หนุ่มพังบ้านลากคอภรรยา ร่ำไห้ตลอดเวลาระหว่างเผชิญหน้าเมีย! 

พ้อถูกกดดัน ที่ผ่านมาเหมือนเป็นสามีเก็บ – สัญญาเลิกขาดกลางรายการ

กรณี “นายโจ” พังกำแพงบุกเข้าล็อกคอ “อุ๋ม” แฟนสาวไปจากบ้านกลางดึกหายไปอย่างไร้ความปราณี ก่อนจะปล่อยตัวในวันถัดมา ซึ่งต่อมา ได้มีการเจรจา ยืนยันไม่ดำเนินคดี แต่ขอไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก   

รายการโหนกระแสวันที่ 22 ก.ย. 65 “หมวย อริสรา กำธรเจริญ” ดำเนินรายการแทน “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ อุ๋ม ผู้เสียหาย ที่มาพร้อมคุณพ่อ , กัน จอมพลังทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

เหตุการณ์เกิดวันที่ 20 สี่ทุ่มครึ่งที่ร้านขายของชำ อยากให้เล่าเหตุการณ์ว่าเป็นยังไง?

อุ๋ม : วันนั้นเราขายของจนเพลียแล้วเผลอหลับไป อยู่ ๆ ได้ยินเสียงดังโครม เราก็สะดุ้ง แต่เรารู้อยู่แล้วว่าเรามีโจทก์คือเขาคนเดียว ก็รู้ว่าเขาจะเข้ามาแน่ เราพยายามหนีแต่หนีไม่ทัน เขาก็คว้าคอเรา บีบคอเราจนหายใจไม่ออก แล้วลากออกไปค่ะ

หลานชายคือคุณอาร์ม โพสต์คลิปกล้องวงจรปิด คืนวันที่ 20 ก.ย. ตอนลากไปคือบีบคอ หลังภาพตัดไปแล้วเป็นยังไง?

อุ๋ม : เขาลากเราขึ้นเบาะหลัง เราก็ดิ้นเขาปิดประตูไม่ได้ ก็ผลักเราไปตรงที่วางเท้าข้างล่าง แล้วมาล็อก เอาเท้าเหยียบหน้าเรา กดเราให้ดิ้นไม่ได้ ตอนนั้นเหมือนจะหายใจไม่ออก คิดว่าตายแน่ ๆ ค่ะ แล้วมีคนที่มาด้วยเป็นผู้ชาย เขาปิดประตู ผู้หญิงก็ขับรถไป เขามากันสามคนค่ะ มีอดีตสามี ชื่อว่าโจ ผู้หญิง และผู้ชายอีกคน

เรามีการร้องขอชีวิตมั้ย?

อุ๋ม : เราดิ้น แต่ไม่ได้ร้องขอชีวิตค่ะ

รณณรงค์ : โวยวายมั้ย

อุ๋ม : โดนบีบคออยู่ มันพูดอะไรไม่ออกค่ะ พยายามเอาชีวิตรอด หายใจให้เต็มปอดก่อน ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้ เขากดเราไว้

เดาออกมั้ยว่าเขาจะพาเราไปไหน?

อุ๋ม : ตอนนั้นเดาไม่ออกค่ะ แต่คิดว่าเขาน่าจะพาไปที่ซุ้มไก่ เพราะเพชรบุรีใกล้ที่สุด มันเป็นฟาร์มเพาะไก่ชนของคนที่ขับรถค่ะ เรารู้จักเขาเพราะเคยเห็นอยู่ พอไปถึงเขาให้เราไปนอนที่ห้อง ๆ นึง แล้วเหมือนจะเคลียร์ค่ะ เหมือนขืนใจครั้งนึง

อดีตสามีคนนี้เลิกมานานหรือยัง?

อุ๋ม : จริง ๆ เคยเลิกเป็นปีแล้ว เคยไปลงบันทึกประจำวันไว้ค่ะ แล้วเขามาง้อขอคืนดีแบบนี้เรื่อยๆ จนเราเห็นความดีที่เขาเคยทำให้เรา ก็ให้อภัยครั้งนึง คิดว่าเขาจะปรับปรุงตัวได้ แต่มันก็เหมือนเดิม เราเลยรู้สึกว่าถ้าครั้งนี้ คุณตร.ยอมช่วยเหลือเราอีกครั้ง เราจะไม่กลับไปคบอีกเด็ดขาด ยอมไม่ได้แล้ว พอเขามาคืนดีคราวนี้ ก็คือไม่ให้เข้าร้าน ไม่ติดต่อ ไม่เล่นไลน์ ไม่เฟซ ขาดการติดต่อไปเลย แล้วก็บล็อกเบอร์เขาทุกครั้งที่เขาโทรมา

คืนที่เกิดเหตุเราอยู่ร้านคนเดียว เป็นช่วงปิดร้านแล้ว แล้วก่อนหน้านี้โจมีพฤติกรรมยังไงบ้าง?

อุ๋ม : พฤติกรรมที่รับไม่ได้ที่ขอแยกทาง เขาบอกว่าอยากสร้างครอบครัวกับเรา เขาอยากมีครอบครัวให้เราสบาย เขาจะทำให้หมดทุกอย่าง ยกของให้ ให้เราเลี้ยงแมวอย่างเดียว เพราะเรารักแมว แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขานอนอย่างเดียว พอเราใช้งานเขา เขาเหมือนไม่เต็มใจที่จะทำ เราก็จะถามเขาบ่อยๆ เราไม่ได้อยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยา เขาไปๆ กลับๆ ระหว่างร้อยเอ็ดที่บ้านเรา เดือนนึงครั้งนึง สองเดือนครั้ง หรือสามเดือน อะไรอย่างนี้ ไม่ได้มาอยู่ประจำ

คบ 6 ปีมีช่วงที่ดีมั้ย?

