เปิดใจหนุ่มถูกรุมกระทืบ หลับไป 8 วัน ฟื้นปาฏิหาริย์!

คู่กรณีโต้กลับ ถูกแจกกล้วยก่อน ขอจ่ายจบแค่ 1 แสน อ้างหาเช้ากินค่ำ

กรณีสองพี่น้อง “บิ๊ก-บูม” ไปเที่ยวร้านอาหาร ฉลองวันเกิดให้น้องชาย แต่น้องชายปากไว ทักกลุ่มวัยรุ่นกลางร้านว่าส่งเสียงดังเกินไป จนทำให้ถูกรุมกระทืบน่วมคาร้าน อาการโคม่า หลับไป 8 วัน ก่อนฟื้นปาฏิหาริย์ ผ่านมา 2 เดือนคดีไม่คืบหน้า

รายการโหนกระแสวันที่ 14 ก.ค. 65 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ “บิ๊ก-บูม” ผู้เสียหาย มาพร้อม “ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร” ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม

บูมหลับไป 8 วันแล้วฟื้น อาการของคุณผ่านมา 2 เดือนแล้ว ตอนแรกเป็นยังไง?

บูม : ไม่น่ารอดในตอนแรก มีเลือดออกในสมอง กินยาละลายลิ่มเลือด กะโหลกน่าจะร้าว ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ

คุณหลับไป 8 วัน หมอบอกว่ายังไง?

บิ๊ก : ผ่านไป 5 วันหมอบอกให้ญาติทำใจ ญาติก็ไปบนบานศาลกล่าวทั่วหมดแล้ว เพราะถ้าฟื้นก็เหมือนผักปลา เจ้าชายนิทรา พ่อแม่ญาติพี่น้องก็เดินสายบนกันหมดเลย กลัวว่าน้องจะไม่กลับมาแล้ว

เหมือนปาฏิหาริย์ฟื้นขึ้นมา?

บิ๊ก : หมอบอกว่าต้องลุ้นปาฏิหาริย์ ก็เป็นปาฏิหาริย์ให้ครอบครัวจริง ๆ พอฟื้นขึ้นมาหมอให้กระพริบตาสองครั้งน้องก็ทำได้ ก่อนหน้านั้นมีเลือดออกในสมองเยื่อหุ้มสมองชั้นใน หมอบอกว่าถ้าผ่าก็เสี่ยง เอกซเรย์ดูว่าเลือดหยุดหรือยัง ถ้าหยุดก็กินยาสลายลิ่มเลือดได้ ถ้าผ่าอาจจะหนักต้องไปเสี่ยงอีกครั้ง ก็เลยกินยาแล้วกลับมา ก็จะช้าๆ ความคิด คำพูด ยังไม่เหมือนเดิม

8 วันหลับไม่รู้เรื่อง?

บูม : เหมือนฝัน เจอพ่อแก่ สัมภเวสี เดินไปเดินมา ความรู้สึกเหมือนฝัน แต่ตอนมาเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่าเหมือนวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว ออกไปเจอครอบครัว

พอลืมตาขึ้นมา?

บูม : งงว่ามาทำอะไรที่นี่ อยู่รพ.ได้ไง เพราะตอนนั้นไม่รู้สึกตัว 8 วัน ลืมตาก็เจอพยาบาล ยังคิดว่าตัวเองฝัน  

จำเหตุการณ์ได้มั้ย ทำไมไปนอนที่รพ.?

บูม : ตอนแรกยังจำไม่ได้ เพิ่งมานึกตอนหลัง มีคนเล่าให้ฟัง เลยเริ่มนึก อ๋อ โดนกระทืบมาจากร้านอาหาร แล้วมาอยู่ที่รพ.

วันที่น้องโดนกระทืบเกิดอะไรขึ้น?

บิ๊ก : วันที่ 1 พ.ค. เป็นวันเกิดน้อง ตอนกลางวันไปทานข้าวกับครอบครัว ครอบครัวมาจากต่างจังหวัดมากินข้าวกันปกติ พอญาติกลับกันหมด ค่ำๆ แล้วเราลองออกไปเที่ยวดูบ้างมั้ย เพราะมาทำมาหากินที่นี่มาปีนึงแล้ว ไม่เคยออกไปเที่ยวไหน ไปฉลองวันเกิดน้องดีกว่า ไปที่ร้านอาหารกัน 4 คน ผมเป็นคนขับรถกระบะ ไปนั่งกิน นั่งฟังเพลง เต้น สนุกสนาน แล้วบูมกับน้องอีกคนชื่อฟร้อง ซึ่งเป็นญาติกัน พอบูมกับฟร้องไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างเดินทางผ่านกลุ่มวัยรุ่น เขาพูดกันเสียงดัง น้องผมเลยพูดว่าเสียงเบาๆ หน่อย ไม่ได้พูดกระโชกโฮกฮาก ไม่มีคำหยาบ ไม่มีการให้ของลับ ด่าถึงบุพการีอะไรทั้งสิ้น

จำเหตุการณ์ได้มั้ย?

