เปิดใจเจ้าสาว ถูกอดีตทหารเทงานแต่ง ลั่นเอาเงินมากราบเท้าก็ไม่ให้อภัย เจ็บจุกจนไม่มีน้ำตาแล้ว

กรณีที่ “ทิพย์” อายุ 40 ปี สาวโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี พร้อมครอบครัวได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และร้องเรียนต่อสื่อมวลชนหลังถูกแฟนหนุ่มที่อ้างเป็นทหารยศ จ.ส.อ. คบหาดูใจกันมาตั้งแต่ปลายปี 2564 ทำงานเป็นบอร์ดี้การ์ดให้นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่หลอกให้จัดพิธีมงคลสมรสเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลากลับไร้เงาเจ้าบ่าวร่วมพิธี จนทิพย์ต้องเข้าพิธีเพียงคนเดียว ด้านครอบครัวต้องเป็นหนี้เกือบ 3 แสนบาท

รายการโหนกระแสวันที่ 6 พ.ค. 65 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ ทิพย์ เจ้าสาวที่ถูกเจ้าบ่าวเท มาพร้อมแฟค หลานชาย, วัชรพล ศรีอวน นายก อบต. นาดี จ.ปราจีนบุรี และทนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์

ไปรู้จักเขาได้ยังไง?

ทิพย์ : รู้จักกันตั้งแต่พ.ย. ปีที่แล้ว พี่เขยที่ทำงานที่โรงงานบอกว่าเขาสนใจ อยากรู้จัก ขอไลน์ ขอเบอร์ ก็ให้ไป

ทำไมคิดว่าเขาเป็นทหาร เขาบอกเหรอ?

ทิพย์ : แกบอกว่าแกเคยเป็นทหารค่ะ แล้วก็เป็นบอดี้การ์ดให้กับนักการเมืองท้องถิ่นค่ะ

แฟค : คือคุณเอกเขาอ้างกับทางครอบครัวว่าเป็นทหาร ยศจ่าสิบเอก ผมก็พยายามสอบถามตลอด เขาบอกว่าเขาย้ายมาเป็นทหารพรานอยู่นครราชสีมา ผมเป็นอาสาสมัครอยู่แล้ว เวลาไปออกงาน จะเจอคุณเอกประกบกับนักการเมืองที่เขาติดตามตลอด คือเราเห็นจริง ๆ ว่าเขาติดตามนักการเมืองท้องถิ่น เป็นสจ. ผมคิดว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดจริง ๆ ทุกงานผมเห็นเขาไปคู่กันตลอดกับสจ.ท่านนี้

หลังจากนั้นยังไง เขามาขอแต่งงานได้ยังไง?

ทิพย์ : แกบอกว่าอยากมีครอบครัว หนูก็อยากมีครอบครัว หาคนรักจริง อยากสร้างครอบครัว หนูก็รักเขา คุยกันเรื่อย ๆ ที่รักเพราะแกอบอุ่น มาอยู่กับเราแล้วอบอุ่น แกหาคำพูดให้หนูตายใจ

เช่นอะไร?

แฟค : ตลอดเวลาที่อยู่ในครอบครัว กลับมาจากทำงาน ทำกับข้าวให้พ่อกับแม่กินทุกเย็น ๆ เหมือนเป็นบุคคลหนึ่งในครอบครัว เหมือนอยู่กันมานานแล้ว สร้างความอบอุ่นให้ทุกคนในครอบครัวได้มาก ทุกคนรักเขาหมดครับ

เราเริ่มเป็นแฟนกันจริง ๆ ตั้งแต่เดือนไหน?

ทิพย์ : ก.พ.

สี่เดือนที่จีบ ก.พ. รับรัก สี่เดือนที่รักเขา เขาขอแต่งงานเลย เขาเข้านอกออกในที่บ้าน ทำอาหารให้กิน รู้สึกอบอุ่น เขาขอแต่งงานก็ตกลง เขาขอแต่งงานยังไง?