อุ๋ม : สองปีแรกดีค่ะ แต่สี่ปีเขาขี้เกียจค่ะ เขาบอกอยากมาช่วยเรา แต่พอมาก็นอนอย่างเดียว และไม่ได้ส่งเงินให้เราในช่วงสี่หลัง ที่มีส่งเราก็เก็บเป็นบัญชีเงินฝาก เขาก็ฝากแล้วก็เบิก สุดท้ายก็เบิกไปหมดเลย เราก็ไม่ได้ใช้เงินตรงนั้น

นอกจากไม่ทำอะไรเลย ทำร้ายร่างกายด้วยมั้ย?

อุ๋ม :   ก่อนหน้านั้นไม่มีค่ะ แต่ขู่อ่ะมี

ก่อนหน้านั้นเคยมาอุ๋มเราแบบนี้มั้ย?

อุ๋ม : ไม่อุ๋มค่ะ พังประตู ครั้งนั้นไม่ทำร้ายร่างกายเพราะเขามาตอนเช้า แล้วเราไม่ให้เข้าร้าน เขาก็พังประตูเข้ามา จบที่ว่าลูกค้าจะมาที่ร้าน เราก็ให้ลูกค้าช่วย แต่ครั้งนี้เราอยู่คนเดียว

พ่อเคยเจอโจมั้ย เขาเป็นยังไง?

พ่อ : เคยเจอแต่ไม่บ่อย เขาเป็นคนไม่รับผิดชอบ ไม่ทำงานทำการเป็นหลักเป็นแหล่ง รายได้ก็อาจจะไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ได้ทำงาน อาจทำงานสีเทาอะไรพวกนี้ ผมก็ไม่รู้

ที่ผ่านมาเคยเตือนลูกมั้ย เคยแนะนำให้เลิกมั้ย?

พ่อ : เคยเตือนเขาว่าถ้ามันไม่ดีก็ให้ตีตัวออกห่าง หรือบอกเลิกกันดีๆ ให้จากกันดีๆ

อุ๋ม : ตอนนั้นเราคิดว่านิสัยเขาเราน่าจะเปลี่ยนแปลงได้ ก็ยังให้โอกาสอยู่

พ่อ : ผมก็เตือนไม่บ่อย เพราะไม่ได้สัมผัสเขาบ่อย เขาไปๆ มาๆ ไม่ได้อยู่ร่วมหัวจมท้ายเป็นสามีภรรยา ดูว่ายาวอยู่ แต่เดือนละ 2 หน มาครั้งนึงก็ 3-5 วันแล้วก็กลับ ระหว่างร้อยเอ็ดกับนครปฐม

กัน : ที่เขาบอกเอาเงินมาเลี้ยงเรา เราเคยเลี้ยงเขาบ้างมั้ย

อุ๋ม : สี่ปีหลังเขาไม่มีรายได้ เขาขอมาก็โอนให้ไป

แต่ข่าวที่อ่านไป ทางโจบอกว่าเขาต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้คุณอุ๋มรวมเป็นเงิน 3 แสน แล้วบางอย่างเขาต้องเสี่ยงทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อเอาเงินมาให้อุ๋มพอใจ?

อุ๋ม : ไม่จริงค่ะ ที่จริงคือเขาทำแค่ปีครึ่งที่ทำให้อุ๋ม ส่งเงินให้ แต่หลังจากนั้นอย่างที่บอก เขาส่งให้จริงแต่เป็นบัญชีฝาก เขาก็ถอนไปเป็นส่วนของเขา เราก็มีงานทำในส่วนของเรา พอหลังจากนั้นแล้วเขามีขอค่าโทรศัพท์ ขอค่าโน่นค่านี่ทีละ 500 1000 บางทีลงมาหาเรา ไม่มีเขาก็หาเงินลงมาหาเรา แต่พอมาอยู่กับเรา เขาก็ขอเงินกลับบ้าน เราก็ให้ไปครั้งละพันสองพัน สองปีแรกเขาให้มาสองแสน แต่เราเอาเงินไปปิดรถ และไปกู้สินเชื่อรถ และโอนไปให้เขา 5 หมื่น ตอนนั้นเขาเลี้ยงไก่ชน ก็เล่นการพนัน เขาต้องการ 3 หมื่น อุ๋มไม่มีก็ไปกู้นอกระบบด้วย ก็ 8 หมื่นแล้ว ที่ให้สองแสนก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้วนะคะ แต่เขาพูดเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติที่ภรรยาต้องให้สามี แต่ 4-5 แสนไม่ถึงนะคะ เขาให้แค่นี้

พ่อรู้ตอนไหนว่าลูกสาวถูกอุ๋ม?