บูม : จำได้ครับ

เราไปกวนตีนเขาหรือเปล่า?

บูม : ไม่มีเลยครับ พูดแค่นี้เลย ไม่มีการให้ของลับ ไปด่าพ่อแม่

อารมณ์ไหนไปบอกให้เขาเบา ๆ หน่อย?

บูม : เขาเสียงดังกันมากเลยครับ

บิ๊ก : ระหว่างเดินเข้าห้องน้ำ เขาเสียงดัง น้องผมเป็นคนแนวพูดตรงๆ ฟร้องที่ไปด้วยฟังแล้วก็รู้สึกไม่ดี ว่าจะมีเรื่องหรือเปล่าไปพูดกับคนไม่รู้จัก เขาชวนบูมกลับที่โต๊ะ พอมานั่งที่โต๊ะสักพักมีกลุ่มวัยรุ่นตามมาประกบน้องเลย เหมือนมาพูด แต่เราจับใจความไม่ได้ เพราะเรานั่งหน้าเวที ไม่รู้พูดอะไรเพราะเสียงมันดัง ผมนั่งตรงข้ามกับน้อง เห็นคนนั้นเดินมาอยู่ข้างๆ น้อง ผมก็จะลุกอ้อมไปพูดว่ามีอะไรกัน ผู้หญิงเหมือนเป็นเพื่อนเขา มาผลักผมออก บอกว่าไปขึ้นรถ กลับบ้านเถอะ ผมก็พูดว่าถ้าน้องผมทำอะไรผิดไปก็ขอโทษด้วย มันก็ตบหน้าบูมเลย ตอนมาคุยมันล็อกคอน้องอยู่ ตอนนั้นวัยรุ่นหลายคน ไม่รู้เป็นพวกเขากี่คน

ใครดึงน้องออกมา?

บิ๊ก : เป็นการ์ดหรือพลเมืองดีใครก็ไม่รู้ มาดึงน้องออกไป ผมตอนแรกเข้าไปล็อกคนคนนั้นที่ตบหน้าน้องผม เพื่อให้เขาหยุด แต่เหมือนพอเขาโดนล็อกคอ เขาต่อยฟาดมา ผมก็ต่อยกลิ้งไปกับเขา จนการ์ดมาห้าม พอมาหน้าร้านก็บอกว่าบูม เรามีเรื่องแล้ว กลับเถอะ ผมก็รีบออกมาที่รถ น้องผมก่อนขึ้นรถ บอกว่าขอดูดบุหรี่ก่อน ปกติน้องไม่ดูดบุหรี่ในรถเพราะรู้ว่าผมไม่ดูด เขาก็ไปดูดท้ายรถ ตัวน้องมีเรื่อง ก็อยากเอาน้องออกไปให้เร็วที่สุด น้องขึ้นไปสูบบุหรี่ที่หลังรถกระบะ ระหว่างนั้นฟร้องไม่ได้ขึ้นรถ ก็โทรหาเพื่อบอกว่าผมจอดรถรอหน้าร้าน ก็ได้ยินเสียงกุกกักๆ เราไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้น เพราะเรื่องจบไปในร้านแล้ว พอเปิดประตูลงไป ก็เห็นน้องโดนทำร้าย ร่วงไปกับพื้น ผมก็เข้ามาที่รถอีกที มาหยิบปืน มีเสียงในกล้องหน้ารถ ผมตะโกนห้ามว่าพอแล้ว หยุดๆ กล้องหน้ารถก็จะได้ยินเสียงปืน บูมสลบไปแล้วยังโดนคร่อมๆ ต่อยๆ สี่ห้าคนร่วมทำร้ายแน่นอน ฟร้องไปห้ามพวกนั้นว่าไม่ให้ทำร้ายน้องผม ก็โดนลากมากระทืบท้ายกระบะ

พอคุณยิงปืนเขาหยุดมั้ย?

บิ๊ก : ผมยิงขึ้นฟ้า ผมตะโกนห้ามแล้วว่าพอแล้วๆ อย่ามีเรื่องกัน ฟร้องเข้าไปห้ามก็ยังโดนลากมากระทืบ ไม่มีใครหยุดเลย น้องผมสภาพนอนคว่ำหมดสติ ผมยิงปืนไปแล้วเขาก็ยังไม่หยุด ยังต่อยอยู่

กล้องหน้ารถคุณได้ยินเสียงปืน?