ทิพย์ : ไปหาแม่ บอกว่าอยากแต่งงาน อยากอยู่ด้วย มาขอกับแม่ แกมาพูดคนเดียว บอกว่าอยู่กับนักการเมือง เราก็ถามว่าทำไมไม่เอาแม่มา เขาบอกว่าอยู่กับนักการเมืองไม่เชื่อใจเหรอ ไม่ให้เสียหน้าอยู่แล้ว เขาบอกแบบนี้ค่ะ แม่กับพ่อก็เรียกค่าสินสอดกับเขา 2 แสน ทอง 3 บาท แกก็บอกว่าโอเค ได้ ไม่มีปัญหาเรื่องเงินค่ะ แล้วหาฤกษ์แต่งงาน เราไปหาด้วยกันค่ะ ตอนแรกได้เดือนมี.ค. แต่เจอโควิดก็เลื่อนเป็น 1 พ.ค.

เราเองเคยไปหาเขาที่บ้าน รู้จักครอบครัวเขามั้ยก่อนตกลงแต่งงานกัน?

ทิพย์ : ไม่ค่ะ รู้จักแต่แกคนเดียว แต่แกมีเล่าว่ามีน้องสาวกับแม่ พ่อเสียแล้วค่ะ เขาบอกว่าอยู่โคราชค่ะ แต่หนูไม่เคยไปหาเลย พอจะไปแกอ้างว่าแม่ไม่สบาย แม่ติดโควิด น้องติดโควิดค่ะ

แต่แต่งเลย ถามว่าแม่จะมามั้ย เขาบอกยังไง?

ทิพย์ : พอถึงวันที่ 1 แกบอกว่าแม่มารีสอร์ตแล้วค่ะ

มีไลน์ที่พูดในครอบครัวคุณ ตั้งชื่อไลน์ว่าบ้านเรา 21 เม.ย. องศาคืออะไร?

แฟค : ไม่แน่ใจว่าชื่อเขาหรือเปล่า แต่เขาตั้งชื่อไลน์ว่าองศา

ไม่สงสัยเหรอ เคยถามมั้ย?

ทิพย์ : ไม่ค่ะ

ที่เห็นคือหนังสือขออนุญาตจัดงาน เป็นชื่อเขา?

แฟค : เป็นชื่อผมครับ เราไปด้วยกัน เขาให้ผมเป็นคนขออนุญาต เหมือนบ้านผมอยู่ในพื้นที่นี้

ในวันที่ 21 เม.ย. ฝั่งเจ้าบ่าวที่อ้างตัวเป็นทหาร ใช้ชื่อว่าองศา บอกว่าตัวเองแจ้งทางอำเภอเรียบร้อย คนมาร่วมงานต้องตรวจเอทีเคทุกคน แล้วยังบอกว่าใครว่างขอแรงหน่อย เตรียมพื้นที่ ขนโต๊ะ ขนเต็นท์ จักรพันธ์เป็นพี่เขย บอกว่าโอเค  ดีใจน้องจะได้แต่งงาน บอกพร้อมตอนไหนมาเรียกเด้อ อยู่บ้านตลอด ตามคือพี่ชายคุณบอกว่าขอนอนก่อนเด้อ ทุกคนดูรักหมด เดี๋ยวจะตามไป องศาบอกว่าของเพื่อนให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวต้องมีมั้ย จะให้น้องสาวเตรียมให้ถูก เหมือนบอกว่าน้องสาวจะมาด้วย หลังจากนั้นมีการลงรูปเหมือนรูปเพื่อนเจ้าสาวถ่ายรูปกับเจ้าสาว องศาบอกว่าจัดไป แบบไหนสวย จัดเต็มเลย จัดงานทั้งที ทุกอย่างมีการพูดกัน มีการลงภาพด้วยธีมเจ้าสาว ธีมเจ้าบ่าว เขาสร้างให้เห็นว่าเขารักเรามาก จะทำเสื้อคู่หลังแต่งงานแล้ว ทุกอย่างดูราบรื่น แล้วเกิดอะไรขึ้น วันแต่งงานวันที่ 1 เกิดอะไรขึ้นตั้งแต่เช้าเลย?