พ่อ : ตอนนั้นเมียผมนอนอยู่แล้วเขาก็ดูกล้องที่ร้าน ก็เจอภาพนี้พอดี ก่อนหน้านี้คนที่อยู่ข้างบ้านก็พยายามโทรไปหาเมียผม เขาได้ยินเพราะเสียงดัง แต่เมียผมไม่รับ ทีนี้เพื่อนบ้านคนนั้นก็โทรหาเพื่อนอีกคน ให้โทรมาบอกเมียผม ทีนี้เมียผมก็เรียกผมให้ลุกไปช่วยกัน ว่าอุ๋มถูกโจพาตัวไปแล้ว จากนั้นเตรียมของ หาเบอร์โทรศัพท์แจ้งตร. พอมาเขาก็ไปแล้ว ไม่ทันการ

หลานชายเลยโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดแทน?

พ่อ : เขาโพสต์ช่วงเช้า แล้วคลิปก็เผยแพร่ออกไป

เบรกนี้คุณโจ มานั่งอยู่ในรายการ ตั้งแต่เข้ามาคุณโจร้องไห้ นั่งสะอื้นตลอด จนถึง ณ ขณะนี้ ทำไมวันนั้นถึงพังบ้านไปอุ๋มเขา?

โจ : มันเป็นวินาทีสุดท้าย ผมต้องขอโทษสังคมก่อน

รณณรงค์ : นี่ร้องไห้เพราะอะไร

โจ : แฟนผมไม่พูดความจริงออกมาทั้งหมดว่าเพราะอะไร (ร้องไห้) เขายังพูดในสิ่งไม่เป็นความจริงอีก (ร้องไห้) ผมไม่ใช่อดีตสามีเขา ผมก็เป็นสามีเขาปัจจุบัน ที่คบหากัน ไปมาหาสู่กันปกติ ระยะเวลา 6 ปี (ร้องไห้) ผมต้องเดินทางจากร้อยเอ็ดเพื่อมาหาเขาที่นครปฐม ไม่ใช่ระยะทาง 10 กิโลนะพี่ ไม่ใช่ 6 เดือน ทุกอย่างผมทุ่มเทให้เขา (ร้องไห้)

รณณรงค์ :   ที่ร้องไห้เพราะเขาพูดว่าเป็นอดีตแฟนเหรอ

โจ : ไม่ครับ ที่เขาพูดมาทั้งหมดไม่ใช่ความจริงเลย

แล้วความจริงคืออะไร?

โจ : ตอนรู้จักกันมา ผมคบเขาเริ่มแรก เขาให้ผมเลิกขายของเพื่อไปอยู่กับเขา เขาบอกผมว่าขายของขายหมูได้วันเท่าไหร่ มาอยู่กับฉันได้มั้ย ฉันให้วันละ 200 เพื่อให้ผมไปขายของที่บริษัทนึงที่เขาทำอยู่ ผมไม่ได้อยู่กับเขา ด้วยพิษเศรษฐกิจ ผมกลับไปเลี้ยงไก่ชนที่บ้าน เขาเป็นหนี้อยู่ วันนั้นเขานั่งร้องไห้ (ร้องไห้) เขาบอกอย่าทิ้งเขานะ ไม่มีใครอยู่กับเขาแล้วตอนนี้ เขามีหนี้อยู่ 6-7 แสน เธอจะทิ้งเขามั้ย ด้วยเรามีปมตั้งแต่เด็ก เราเห็นพ่อตีแม่ เราคิดว่าเราจะไม่ทำแบบนั้น เราจะไม่มีหลายเมีย เราจะมีเมียเดียว ความรู้สึกทั้งหมดผมก็ให้เขา ผมต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้เขา (ร้องไห้) เงินไม่สำคัญหรอก ผมเด็กบ้านนอก ก็อยากมีชีวิตครอบครัวกับเขา เอาชีวิตไปทำในสิ่งไม่ดี เขาก็รู้เห็นหมดทุกอย่าง (ร้องไห้) กลับเอาเรื่องตรงนี้ในวันที่ผมเลิกทุกอย่างเอามายกเป็นประเด็นรังเกียจผม ทำตัวห่างเหินผมมาตลอด จนผมไม่ไหว วันที่พ่อผมเสีย เขาไปส่งและไม่ได้อยู่ข้างๆ ผมเลย ผมกดดันทุกอย่าง ผมผิดอะไร ทำไมต้องเลิก (ร้องไห้) ผมไปถึงหน้าบ้านเขาก็ไล่ผมเหมือนหมูเหมือนหมา หมักหมมแบบนี้มา 6 ปี ผมต้องเดินทางเพื่อมาอยู่ด้วยตลอด เราทำเพื่อเขาไม่ต้องการอะไรเลย ขออย่างเดียวอย่าทำให้คิดมาก ทำให้รู้สึกสบายใจหน่อยได้มั้ย แค่นั้นเอง (ร้องไห้)

ทำไมวันนั้นตัดสินใจพังประตูและลากเขาออกมา?