บิ๊ก : ผมลงไปห้าม พอไม่มีใครหยุดก็ยิงทีนึงแล้วเอาปืนเก็บ คนก็ถามว่าใครยิงๆ เราก็ไม่ได้จะเอาปืนมาโชว์ เพราะตอนน้องสลบเขาก็กระหน่ำต่อยๆ หิ้วน้องผมขึ้นมาแล้วเหวี่ยงไปอีก ทั้งที่รู้ว่าน้องผมสลบไปแล้ว

คุณพาน้องส่งรพ.?

บิ๊ก : มีพลเมืองดีเป็นผู้หญิงมาช่วยขับรถให้ส่งที่รพ.

บูมหลับไป 8 วัน ไม่รู้เรื่อง จำเหตุการณ์ได้มั้ย?

บูม : จำไม่ได้ครับ จำได้แค่ว่าผมยืนสูบบุหรี่ จำได้ว่ากลุ่มวัยรุ่นวิ่งกรูมาหาผม และจำไม่ได้เลย หลับไปเลย มารู้ตัวอีกทีงงมาก ตอนลืมตาเห็นพยาบาล เรามาทำอะไรที่นี่

บิ๊ก : ก็ถามว่ารู้มั้ยนี่ใคร เขาก็ตอบไม่ได้ ที่นี่ที่ไหนลองมองสิ ผู้หญิงใส่เสื้อสีขาวสวยๆ ใคร ไม่ใช่นางฟ้านะ น้องเขาก็ยังงง ๆ

8 วันถือว่าสาหัส?

ทนาย : สาหัส อาการถือว่าถึงแก่ความตายได้ เพราะลักษณะบาดแผลที่ถูกกระทำ เข้าไอซียูขนาดนี้ ทุกวันนี้ก็ยังพักฟื้นต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา จับคนร้ายไม่ได้เลย พอพี่รณณรงค์จัดการเรื่องนี้ปุ๊บ เริ่มออกหมายเรียก?

บิ๊ก : ครับ เขาเรียกตัวคนชื่อปืนกับภรรยาร่วมกระทำด้วย เรียกมาได้สองคน ทั้งที่คลิปนั่น โอ้โห ก็เห็นอยู่แล้วว่าหลายคน

ปืนกับภรรยาอยู่ไหนตอนนี้?

บิ๊ก : น่าจะอยู่บ้านครับ เพราะเห็นว่าตร.ปล่อยตัวชั่วคราวไป ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ทนาย : เรียกมาแล้ว แจ้งแล้ว และปล่อยตัวแล้ว

บิ๊ก : ขนาดผมโดนเรื่องปืน ยังต้องประกันตัวออกมา

คุณโดนเรียกเหมือนกันเพราะยิงปืน?

บิ๊ก : ใช่ แต่เขาไม่ต้องประกันตัวเลย

ทำร้ายคนไม่ต้องประกันตัวเหรอ?

ทนาย : อยู่ที่ดุลยพินิจพนักงานสอบสวน เพราะยังไม่ตายไง เลยไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์

ถ้ายิงปืนขึ้นฟ้า?

ทนาย :   โดนจับวันนั้นเลย แจ้งข้อกล่าวหาเลย

บิ๊ก : ทางผมก็หาหลักฐานมาเองหมด

“ปืน” คนมีเรื่องอยู่ในสาย ปืนอยากชี้แจงอะไร?

ปืน : สมมติพี่ไปเที่ยวร้านเหล้า ถ้าเขาพูดว่าเสียงดังอะไรกัน เราก็คนนะพี่ จะไปต่อยเขาเหรอ มันไม่ได้พูดอย่างนั้นครับ เขาพูดว่าเสียงดังแล้วของสงวน ให้กล้วยครับ ถามคุณบูมก็ได้

บูมจำได้มั้ย?

บูม : ไม่ได้พูดครับ

ปืน : เขาพูดเองกับปาก ผมก็อยากแถลงแค่นี้ เขาพูดจริงๆ ผมก็กะเดินไปถาม ในกล้องเหตุการณ์จริง ผมไม่ได้ตบหน้าเขานะ ผมแค่เอามือท้าวไหล่ แล้วเอามือจับแก้มเขาเบาๆ

คนรุมกระทืบมีกี่คน?

ปืน : ผมไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกัน ผมโดนเขาต่อยก่อน 4 คน พูดความจริงสิครับ คุณบูมต่อยผมก่อน

บิ๊ก : เขาตบหน้า บูมเลยต่อยสวนไปทีนึง

ปืน : ผมไม่ได้ตบครับ แค่เอามือจับแก้มเขาว่าน้องพูดอะไร พี่ชายเขาก็ต่อยหน้าผมเปรี้ยง

พี่ชายต่อยก่อนเลย แล้วคนรุมกระทืบเพื่อนเราใช่มั้ย?

ปืน : ผมไม่รู้จักเขาครับ ใครมาช่วยก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาไม่พอใจกันเองหรือเปล่า

ฝั่งปืนเป็นเด็กที่นั่นอยู่แล้ว?

