหา ฝั่งโทรศัพท์นั่นแหละ ผมท่องหลวงพ่อกวย ขอท่าน ณ เวลานั้น ตี5 จะ 6 โมงแล้ว มันเช้าแล้วเรายังไม่ได้นอนเลย หลวงพ่อถ้าผมหาเจอนะ ผมตื่นเดี๋ยวผมไปหาเลย หลังจากวันนั้นเรารักษาสัจจะกับหลวงพ่อ ตื่นประมาณเที่ยง นอนไม่กี่ชั่วโมงไปหาหลวงพ่อที่ จ.ชัยนาท

แพมมี่ : เพลงดังค่ะ

เรื่องเพลงได้ขอท่านด้วยไหม?

กานต์ : ขอแค่ 50 ล้าน จะไปจัดงานคอนเสิร์ตให้ท่าน

แพมมี่ : ภายใน 2 เดือน แล้วก็ 50 ล้านภายใน 2 เดือนจริง ๆ

กานต์ : แล้ววันนี้วันเกิดท่าน คือเพลงนี้มันพลิกชีวิต หลังจากที่เราไม่มีเงินกัน มันกลายเป็นว่าเราพออยู่ พอกิน มีเงินเลี้ยงครอบครัวได้จนถึงวันนี้

มันก็มีบางส่วนที่เขารู้สึกว่าเราหากินกับเกจิอาจารย์?

กานต์ : ตอนแรกรู้สึกเสียใจครับ ก็จะบ่นกับเขาตลอดว่าทำไมอะ เราทำผิดตรงไหน เพราะสิ่งที่เราทำคือเราแทบไม่ได้อะไรเลย

แพมมี่ : ตอนแรกเราทำถวายเฉย ๆ ไม่ได้อะไรเลย

กานต์ : ผมไม่ได้อะไรเลย พอเพลงดัง ผมไม่ได้เอาหลวงพ่อมาหากินอย่างเดียว มีคนเข้าวัดเพิ่มขึ้น มีคนทำบุญเพิ่มขึ้น แล้วเงินส่วนนั้นหลวงพ่อก็เอาไปทำแระโยชน์ต่อ แล้วผมไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับวัดต่าง ๆ เลยนะ ที่ผมไป ผมไม่เคยได้ส่วนแบ่ง ผมมีหน้าที่ทำเพลงชักชวนคน บางคนอาจจะชักชวนทางอื่นเพื่อเข้ามาหาวัด ผมพอมีพรสวรรค์ในด้านนี้ ผมก็เลยอยากเขียนเพลงเพื่อจูงคนมาเข้าวัด

มีเรื่องโดนโกงด้วย?

กานต์ : ก็มี แต่ไม่อยากพูดกลัวไปพาดพิงเขา เหมือนเขาเข้ามาช่วยเรา แล้วทีนี้เงินเข้าที่เขาก่อน แล้วเขาก็คงมีปัญหาเรื่องเงิน เลยยืมไป แต่ตอนนี้คุยกัน เคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้ว

แพมมี่มาเป็นผู้จัดการ?

กานต์ : เกือบเข้าปีที่2 แล้ว

กานต์ดังแล้วลืมตัวจริงหรือเปล่า?

กานต์ : เป็นห้วงความคิด แต่ไม่ได้ประพฤติออกหน้าสื่อสาธารณะ

เรารู้ตัวไหม หรือแพมมี่บอก?

แพมมี่ : พอเหนื่อยแล้วสีหน้าจะชักออก จะเป็นคนไม่ได้อดทนเหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนได้หมดทุกอย่าง วิ่ง 3 งาน งานสุดท้ายเริ่มเหนื่อย หน้าเริ่มออก หนูก็จะคอยเตือน

กานต์ : มันจะมีห้วงความคิดนึงที่เรารู้สึกเหนื่อย แต่ได้เขามาฉุดความคิดไว้นิดนึง เห้ย…เรารอมาไม่ใช่เหรอวินาทีนี้ เรารอวันนี้มาไม่ใช่เหรอ ผมเชื่อว่าทุกคนมี แต่มันอยู่ที่ว่าคนรอบข้างเขามันจะขนาดไหน ผมได้คนรอบข้างดี ถ้าผมเจอไม่ดีเราก็จะเป็นอีกแบบเลย โชคดีมันมีคนมาฉุดให้เราคิด ทำให้เราเปลี่ยนความคิดใหม่  ทุกวันนี้ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ผมจะอยู่ถ่ายรูปกับแฟนเพลงตั้งแต่คนแรกจนคนสุดท้าย

ความในใจมีอะไรอยากบอก?

กานต์ : ความจริงเราพูดกันทุกวันอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เราจะอยู่กันที่งาน เราทำงานแทบทุกวัน แทบทุกเวลาด้วยซ้ำ ดีใจมากกว่าที่ในทุก ๆ ก้าวเขาประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาฝัน

แพมมี่ : จริง ๆ หนูบอกให้เขามีสติมากกว่าเวลาจะคุยหรืออะไรกับใคร

กานต์ : เอาจริง ๆ ไม่มีมุมสวีทเลย ด่าอย่างเดียว ส่วนใหญ่เขาบ่น

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ กานต์ – แพมมี่

About Author