โจ : ผมไปคุยกับเขาที่หน้าร้าน แต่เขาไม่คุย ปิดร้านขับรถหนี ไล่ ไม่ต้องมาโน่นนี่นั่น มันเป็นแบบนี้ ผมก็ต้องคิดมั้ย จะมีใครเป็นพระเอกแล้วไม่คิด เป็นไปไม่ได้หรอก ก็ต้องคิดว่าแฟนเรามีคนอื่นหรือเปล่า ทำไมต้องทำแบบนี้ เราผิดอะไร

รณณรงค์ : แล้วเขามีคนอื่นมั้ย

โจ : ผมก็ไม่รู้ ผมพยายามถามเขาก็ไม่ตอบผมเลย ผมส่งข้อความง้อเขาเป็นพันๆ เขาไม่เคยตอบกลับมาเลย

กัน  : ง้อว่าไง

โจ : ผมผิดอะไรเหรอ บอกผมได้มั้ย

กัน : แต่พี่เห็นข้อความอีกอันนึงนะ มีข้อความอีกแบบหรือเปล่า

โจ : เยอะมากครับ เรื่องเราสองคน แต่ถามว่าข้อความที่พูดอะไรไม่ดี มีมั้ย มันก็มี เพราะเราเริ่มระหองระแหงกันแล้ว

กัน :   ใช่แบบนี้มั้ย อีระยx นี่คือเราง้อเขาแล้วใช่มั้ย

โจ : อันนี้หลังเราทะเลาะกันแล้ว หลังผมไปง้อเขาที่หน้าบ้าน วันนั้นตร.ก็อยู่ เขาทำเมินเฉย เฉยชา ไร้ซึ่งความรู้สึก กว่าจะมีข้อความแบบนี้ออกมา มันมีข้อความที่ผมง้อเขาเป็นพันข้อความว่าเพราะอะไร มันเหลืออดเหลือทนถึงพูดแบบนี้ว่ามึง มันยังไงกันแน่ ข้อความดีๆ ก็มีก่อนหน้านี้ทั้งหมด

รณณรงค์ : เขาบอกเลิกเรานานหรือยัง

โจ :   ไม่ได้บอกเลิกครับ จู่ๆ ก็ให้ผมกลับบ้านไปหาเงินมาใช้หนี้ เพราะเขาเป็นหนี้อยู่

จริงมั้ย?

อุ๋ม : ไม่ค่ะ

วันที่ตัดสินใจก่อเหตุ มันรุนแรง เพราะลากไป อยู่บนรถก็เอาเท้าเหยียบ?

โจ : มันฉุกละหุก เขาดิ้น และผมก็ต้องการเอาตัวเขาออกมาเพื่อคุยกัน รถมันก็แคบ ผมก็ผลักเขาลงไป ขาผมอาจไปถูกเขาก็ได้ เขาเลยคิดว่าผมเอาเท้าไปเหยียบหน้าเขา

อุ๋ม : แต่เหยียบเต็มๆ นะคะ

โจ : เหตุการณ์มันฉุกละหุกครับ

รณณรงค์ : วันนี้ยังรักเขาอยู่มั้ย

โจ : ยังรักและห่วง แต่ถ้าวันนี้จะขาด ไม่คบกันก็ไม่เป็นไร วันนี้ผมเอาชีวิตไปทำให้เขาหมดทุกอย่าง เขาไม่เคยเห็นคุณค่าความดีของผมเลย (ร้องไห้) แม้แต่วันที่ผมไปง้อที่หน้าร้าน ต่อหน้าแม่เขา แม่เขาไม่เคยพูดเป็นกลางกับผมเลย

กัน : ถ้าเรารักใครสักคน โจลองตั้งคำถาม เราเห็นคนที่เรารักต้องเจ็บปวดเป็นทุกข์ โจมีความสุขมั้ย สองตามภาพที่โจไปดึงเขา ลากเขาออกมา ถ้าตัวเขามาอยู่กับโจ โดยโจเอากำลังไปบังคับเขาแบบนั้น โจได้แต่ตัวเขา แต่โจไม่ได้หัวใจเขาเลย โจจะมีความสุขกับเขามั้ย โจลองตั้งคำถาม

โจ : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมยอมรับว่าผมผิด แต่ผมไปง้อไม่รู้ตั้งกี่เที่ยว พูดดูถูกเหยียดหยามครอบครัวผม แม่กับพ่อผมพาผมไปง้อ ไปคุกเข่ากราบตีน โดยที่ผมไม่รู้เลยว่าผมผิดอะไร (ร้องไห้) แม่ก็ต้องเป็นลมเข้ารพ. เพราะทุกคนเขารู้เห็นเป็นใจหมดในเรื่องนี้ ผมมีพยาน ทุกคนที่อยู่ข้างผมเขารู้หมดว่าผมรักผู้หญิงคนนี้มาก แล้วผมทำอะไรเพื่อผู้หญิงคนนี้มาก และทุกคนก็พร้อมที่จะพูดได้เลย

อุ๋ม : เขาแค่จะกราบเท้าค่ะ แค่คุกเข่าลง แต่อุ๋มไม่เอาค่ะ ไม่รับค่ะ ไม่ต้องมากราบค่ะ

พอลากตัวไป มีเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันมั้ย?

โจ : ไม่ครับ ผมไม่เคยทำร้ายร่างกายเมีย ไม่เคยครับ ส่วนวันนั้นผมตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็ต้องมาคุยกันข้างนอก ถ้าคุยตรงนั้นแม่ก็ไม่เคยเป็นกลาง เขาก็ไม่เคยตอบข้อความแชตผมเลย วันนั้นเพื่อนก็ไม่รู้อะไร ผมแค่บอกเขาว่าไปเป็นเพื่อนผมหน่อย

รณณรงค์ : เพื่อนเห็นลากออกมา เพื่อนไม่ห้ามเลยเหรอ

โจ : เพื่อนก็ห้ามครับ เขาบอกว่าคุยกันก่อน แต่ผมบอกว่าคุยกันไม่ได้แล้ว เพราะผมมาคุยแล้ว เขาปิดร้านหนี ส่งข้อความไปไม่ตอบ ผมอึดอัดมั้ย ผมก็คิดว่าผมเป็นอะไร ที่ผมทำมา ผมผิดอะไร บอกเหตุผลมา ผมผิดอะไร ถ้าผมรู้ตัวผมจะไปให้

รณณรงค์ : ผู้หญิงเขาบอกมาหลายรอบแล้วนะ เขาขอเลิกมาหลายรอบแล้วนะ

โจ : เขาไม่เคยขอเลิกกับผมเลย

อุ๋ม : เคยค่ะ เคยไปลงบันทึกประจำวันด้วย

โจ : เธอพูดให้เป็นความจริงหน่อย เธอไม่ต้องพูดเสแสร้งอะไรทั้งนั้น

กัน : อย่าขู่เขาสิ ค่อยๆ คุยกัน

เคยบอกเหตุผลเขามั้ย?