ปืน : บ้านผมอยู่แถวนั้นครับ

เราเองโดนชกก่อน เขาแจกกล้วยเราก่อน?

ปืน : ครับผม

เราสนิทกับเจ้าของร้านมั้ย?

ปืน :   ไม่ได้สนิทกันเป็นการส่วนตัวครับ

วันนี้จะสู้คดียังไง?

ปืน :   ผมรับสารภาพไปแล้วว่าผมทำเขาจริงๆ ที่โรงพัก ผมก็ยอมรับว่ามีเรื่องกับเขา ผมไม่ได้หนีคดี ไม่ได้เมินเฉย ผมเสนอค่าเยียวยาเขาไปแล้ว เขาเรียกมาล้านนึงก่อนครับ ผมทำงานวันละ 300 กว่าบาท ผมจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขา

เราจะให้เขาเท่าไหร่?

ปืน : ไปคุยที่ศาลดีกว่า เขาก็คงไม่คุยกับผมแล้ว สองเดือนผมติดต่อเขาไปตลอด

บิ๊ก : ล้านนึงคือตอนน้องผมยังไม่รู้สึกตัว กลัวว่าเป็นผักปลา พ่อแม่ต้องเลี้ยง พอรู้สึกตัวก็ลดมาเหลือ 6 แสน มีคนกลางติดต่อมา ผมก็บอกไปแล้วว่า 6 แสนมาอีกรอบ 4 แสน แล้วมาวันนักข่าวโทรไปหาเขา เขายื่นมา 2 แสน ผมก็บอกว่า 3 แสนไปเลย จบเลย  แล้วเขาก็ไม่ตอบอะไรผมเลย

สามแสนได้มั้ย?

ปืน : ผมเสนอไปแสนเดียวพี่ สามแสนผมไม่มีเงินให้เขาหรอก ผมหาเช้ากินค่ำจะหาเงินจากไหนให้เขา ผมเป็นลูกจ้างทำงานรายวันธรรมดา

เขาขอ 3 แสนคดีจบเลย ได้มั้ย?

ปืน : ไม่ได้ เพราะผมไม่มีตังค์ครับ

ทนาย : ไม่มีตังค์แล้วไปกระทืบเขาทำไม

ปืน : ร้านเหล้านะพี่ ของลับเขามีให้เก็บไว้นะพี่

ปัญหามีแค่ให้กล้วยเท่านั้น?

เมียปืน : แล้วเขาต่อยทำไม

บิ๊ก : ตอนเขามาคุยกับน้อง ผมจับใจความไม่ได้ว่าเขาคุยว่าอะไร แต่ที่ผมเข้าไปช่วยน้องผม เขาตบหน้าน้องผมแล้ว ตอนแรกผมจะเดินเข้าไป ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มาห้ามผมว่าให้กลับบ้าน ผมก็บอกว่าถ้าน้องผมทำอะไรก็ขอโทษที เขาก็ตบหน้าน้องผม ผมก็ไปล็อกคอเขา เขาก็ต่อยมา ผมก็ต่อยเขา ไม่มีใครรุมใคร เขาตบหน้าบูมก่อน อยู่ ๆ เขาจะไปจับแก้มเป็นไปได้เหรอ มานั่งข้าง ๆ อย่างนั้น แล้วยิ่งบอกว่าน้องผมไปแจกกล้วย เขาจะมานั่งจับแก้มน้องผมเหรอ

คุณว่าไง เขาบอกว่าถ้าเขาแจกกล้วย ทำไมคุณไม่กระทืบเขาตั้งแต่ตรงโน้น?

ปืน : เขาก็เดินออกมาที่โต๊ะเลยครับ ผมก็เลยเดินตามมาที่โต๊ะ

เดินตามมากี่คน?

ปืน : ผมเดินคนเดียวครับ

บิ๊ก : มีผู้หญิงอีก

คนนั้นคือเมียคุณปืน?

ปืน : ใช่ครับ

คนรุมกระทืบเขา ปืนไม่รู้จักเลย ไม่ใช่พวกของปืนนะ?

ปืน : ครับผม ไม่ได้เป็นพวกผม

ทนาย : พอจบในร้าน ทำไมมากระทืบหน้าร้านอีกปางตาย

ปืน : ตรงนั้นผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เรื่องมันเกิดไปแล้ว

ข้างในไม่จบ กล้วยค้างอยู่ในใจ เลยต้องตามมา เอาแบบลูกผู้ชายเลย?

ปืน : ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว มันพัวพันกัน

มันนัว ๆ กันอยู่?

ปืน : ครับผม  ผมก็พร้อมชดใช้ให้เขาเป็นค่ารักษาพยาบาล 1 แสน

สิ่งที่พูดตรงนี้อาจเป็นหลักฐานในชั้นศาล?