แฟค : ขอย้อนกลับไปคืนวันที่ 30 ช่วงประมาณตี 2 เจ้าสาวต้องไปแต่งหน้าแต่งชุดที่ร้าน คุณจักรพันธ์ไปส่งที่ร้าน วันนั้นฝนตกพอดี หน้าบ้านเจ้าสาว มีพวกเครื่องขยายเสียง เครื่องไฟ ก็วิ่งมาเอาผ้ามาคลุม ช่วงนั้นผมเห็นทางเจ้าบ่าว มีเพื่อนอีกคนมาจากไหนก็ไม่ทราบ เหมือนนั่งดื่มกันอยู่ที่หน้าบ้าน นี่คือก่อนวันแต่งประมาณ ตี 2 เขาก็ยังบอกผมว่าเดี๋ยวประมาณตี 5 จะโทรหาให้ไปรับที่รีสอร์ต ผมก็เลยกลับบ้านเข้าไปนอน ช่วงประมาณตีห้าผมก็ตื่นแล้วก็เอ๊ะ ทำไมไม่โทรหาสักที ทั้งที่เพื่อนเจ้าสาวเริ่มมาแต่งตัวแล้ว จนเลยไปประมาณ 6 โมงเช้า ผมไปหาเจ้าสาวที่บ้าน ช่วงนั้นมีรถน้ำแข็งมาส่งพอดี ผมก็ไปรับบิลจากรถน้ำแข็งแล้วก็เดินไปหาเจ้าสาวขอตังค์จ่ายค่าน้ำแข็ง ทางเจ้าสาวบอกว่าตังค์อยู่กับทางเจ้าบ่าวหมดแล้ว 2 หมื่นบาท

ให้ไปหมดเลย?

ทิพย์ : ให้หมดเลย 2 หมื่นบาท ให้แกให้ในงานเพราะแกเดินเรื่องเอง ค่าของอะไรแบบนี้ค่ะ

วันที่ 1 เกิดอะไรขึ้น?

ทิพย์ : ตีหนึ่งแกอยู่หน้าโต๊ะจีนจัดงาน แกบอกว่าไปหาแม่ที่รีสอร์ตนะ แม่มาแล้ว แกก็เลยบอกหนูว่าจะไปนอนกับแม่ ให้หนูไปแต่งหน้าตอนตีสอง พอหนูไปแต่งหน้าเสร็จประมาณตีห้า หนูก็ทักหาแกให้มาแต่งหน้า แกบอกว่าแกอยู่กับแม่ น้องกำลังนอน เดี๋ยว 6 โมงพี่ไป ตั้งขบวนไปเลย ไม่แต่งหน้าหรอก ประมาณนี้

การ์ดแต่งงาน ยังเขียนว่าจ่าสิบเอกอยู่เลย ตกลงงานแต่งงานครั้งนี้ ใครเป็นคนจ่ายเงิน?

ทิพย์ : หนูค่ะ 3 แสนกว่า กู้เขาและเอาทองไปขาย ขอยืมเพื่อนค่ะ พ่อแม่ช่วยด้วยค่ะ

เขาไม่ออกอะไรก่อนเลยเหรอ?

ทิพย์ : ไม่ค่ะ แกบอกว่าเงินเขาอยู่กับแม่อย่างเดียว เขาบอกว่ามีเงินเป็นแสนเป็นล้าน ๆ แกบอกว่าแกขายที่ได้อะไรของแก

จริง ๆ ฤกษ์กี่โมงที่เขาต้องมา?

ทิพย์ : ฤกษ์ใส่บาตร 7 โมงค่ะ

คุณส่งรูปร้องไห้ให้ไป เขาบอกว่าถ้ามีอะไรรับผิดชอบเอง ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน ยอมตายวันนี้ คุณบอกว่าพูดไปเรื่อย วันนี้วันดี ค่าใช้จ่ายเดี๋ยวเขาจัดการเอง ถ้าแม่ไม่ช่วย ตอนนี้ออกจากรีสอร์ตหมดแล้ว กำลังไป คุณก็ส่งรูปพระไป หลังจากนั้นเขาบอกว่ารักทิพย์เมียสุดที่รัก รอนะ คุณก็บอกว่ารอเจ้าบ่าว เขาบอกมีอะไรเขารับผิดชอบคนเดียว เขาบอกว่ารอเงินมาไม่ครบ ทะเลาะกับแม่ ทำไมจัดใหญ่ไม่รู้เรื่อง ตายเป็นตาย ตัดแม่ คุณบอกว่าตอนนี้ไม่สนเงิน มาก่อน เขาให้คุณใส่บาตรก่อนเลย พระมาแล้ว แต่เจ้าบ่าวยังไม่ไป ทะเลาะกับแม่ คุณบอกว่าไม่ดีค่ะ พี่รับสายหนูที พี่มาก่อนได้มั้ย ลุงป้าน้าอารอพี่คนเดียว เขาบอกเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวโอนเงินให้ คุณก็ไม่สนใจขอให้มาอย่างเดียว เขาก็พูดแต่เรื่องเงินแล้วอยากตายอย่างเดียว เจ็ดโมงครึ่งก็ยังไม่มา แล้วก็บอกว่าละอายใจ คุณบอกคำเดียวว่าพี่มาก่อนได้มั้ย เขาบอกว่าอยากไปใจจะขาด คุณส่งเสียงไปว่าอะไร?