อุ๋ม : บอกค่ะ สิ่งที่เขาพูด ณ ก่อนมาอยู่กับการมาอยู่แล้ว ไม่เหมือนกัน คือจะทำให้เราสบาย ทำให้ทุกอย่าง แต่พอมาถึงปุ๊บก็ไม่ได้ทำ

โจ : ผมมีคลิปที่เราอยู่กันสองคน มีโมเมนต์เป็นยังไง แต่วันที่แม่เขาอยู่ แม้กระทั่งคนมาซื้อของ ห้ามผมออกมา ไม่อยากให้ใครเห็น พี่คิดดูสิ เอาผมมาเป็นสามีเก็บเหรอ (ร้องไห้) ผมต้องคิดหรือเปล่า พี่โดนเหมือนผมมั่งจะรู้สึกยังไงวะ ผมถามหน่อยว่าผมมาอยู่ที่ร้านเขาแคบๆ อยู่กับขี้แมว ผมทนได้ แต่อย่าทำเหมือนคุณนอกใจผมได้มั้ย ผมทนอยู่อย่างนั้นตั้ง 6 ปี เทียวไปเทียวมาระหว่างร้อยเอ็ด นครปฐม (ร้องไห้) ต้องไปอยู่ห้องแคบๆ เวลาคนมาซื้อของ ผมไม่ต้องออกมา แต่เวลาอยู่กันสองคน กลับเป็นอีกคนนึง (ร้องไห้)

เป็นแบบนั้นมั้ย?

อุ๋ม : มันมีส่วนค่ะ เวลาลูกค้าขึ้นร้าน ร้านมันแคบ ไม่ต้องการให้เขามาอยู่เกะกะ อยากให้ลูกค้าเดินสบายๆ

โจ : ก็นี่ไงที่มาหาว่าผมขี้เกียจ

อุ๋ม : แต่ 6 ปีต้องบอกก่อน เขามีคลิปจริง อุ๋มให้ทำงาน แต่ 6 ปีคุณมีกี่คลิปคะ 2 ปีแรกเขาทำงานดี ให้เงินอุ๋ม แต่หลังจากนั้น 4 ปี คลิปแค่ไม่กี่คลิปกับการมาอยู่กับเราโดยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ในคลิปมีแค่การทำงานแค่นิดหน่อย

โจ : ผมต้องเดินทางไปหาเงินให้คุณมั้ย ผมต้องไปทำธุรกิจ วิ่งไปเพชรบุรี ร้อยเอ็ด เพื่อวันข้างหน้า เพื่อครอบครัวเรามั้ย คุณเคยคิดบ้างมั้ย (ร้องไห้) คุณกลับมาอคติเรื่องนี้เรื่องเดียวว่าอยู่กับคุณแล้วขี้เกียจ คุณเคยเห็นมั้ยผมไปทำอะไรบ้าง คุณอยู่แต่ร้าน ผมมาปุ๊บคุณไล่ผมเหมือนหมูเหมือนหมา ข้าวก็ไม่ให้กินเลย ไป ไม่ต้องมา มันเป็นแบบนี้ตลอด 6 ปีจะไม่ให้ผมเครียดได้ไง คนนึงออกไปสร้างครอบครัว อยากมีชีวิตที่ดีกับคุณ หาเงินมาให้คุณใช้หนี้  แต่คุณสร้างความกดดัน โดยไม่ตอบ ไม่พูดอะไรเลยสักอย่าง ผมส่งไปเป็นพันข้อความ ก่อนจะมีข้อความหยาบคายแบบนี้ออกมา

รณณรงค์ : เราเป็นคนหยาบคาย อารมณ์รุนแรงมั้ยเวลาโมโห

โจ : ไม่ครับพี่ ผมเป็นคนที่มีเหตุผม ผมจะเอาเหตุผลมาคุยกับเขาก่อนทั้งหมด แต่ที่เห็นตอนนี้ผมเหลืออด เพราะผมไม่เคยได้พูด

เห็นรอยถลอกที่ตัว คืนนั้นมีการทำร้ายร่างกายมั้ย?

อุ๋ม : เขารัดคอ แล้วเล็บข่วน รอยกระชากที่เขาลากค่ะ

นอนที่เพชรบุรีหนึ่งคืน ทำไมปล่อยตัวเขาออกมา?