ปืน : ครับผม

บูมยืนยันเหรอว่าไม่ได้ไปกวนตีนเขาก่อน?

บูม : พูดแค่นั้นจริง ๆ ไม่มีไปด่าพ่อล่อแม่ ไม่ได้แจกกล้วย พูดแค่นั้นจริง ๆ ครับ

บิ๊กเอง คุณถือปืนอยู่ มันคืออะไร ไปครอบครองปืนได้ยังไง?

บิ๊ก : ขอพ่อ ที่จะไปทำธุรกิจกับน้อง ไปเลี้ยงปลาคาร์ฟ 20 ไร่ ก็อยากได้ปืนไว้ป้องกันตัว เพราะพ่อก็สอนตลอดว่ามีปืนแล้วอย่าไปเก่ง รังแกคน เราก็เข้าใจตรงนี้ดี ผมก็บอกพ่อแล้ว ขอมาแค่ใช้ยามจำเป็น พ่อโอนชื่อมาเป็นชื่อผม ทำเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย วันนั้นผมยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างเดียว ผมว่าผมใจเย็นสุดแล้ว เพราะน้องผมสลบไปตรงนั้นแล้ว ยังซ้ำจนเลือดออกเต็มนองไปหมดแล้ว ผมเลือกยิงปืนขึ้นฟ้าก็ใจเย็นพอแล้ว ถ้าวินาทีนั้นไม่ได้นึกถึงคำสอนของพ่อ นึกว่าเรามาทำมาหากินที่นี่เลือกยิงพวกที่ทำน้องดีกว่า เพราะแค้นใจ เจ็บใจ แต่เราคิดว่าเราใจเย็นคนนึง ที่เลือกจะยิงขึ้นฟ้า ณ เวลานั้น

พี่รณณรงค์ยังไง?

ทนาย : เรื่องชกต่อยกันไม่ได้เป็นประเด็นอะไรหนัก แต่ระหว่างมีเรื่องปรากฏว่าทำหนักมาก ถึงขั้นจะทำให้เสียชีวิต มีการจับทุ่มลงไป เน้นที่ศีรษะ ให้หัวกระแทก คนทำหวังผลอยู่แล้วว่าอาจให้ถึงแก่ความตาย สาหัสได้ แต่ตรงนั้นไม่ได้รู้สึกเสียใจเท่ากับวันนี้ที่แจ้งข้อหาคนร้ายได้เพราะทางผู้เสียหายไปตามกล้องวงจรปิดเอาเอง ไม่ได้เป็นการไปแจ้งความ แล้วเจ้าพนักงานดำเนินการให้ทั้งหมด ไม่งั้นสองเดือนมามันไม่คืบแค่นี้หรอก วงจรปิดอะไรพวกเขาหากันเองหมดเลย

บิ๊ก : ตร.น่าจะไปหากล้องที่ร้านแล้ว แต่ผมก็สงสัยว่าเขาน่าจะเอามาประกอบกับคลิปที่ผมให้ ช่วงใครวิ่งออกมา ใครทำร้ายน้องผมบ้าง โต๊ะนายปืน มีการคุยกับคนที่วิ่งออกมามั้ย จะได้รู้เลยว่าเขาไม่รู้จักกันจริงมั้ย เราไม่ได้มีเรื่องกับใครเลย เขาจะมากระทืบน้องผมเพื่ออะไร

ทนาย : ทางคนรู้เรื่องเขาให้คู่กรณีวิ่งไปหาตร.ก่อน ไปมอบตัว เปรียบเทียบปรับ บอกว่าเป็นสมัครใจวิวาท เพื่อได้ตัดตอนคดี จะได้ไม่มีข้อหาอื่นเพิ่มขึ้นมา ก็ยังติดใจเรื่องนี้เหมือนกัน ยิงเสร็จ น้องไปรพ.เสร็จ คู่กรณีวิ่งไปโรงพักเลย เพราะโรงพักอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ ไปมอบตัว ข้อหาสมัครใจวิวาท พยายามตัดจบ เปรียบเทียบปรับ เราก็ว่าแปลกๆ ผมยังไม่ได้ดูสำนวนโดยละเอียดว่าเขาปรับไปหรือเปล่า ถ้าเขาปรับไปก็จะดำเนินคดีไม่ได้ แต่เข้าใจว่าทางนี้ไปมอบตัวก็โดนดำเนินคดีเลย แล้วแจ้งความเขาไม่ได้

แต่คลิปให้ตร.ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

บิ๊ก : 4-5 วันหลังเกิดเหตุ ก็งงว่าทำไมเรียกมาได้แค่ 2 คน เขาบอกว่าเพราะคนเจ็บระบุตัวบุคคลที่กระทำไม่ได้ แต่ในกล้องก็มี ตร.ชุดสอบไปตามเก็บกล้องจากร้านอีก

ทนาย : อันนี้พ่อเขาเก่ง พ่อเขาไปตามให้ได้

เราไปเที่ยวสถานบันเทิง อาจมีเสียงดังบ้าง เรารับไม่ได้เหรอ?