ทิพย์ : พูดให้แกมาก่อนค่ะ

เขาบอกแม่ทำแบบนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหน อายทุกคน อยากตาย ทุกคนคงโกรธเกลียดพี่มาก คุณก็บอกว่าคุยกับหนูได้มั้ย?

ทิพย์ : ส่งไลน์มาแต่ไม่รับสายค่ะ

คุณบอกว่าแขกเต็มบ้าน จะเอายังไง รักพี่นะ รักจริงๆ เขาบอกรักทิพย์มากจะไม่รักใครอีก เขาสตอได้ขนาดนี้ เขาอายุเท่าไหร่?

ทิพย์ : 43 ปีค่ะ

เขาบอกจะตัดแม่ตัดลูกวันนี้ คุณโทรไปเขาก็ไม่รับสาย บอกว่าจุก พูดไม่ออก ต่าง ๆ นานา สุดท้ายคุยกันอยู่เรื่อย ๆ จน 09.40 กว่า บอกรักทิพย์ เมียสุดที่รักมาก 10.10 น. 11.29 น. คุณก็บอกให้เขากลับมาหาหน่อย เขาบอกว่าอยู่รีสอร์ตเพื่อน เข้าบ้านไม่ได้ จากนั้นเริ่มชวนทะเลาะ คุณบอกว่าให้คุยดี ๆ ตรง ๆ ได้มั้ย จากนั้นก็ขาดการติดต่อ หายไปเลย จนวันนี้ก็ยังไม่ติดต่อมาหรือยังไง?

ทิพย์ : ติดต่อมาทางพี่วัชรพลค่ะ

วัชรพล : พอดีผมได้รับการร้องเรียนร้องทุกข์จากฝั่งเจ้าสาว ผมก็มีโอกาสได้คุย ผมก็ได้เจรจากับทีมงานของเจ้าบ่าว เป็นชุดที่เขาอยู่ด้วยกันตลอด เป็นชุดทำงาน ผมก็มีโอกาสได้พูดคุย บอกว่าให้ข้อมูลผมได้มั้ย สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร วันนั้นผมได้เข้าร่วมพิธีงาน

ติดต่อล่าสุดเมื่อไหร่?

วัชรพล : คืนวันที่ 1 พ.ค. ครับ เขาบอกจะกลับมาหาวันที่ 11 พ.ค.พร้อมค่าใช้จ่าย

ทีมข่าวไปเจอแม่เขาที่โคราช แม่บอกว่าไม่รู้เรื่อง และแม่ก็ไม่ได้เดินทางมาที่รีสอร์ต?

แฟค : ผมก็ไปเช็กที่รีสอร์ต ว่ามีคนมาจองห้องไว้มั้ย แคชเชียร์บอกว่าไม่มีการจองห้องและเมื่อคืนก็ไม่มีใครมาพักด้วย เลยรู้ว่าโดนหลอกตั้งแต่ตอนนั้นเลย

คุณอั้มในฐานะเป็นหลาน เชื่อมั้ยชายคนนี้จะแต่งงานกับน้าคุณจริง ๆ ?

อั้ม : ตอนแรกเราเชื่อเขาทุกอย่างค่ะ แต่มาแน่ใจว่าโดนหลอกตอนแห่ขบวนขันหมากแล้ว ไม่มีตัวเขามา แถมซองที่บอกว่าไปแจก 150 ซอง ไม่มีแขกฝั่งเขามาสักคนเดียว เลยมั่นใจว่าเขาหลอก

ไปถึงขั้นที่ว่าคุณไปนั่งอยู่ในงานคนเดียว ตักบาตรคนเดียว ผูกข้อมือคนเดียว ถ่ายรูปคนเดียว นั่งเหมือนรดน้ำสังข์คนเดียว วันนั้นงานก็ดำเนินไป แต่ไม่มีเจ้าบ่าวมา?