โจ : ผมคิดอยู่แล้วว่าเรารู้ว่าอะไรคืออะไร เราผัวเมียกันมา เรารู้  ผมรู้ว่าแฟนผมยังไง ผมแค่ขอว่าผมกำลังสร้างฐานะอยู่ คุณรู้หมดทุกอย่างว่าอะไรคืออะไร แต่คุณมากดดันผม ผมผิดอะไรผมยังไม่รู้เลย ไปถึงคุณก็ไล่ผม ตร.ยังพูดเลยว่าทำไมถึงเย็นชากับพี่ขนาดนี้ ทำไมไร้ความรู้สึกขนาดนี้ ผมร้องไห้อ้อนวอนต่อหน้าตร. (ร้องไห้)

รณณรงค์ : เขาไม่รักเราแล้วไง ง่ายๆ เลย

โจ : ผมบอกก่อนหน้านั้นถ้าไม่รักให้บอกผมได้

รณณรงค์ : เขาก็บอกอยู่เนี่ย

โจ : ตอนนี้ไม่รักก็ไม่เป็นไร แต่ที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความอึดอัด ที่ผมต้องออกไปทำทุกอย่างเพื่อสร้างฐานะกับเขา แต่เขาเอาอคติเล็กๆ น้อยๆ เรื่องผัวเมีย ให้อภัยกันหน่อยได้มั้ย คุยกันหน่อยได้มั้ย อย่าทำให้เราต้องคิดมาก หรือกังวลว่าแฟนเราเป็นอะไร

กัน : โจเคยขู่ทำร้ายครอบครัวเขามั้ย

โจ : ไม่เคยครับ ผมแค่บอกว่าถ้าผมทำร้ายคุณจริงๆ ผมไม่ปล่อยมานานขนาดนี้หรอก ผมทำไปนานแล้ว ผมไม่ได้ไปขู่ฆ่าอะไรเขาเลย

ที่ปล่อยตัวออกมาเพราะกลัวความผิดมั้ย?

โจ : ไม่ครับ ที่ปล่อยเขาเพราะความรู้สึกยังรักเขาอยู่ เราแค่มาพูดในสิ่งที่เราไม่เคยได้พูดกับเขา ไปถึงเขาก็ไล่ผม อยากให้เข้าใจว่าถ้าวันนี้ไม่หันหน้าคุยกัน คุณกดดันผมผมก็ไม่มีความสุข ไม่มีกังวลใจจะทำอะไร

อุ๋ม : ขอแย้งค่ะ ที่อุ๋มออกมาได้ เพราะเขาเข้ามาแล้วบอกว่าให้โทรหาแม่ แล้วให้แม่ถอนแจ้งความทั้งหมด เขาบอกว่าเธอออกข่าว มีข่าวอุ๋มออกมา อุ๋มก็รู้แล้ว แสดงว่ามีข่าวโซเชียล ต้องมีตร. ก็เลยบอกว่าโอเค ถ้าจะให้แจ้งความ ต้องพาอุ๋มไปส่งก่อน เขาไม่เชื่อใจว่าเราจะถอนแจ้งความถ้าปล่อยตัวเราออกมา เขาบอกโอเค ครึ่งทาง ปล่อยเราขึ้นรถ แล้วจะโทรหา บอกแม่ให้ทันที ณ ตรงนั้นว่าถอนให้ เขาก็ไม่เชื่อใจ ต้องให้ลูกพี่ลูกน้องเขามาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย

สุดท้ายคนของเขาขับรถมาส่ง?

อุ๋ม : ใช่ค่ะ เพราะเขาบอกว่าตร.มากันเยอะมากที่ซุ้มไก่เขา เป็นเรื่องใหญ่แล้ว เขาไม่อยากโดนคดีด้วย แล้วมันญาติเขาด้วยที่ให้ที่พักพิง ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว เขาบอกให้ปล่อยทันที

บางข่าวบอกว่าคุณอุ๋มไม่อยากแจ้งความ สุดท้ายแจ้งความหรือไม่แจ้งความ?

อุ๋ม : อันนี้อยู่ที่ขั้นตอนตร.ค่ะ แม่แจ้งความแล้ว ยังไม่ได้ถอน แต่ไม่ได้ดำเนินการ อยู่นิ่งๆ ดูพฤติกรรมเขาไปก่อน

รณณรงค์ : ต้องบอกว่าอันนี้คือการบุกรุกยามวิกาล บุกรุกเข้าไปทำให้เสียทรัพย์ เข้าไปทำร้ายร่างกาย พาตัวออกจากบ้านเอาตัวไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ มีตัวการร่วมอีก 2 คนด้วย เพราะพาญาติไป อีกสองคนจะซวย แล้วมีเรื่องที่เขาไม่ยินยอมจะมีอะไรกับเราอีก

คนที่ให้ที่พักที่เพชรบุรี เกี่ยวมั้ย?

รณณรงค์ : ทุกคนที่รู้เห็นในการเอาตัวน้องไป ต้องรับผิดชอบหมด

คดีพวกนี้ยอมความได้มั้ย?