บูม : ดังมากหน้าห้องน้ำ

แต่มันเป็นที่เที่ยวอาจต้องตะโกนคุยกันเสียงดัง ผมพยายามเป็นกลางที่สุด ถ้าเราไปสถานบันเทิงแล้วเสียงดัง แล้วเรารับไม่ได้มันก็ลำบาก?

บูม : ผมแค่พูดไปเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรเลย ผมก็พูดดี

ทนาย : รอบหน้าจะไปทักใครแบบนี้อีกมั้ย

บิ๊ก : รอบหน้าคงไม่ได้เที่ยวแล้ว

แบบนี้พอกันทั้งคู่มั้ย มุมนี้อาจปากไวไปนิดนึง ไปพูดแบบนี้ในสถานบันเทิง ซึ่งเขาเสียงดังอยู่แล้ว อีกมุมไม่เห็นจำเป็นต้องเอาคนไปรุมกระทืบเขา?

ทนาย : เหตุการณ์แบบนี้มีพ่อแม่หลายๆ คนโทรมาปรึกษาบ่อยมาก ว่าลูกเขาไปเที่ยวแล้วตาย เจอในกลุ่มวัยรุ่น อยู่ในวัยคึกคะนอง ไปเที่ยวแบบนี้ต้องระมัดระวัง อย่าพยายามไปซ่า ต่อให้เรามีพวกเยอะ หรือมีปืน พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ เพราะมันดื่มเหล้าไปแล้ว อารมณ์มันกรึ่ม พอกรึ่มพร้อมเป็นบางระจัน พร้อมปะทะ เขาอาจคิดว่าพูดไม่ดีกับเขาหรือเปล่า เขาถึงซัดเข้าให้ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยมาก บางทีคนเราตายไม่มีสาเหตุก็เพราะแบบนี้แหละ

อยากให้มองสองมุม เข้าใจว่ามุมนี้อาจถูกกระทืบ แต่ต้นเรื่องมาจากตรงนี้ เราอาจไม่ได้มีเจตนา สมมติไปพูดแบบนี้ เงียบๆ หน่อยๆ เบาๆ หน่อย ถ้ามันสวนมาว่าให้ไปกินเหล้าที่วัดสิจะได้เงียบๆจะตอบเขาว่ายังไง?

บูม : ก็ตอบไม่ถูก (หัวเราะ)

น้องไม่ได้รู้จักเขา แล้วไปพูดแบบนั้น?

บิ๊ก : ผมฟังแล้วก็ผิดจริง ที่น้องโดนตบโดนอะไร เราก็จะพาน้องกลับบ้าน ไม่ได้ไปโกรธแค้น ไม่ได้ไปดักเล่นเขา ผิดก็กลับบ้าน

โดนสองชุด ชุดแรกข้างใน โทษฐานปากไม่ดี ตบกันไปแล้วก็น่าจะจบกัน?

บิ๊ก : ผมก็คิดว่าจบแล้ว ผมก็จะพาน้องกลับบ้าน เหมือนน้องรับโทษที่ไปพูดอย่างนั้นแล้ว เขามาหาเรื่องเราที่โต๊ะคืนก็จบไปแล้ว น้องโดนเพราะปากไม่ดี เราก็ยอมรับ เราตั้งใจพาน้องกลับบ้าน ไม่ใช่ว่าเราไปรอหน้าร้าน ยิงแม่-เลย ใจเราคืออยากพาน้องกลับบ้านแล้ว ตรงที่โดนข้างหน้านี่แหละที่เป็นประเด็น ในร้านเราไม่ได้ติดใจ ต่อให้เราโดนต่อยเราก็ยอมรับ น้องก็ปากไว

ยอมรับจริง ๆ ว่าปากไว?

บิ๊ก : ที่เขามาหาเรื่องที่โต๊ะ มาตบ มาต่อย ก็จบแล้ว เหมือนต่างคนต่างวิวาทไปแล้ว เราก็จะกลับแล้ว บอกน้องอย่าวิวาทกัน เหมือนเขาก็ได้มาทำน้องผมคืนไปแล้ว

ปากไวก็ปากไว แต่บทสรุปหนักไปหน่อย ถูกรุมกระทืบ ชุดสองที่ออกมานอกร้าน เอาเพื่อนมารุมกระทืบเขา?

ทนาย : มันเกินไป จะสั่งสอนอะไรเขาก็เอาพอประมาณ แต่ที่บอกว่าสั่งสอนก็ผิดกฎหมายนะ อย่างแรก เราไปเจอกันในร้านเหล้า ถ้าสมมติไปแจกของลับจริง ในทางกฎหมายคือต่างฝ่ายต่างพร้อมมีเรื่อง ต่อยกันพอเหมาะพอควรเปรียบเทียบปรับกลับบ้าน วันนั้นถ้าเรื่องจบแค่นี้ วันนี้จะไม่มีใครต้องเสียใจอะไร จะไม่มีการมาเรียกค่าเสียหายกี่แสนกี่ล้าน ทำงานวันละ 300 ไม่มีตังค์จ่าย หรือต้องไปประกันตัวสู้คดี ถ้าจบวันนั้นคือจบ ถ้าเขาไม่ไอซียูทางนี้ก็ไม่เอาเรื่อง แต่เผอิญเขาจะตายไง ทางนี้เลยดิ้นรนขวนขวายเอาเรื่อง นี่โชคดีนะพ่อเก่ง สามารถตามกล้องวงจรปิด ตามอะไรมาได้

เป็นอุทาหรณ์ได้เหมือนกันสำหรับคนชอบไปเที่ยว เราอยู่ในที่ของเราอย่าไปยุ่งโต๊ะอื่น เขาจะเสียงดังก็เรื่องของเขา นี่เตือนไว้ เพราะเราไม่รู้เลย คนที่มานั่งกินเขาร้อยพ่อพันแม่ เขาอาจคิดว่าสิทธิ์ของกู แต่อีกมุมนึงก็เกินกว่าเหตุไปนิดนึงที่เอาคนมากระทืบ เรื่องสุดท้ายที่กำลังงงอยู่ สองเดือนผ่านมา แต่เรื่องนี้ยังไม่ยุติเลย?

ทนาย : โดยทั่วไป มีหลักฐานขนาดนี้ไม่น่าใช้เวลานาน วงจรปิดเห็นอยู่ว่าไม่ใช่คนเดียว ตอนแรกที่คุยกับตร. ตร.จะเอาแค่คนเดียวด้วย เราบอกเอ้ย ในคลิปดูยังไงผู้กระทำความผิดก็ไม่ใช่คนเดียวนะ มีการกระทำแบบนี้จะแจ้งข้อหาคนเดียวได้ไง

ปืนบอกไม่รู้จักเลย อาจเป็นคนอื่นที่มีเรื่องกับคุณเอง?

บิ๊ก : ไม่มีเรื่องกับใครแล้วครับ เพราะว่านั่งกินก็มีแค่ประเด็นที่น้องผมปากไวนี่แหละ ฟร้องก็เห็นว่าเขาวิ่งออกมาพร้อมกัน กรูออกมาจากร้านพร้อมกัน

ทนาย : พอเห็นภาพแบบนี้เรากลัว ทำไมเขาไม่กลัวตร.กันเหรอ เริ่มกลัวนครปฐมแล้ว

บูมหลับไป 8 วัน เห็นอะไรมา?

บูม : เหมือนฝัน ไปคล้าย ๆ ตำหนัก เจอพ่อแก่ เจอของเซ่นไหว้ แล้วผมอยากกิน แต่ผมรู้ว่ากินไม่ได้ เหมือนมีคนเดินมาบอกว่ากินมั้ยหนูเดี๋ยวหยิบให้ ผมก็บอกว่าผมไม่กินครับ เขาจะส่งมาให้ผมกิน แต่ผมไม่เอา เพราะเป็นของเซ่นไหว้ ตอนนั้นไม่ทราบว่าโดนกระทืบ จำอะไรไม่ได้ อยากกินของเซ่นเพราะน่ากิน แต่รู้อยู่แล้วว่ากินไม่ได้เป็นของไหว้ คนเดินผ่านไปผ่านมา เขาเห็นผมมอง ก็จะเอามาให้ผมกิน

บิ๊ก :   เหมือนฝันไปหลายที่ เขาเล่าบางทีไปเจอแม่ ไปเจอตำหนัก ไปเจอพ่อแก่ เป็นเรื่องไสยศาสตร์ แล้วแต่ความเชื่อ เราเชื่อเรื่องทางนี้อยู่แล้ว ปกติน้องใส่พระตลอด แต่วันเกิดเหตุน้องไม่ให้ใส่ ที่รพ.ก็ไม่ให้ใส่พระ เราก็คิดว่าเป็นไปได้

บูม : ก็เห็นคนเดินเยอะเลยครับ

คุณอยากปรึกษากระทรวงยุติธรรมเรื่องอะไร?

ทนาย : เรื่องความคืบหน้าคดี เรื่องการเยียวยา

อยากให้คนรุมกระทืบโดนดำเนินคดีด้วย?