รณณรงค์ : ยอมไม่ได้ตั้งแต่พังประตูไปยามวิกาลแล้ว ยังไม่นับเอาตัวออกไปเลย แม่ไปแจ้งไว้ ก็ถอนแจ้งความไม่ได้อยู่แล้ว

พ่อ : ถ้าไม่มีเหตุการณ์ข้างหน้าเกิดขึ้นอีก เราก็ยังไม่ดำเนินคดีอะไร ไม่ได้เร่งรัดคดี

รณณรงค์ : ตร.คงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน

พ่อ : พอเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้น ก็ตามกฎหมาย เอาครั้งใหม่ครั้งเก่าทั้งสองกรณี และมีเงื่อนไขว่าต้องให้เลิกกันโดยเด็ดขาด ไม่ต้องมีการสื่อสาร หรือข้องแวะกันอีก

รณณรงค์ : ฝ่ายหญิงให้โอกาสอีกครั้งนึงมั้ย

พ่อ : รอบนี้ไปแจ้งความไว้แล้ว

กัน :   พูดภาษาชาวบ้าน รอบนี้เขาไม่ได้เร่งรัดคดีอะไร อยากให้โจเลิกขาดกับลูกคุณพ่อ ไม่ให้กลับมายุ่งเกี่ยวกัน ให้โจกลับไปปรับปรุงตัวซะ แต่เอาจากน้องเองดีกว่า น้องอยากกลับไปคบหรือคุยกันเองมั้ย แล้วแต่น้อง

อุ๋ม : ไม่ขอคุยอะไรแล้วค่ะ ขอจบกันตรงนี้ดีกว่า และไม่ติดต่อกันอีกอะไรทั้งสิ้น

รณณรงค์ : โจได้ยินชัดมั้ย

โจ : ได้ยินครับ ก็เช่นกันครับ โชคดี จากวันนี้ไปคือจบครับ ที่บอกว่ารักเขาอยู่ ผมก็คงไม่ไปยุ่งเกี่ยวอะไรแล้ว

มั่นใจว่าจะทำได้ ที่จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับทุกช่องทางใด ๆ?

โจ : ผมมั่นใจว่าผมทำได้ เพราะทุกอย่างผมเอาชีวิตไป ผมทำเพื่อเขา เขารับรู้ เรารู้กันสองคน วันนี้ผมอาจเสียคนที่ไม่ได้รักผม แต่วันนึงคุณจะรู้สึกเสียใจแล้วรู้ว่าคุณเสียคนที่รักไป คนที่รักคุณมาก มันเป็นยังไง

พ่อว่าไง?

พ่อ : ตามวิดีโอ มันรุนแรง รับไม่ได้หรอก

โจ : ผมก็ขอโทษด้วยครับ

พ่อ : ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินคำขอโทษเลย ตอนอยู่ที่โรงพัก ผกก.บอกว่าให้ขอโทษ เขาก็แค่ยกมือไหว้อย่างเดียว แต่ไม่ได้บอกว่าขอโทษเลย

โจ :  ผมขอโทษพ่อด้วยนะครับ (ยกมือไหว้) ขอโทษพี่อุ๋มด้วยนะครับ

พ่อ : ก็ยินดีให้อภัย แต่ผมรับขอโทษนะ แต่กฎหมายก็ดำเนินต่อไป

ข้อหาที่พูดมา สูงสุดเขาจะได้รับโทษอะไร?

รณณรงค์ : อัตราโทษสูงสุด 20 ปีนะคดีข่มขืน ไม่ได้เบานะ มีการใช้กำลัง ความรุนแรงด้วย เพราะงั้นต้องรู้สำนึกตัวเองนะ

โจ : ผมยอมรับสิ่งที่ผมทำผิด ภาพดูรุนแรงเกินไป แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีมูลเหตุ เราผัวเมียกัน ผมต้องออกไปทำงาน แล้วเกิดความกดดันจากเมียหลายๆ อย่าง

รณณรงค์ : ถ้ากดดันแล้วซ้อมเมียก็ไม่มีใครเอาเป็นผัวนะ

โจ : ครับ

ต่อสายพูดคุยกับ “ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอนนี้คุณอุ๋ม คุณพ่อเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยมาก?

ธนกฤต : ตรงนี้ไม่ต้องกังวล ถ้ายื่นเรื่องยุติธรรมจังหวัด ก็จะให้ดูแลเรื่องนำชุดคุ้มครองพยานเข้าไปช่วยเหลือเรื่องความปลอดภัย และประสานเจ้าหน้าที่ตร.ในพื้นที่ ให้ช่วยดูแลอีกครั้งหนึ่ง วันนี้เดินทางมาได้เลยทันที ผมได้สั่งการประสานยุติธรรมจังหวัดให้รอรับเรื่องได้เลย ถ้ามีความประสงค์ในเรื่องอื่นๆ ผู้เสียหายเองแจ้งกับยุติธรรมจังหวัดได้ทุกเรื่อง อันไหนอยู่ในอำนาจหน้าที่กระทรวงยุติธรรมเราก็ดำเนินการให้ ส่วนอยู่ในอำนาจหน่วยงานไหนเราก็จะประสานงานให้เช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องบาดแผลตามร่างกาย สามารถยื่นขอเยียวยาในเรื่องการรักษาพยาบาลได้ครับ

กัน : เมื่อกี้ที่อุ๋มบอกว่าโจขอตังค์อุ๋มด้วย ทางโจยังไม่ได้พูด ทางนี้พูดอยู่ฝ่ายเดียว ก็เพื่อแฟร์ๆ อยากให้โจบอกว่าเอาเงินอุ๋มมาจริงหรือเปล่า

โจ : ไม่ครับ มันเป็นเรื่องผัวเมียกัน วันที่เขาเดือดร้อน ผมก็ช่วยเหลือกัน ผมคิดแค่นี้ ผมหาให้เขาตลอดผมไม่เคยถามว่าคุณเอาเงินไปใช้อะไร แต่วันนึงที่ผมลำบากบ้าง คุณกลับตีตัวออกห่าง มันคืออะไร เวลาผมเดือดร้อน ผมคิดว่าผัวเมียก็ต้องช่วยเหลือกันบ้าง แค่นี้เอง ต่างคนต่างช่วยกันนั่นแหละ

กัน :   เมื่อกี้เขาก็คุยกันดี คือให้โจซอฟต์อารมณ์ลง เรื่องข้อตกลงตอนนี้ทางนี้ก็ไม่อยากไปเอาเรื่องอะไรกับทางโจ แต่อยากให้คุยกันลงตัว หนึ่งโจคงไม่ไปหาเขาแล้ว

โจ : ผมก็คงไม่ไปแล้วพี่

กัน :   เหมือนที่พี่บอก ความรักถ้าเรารักเขาจริงต้องดูแลความรู้สึกกัน เวลานี้ความรักจากหวาน อาจจืดจางบ้าง เป็นเรื่องของเวลา เรื่องการใช้ชีวิตไป แต่พอไปไม่ได้ ก็มานั่งคุยกันดีๆ อย่าไปฝืนหรือทำอะไรที่ผิดกฎหมาย

โจ : ขอบคุณพี่กันครับ (ยกมือไหว้)

กัน : ไม่เป็นไร พี่เข้าใจโจ แล้วก็เข้าใจน้อง ก็ทำข้อตกลงกัน ให้ประชาชนเป็นพยาน โจกับน้องวันนี้ เรื่องทางคดี ถ้าตามที่คุยกัน โจใจเย็นๆ ไม่ไปอะไรกับน้อง น้องก็ไม่ดำเนินการอะไร ถ้าโจทำได้พี่ก็ช่วยโจด้วย ส่วนของน้อง ของพ่อ ถ้าเขาไม่มายุ่ง เราก็ไม่ติดนะ

โจ :   ขอโทษพ่ออีกครั้งครับ (ยกมือไหว้) ขอโทษอุ๋มด้วย ขอโทษสังคมด้วย ภาพที่ออกไปมันรุนแรงมาก ผมยอมรับผิดในตรงนั้น ผมรู้ก่อนทำอยู่แล้วว่ายังไงก็ผิด แต่อย่างที่บอกว่าเราทำไปเพราะกดดันและเครียด เราอยากสร้างฐานะกับภรรยาเรา แต่เราต้องโดนกดดันหลายๆ อย่าง เลยเกิดเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น

กัน : แต่เรื่องก็ผ่านมาแล้วเนอะ ก็ให้ผ่านไป ตอนนี้เรื่องลุกลามใหญ่โต เป็นเรื่องเป็นราวแล้ว หลังจากนี้ก็หาทางอยู่กับมันและแก้ไขมัน พี่เข้าใจโจ หลังจากนี้ก็ตามข้อตกลงเนอะ โจทำได้

โจ : ทำได้พี่ (ยกมือไหว้) ผมรับปากสัญญาต่อหน้าสื่อมวลชนครับ ผมไม่ติดต่อแน่นอน

กัน : ถ้าเป็นห่วงอะไร ก็ให้ผ่านพี่ เดี๋ยวพี่เป็นคนกลางให้ส่งไปถึงน้อง แต่ไม่เอาแล้วนะ บุกไปลากคอมาคุย ไม่เอาแล้วนะ

โจ : ไม่เอาแล้วครับ เขาก็ไม่เห็นคุณค่าของผม ไม่รู้จะเอาไปทำไมต่อแล้วครับ

กัน : ความรักไม่จำเป็นต้องครอบครองเขาหรอก บางครั้งเราเห็นเขามีความสุขเราก็สุขแล้ว

โจ : จริงครับพี่

กัน : เหมือนกันนะอุ๋ม มีอะไรค่อยๆ คุยกัน

แต่คดีมันก็ต้องดำเนินต่อไป ถ้าตร.หยิบคดีเขาขึ้นมา มันจะยังไงต่อ?

กัน : เดี๋ยวผมช่วย ผมเข้าใจ แต่ต้องทำตามข้อตกลงนะ

โจ :   ลูกผู้ชายพี่ คำไหนคำนั้น

กัน : ถ้าตร.แอ็กชั่นจริงๆ เดี๋ยวพี่ช่วย แต่ต้องทำตามข้อตกลง แต่เรื่องเกิดไปแล้ว เราก็ต้องรู้

โจ : ผมรู้ตัวว่าผมผิดแน่นอน

กัน : พ่อก็สบายใจได้ โจรับปากว่าจะไม่มาแล้ว จบลงตรงนี้คือไม่ไปยุ่งเกี่ยวกันอีกเลย

โจก็บอกว่าทำได้ รับปากด้วยลูกผู้ชาย?

โจ : ผมพูดอะไรก็รับปากทำได้ทั้งหมด

กัน : เอาเบอร์พี่ไว้ อยากบอกอะไรก็ผ่านพี่

โจ : ผมก็อยากบอกว่าเป็นห่วงนะ โชคดี แค่นั้นแหละ (ร้องไห้) ไม่ว่ายังไงความรู้สึกที่ผ่านมามันอาจจะลืมยากหน่อย แต่ผมจะพยายามทำใจ ผมลืมไม่ได้หรอก นอกจากผมจะตายจากโลกนี้ไป ยังไงผมก็ห่วงพี่อุ๋มเสมอ วันนี้ผมอาจเสียพี่ไป พี่ไม่ได้รักผม แต่จำไว้นะ ผมรักและทำเพื่อพี่ได้ทั้งหมด