บิ๊ก : ใช่ครับ มันไม่ได้ติดใจอะไร แค่ต้องการให้เขาถูกดำเนินคดีตามกฎหมายให้จบๆ ไป

อยู่ในสายกับ “ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตร์อารีย์รัตน์” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะยังไงต่อดี?

ธนกฤต : ต่อไปสถานบันเทิงต้องขึ้นป้ายว่างดแจกกล้วย เพราะเป็นเหตุในการทะเลาะวิวาทกันในครั้งนี้ ต้องเรียนว่าเบื้องต้นคงให้ผู้เสียหายมาพบทางยุติธรรมจังหวัดเพื่อยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ค่าทดแทน ค่าเสียหายในคดีอาญา วันนี้เรียนว่าผมได้พูดคุยกับยุติธรรมจังหวัดแล้ว ให้เร่งรัดคดี ให้ความยุติธรรมทั้งสองฝ่ายให้มากที่สุด ได้รับแจ้งจากทางผู้กำกับว่าได้แจ้งข้อหาเรื่องการทำร้ายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส ไม่ใช่สมัครใจทะเลาะวิวาท ผู้ต้องหาเองก็รับทราบข้อกล่าวหา อยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว แต่ว่าทางนี้เขามีความสงสัยอยู่เรื่องการดูกล้องวงจรปิด มีคนร่วม 10 คน แต่คนที่ทำร้ายตอนนี้มีแค่ 2 คน ที่ถูกแจ้งข้อหาไปแล้ว ส่วนคนอื่นๆ อยากให้ผู้เสียหาย หรือผู้อยู่ในเหตุการณ์มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้ตัวอีกที จะได้แจ้งข้อกล่าวหารายอื่นๆ เพิ่มเติม นี่คือประเด็นที่ร้อยเวรได้พูด ระหว่างเดินทางไปพบ อยากให้ติดต่อกับยุติธรรมจังหวัดและไปพร้อมกัน จะได้สะดวกในเรื่องมีฝ่ายกฎหมายเข้าไปดูแลเรื่องนี้ ทางยุติธรรมจะประสานเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ส่วนประเด็นเรื่องการเยียวยาทั้งหลาย ให้รวบรวมใบเสร็จ ส่วนเรียกค่าสินไหมทดแทน ลองสอบถามทางทนายความยุติธรรมจังหวัดดู ในการฟ้องคดีแพ่งไป ว่าเป็นอย่างไร อย่าลืมว่าต้องรีบในเรื่องการยื่นคำร้องเสียก่อน เพราะมันมีระยะเวลา ผมติดต่อเรื่องนี้กับผู้บังคับการผู้กำกับอยู่อย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เรื่องความไม่เป็นธรรม

ทนาย : เรากังวลเรื่องอะไร

บิ๊ก : เรื่องความปลอดภัยด้วย เพราะผมย้ายไปทำมาหากินที่โน่นเลย

ธนกฤต : เรื่องความปลอดภัยก็ให้ยื่นคำร้องไปที่ยุติธรรมจังหวัด จะให้ชุดคุ้มครองพยานดูแลเรื่องนี้ให้ อีกประเด็นนึง ทางเจ้าหน้าที่ตร. แจ้งเรื่องการนำปืนไปตรวจพิสูจน์ด้วย แยกกันออกไป เหตุจำเป็นในการใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ก็ต้องต่อสู้ในเรื่องตรงนี้ไป จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ต้องกังวล

ทนาย : ทางนี้กลัวมากเรื่องความปลอดภัย เพราะผ่านมา 2 เดือนคดีไม่คืบ แต่หลังจากนี้ไปอาจคืบแล้ว ผมก็ไม่กล้าไปนครปฐม กลัวโดนกระทืบ

เราต้องการจบที่ 3 แสน?

บิ๊ก : ใช่ เพราะไม่อยากให้มันยาว ไม่อยากไปเป็นโจทก์ร่วม

ทนาย : นี่ต้องไปสแกนสมอง รักษาต่อนะ ไม่ได้จบแค่นี้

บิ๊ก : ไม่อยากให้น้องไปพบคู่กรณีแล้ว เวลาผ่านไปมันจะได้ลืมเลือนไปเรื่อย ยิ่งต้องขึ้นศาลก็ต้องเจอกันอีก ในหัวก็ต้องกลับมาวนคิดอยู่อย่างนี้

คุณยืนยันว่าวันนั้นคุณมีอาวุธปืน ถ้าคุณเลือกจะยิงคนมาทำร้ายน้องคุณก็ทำได้ แต่คุณเลือกยิงขึ้นฟ้า?

บิ๊ก : ผมคิดว่าผมใจเย็นพอแล้ว ผมเลือกทำสิ่งที่ถูกแล้วครับ

คงไม่ไปแล้วเนอะ?

บูม : ไม่ไปแล้วครับ

ไปก็อย่าไปพูดอะไรแบบนี้อีก?

บูม : ครับ