ทิพย์ : ใช่ค่ะ

เคยทำข่าวแบบนี้หลายครั้ง ส่วนใหญ่ไม่มาเขาล้มงานเลย มีหนูคนเดียวที่เพิ่งเคยเห็นว่านั่งรับน้ำสังข์คนเดียว ทำไม?

ทิพย์ : ญาติก็มาแล้วค่ะ พระก็มาแล้ว ก็ทำให้มันเสร็จไป

วันนี้ยังรักเขาอยู่มั้ย?

ทิพย์ :   ไม่ค่ะ หมดรักแล้วค่ะ

ถ้าเขาเอาเงินมากราบแทบเท้า?

ทิพย์ : ไม่ให้อภัยแน่นอนค่ะ

ถ้าจะให้อภัยเขา หันมามองทางพี่ด้วย?

ทิพย์ : ไม่กลับไปคืนดีแน่นอนค่ะ

วันนี้สิ่งที่ต้องการคืออะไร?

แฟค :   ต้องการให้เขามาชดใช้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทอง 4 บาทน้าก็ต้องขายไป ขายได้แค่แสนเดียว เอามาจ่ายค่างาน ไปกู้ยืมมาเป็นแสนเป็นค่างาน ทุกวันนี้ต้องส่งดอก คนในครอบครัวทุกคนไม่เอาแล้ว

เราล่ะ?

ทิพย์ : ไม่เอาค่ะ

ไปแจ้งความหรือยัง?

แฟค : แจ้งไม่ได้ครับ เจ้าหน้าที่บอกไม่เข้าข่ายอะไรเลย ก็อยากปรึกษาพี่หนุ่ม โรงพักสภ.นาดี

วัชรพล : วันนั้นก็ให้แจ้งความวันนั้นเลย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ร้อยเวรไปเช็กดูแล้วไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านของนายคนนี้ วันที่ 2 ค้นจากทะเบียนราษฎร์ก็เลยเจอ ทางร้อยเวรให้ลงบันทึกประจำวัน

น่าจะมีความผิดนะ?

วัชรพล : คงมีแน่นอน ตร.รับแจ้งความครับ วันแรกที่ไม่รับ เขาให้เหตุผลมาเฉยๆ ผมประสานให้ ก็ลงบันทึกประจำวันครับ

ความผิดเรื่องนี้มีมั้ย?

สงกาญ์ : ดำเนินคดีฐานฉ้อโกงแสดงเป็นคนอื่น โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ และเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้อีก

ตร.ตอนแรกบอกว่าไม่รู้จะเอาผิดข้อหาอะไร?

แฟค : วันแรกคำพูดจากปากเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เข้าข่ายอะไรเลย อาจจะเป็นร้อยเวรหรือเปล่า

สงกาญ์ : เขาแสดงตัวมาตลอดว่าเป็นทหาร หาหลักฐานแล้วไปมอบให้พนักงานสอบสวนเลย แล้วในการ์ดแต่งงานก็ชัด รีบให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำร้านที่พิมพ์การ์ดเลย สอบเป็นพยาน

ตกลงพี่ไปตามสืบจนรู้ว่าเขาไม่ใช่ทหาร?

วัชรพล : ใช่ครับ ผมถามตัวเขาเองว่าไม่ใช่ทหาร เขาก็บอกว่าไม่ใช่ทหาร ฝากให้ผมตอบกับสังคมด้วยว่าวันที่ 11 ขอเจอที่สภ.นาดี เพื่อชดใช้และกู้หน้าให้เจ้าสาว และชดใช้ค่าเสียหาย ก็บอกว่าพี่เป็นสื่อกลางให้นะ

พี่ไปดูอะไรมาถึงรู้ว่าเขาไม่ใช่ทหาร?

วัชรพล : ไปดูในทะเบียนราษฎร์ครับ ไม่ใช่ทหาร เลยถามเขาครับ เพราะในทะเบียนราษฎร์ไม่มี เขาก็เลยยอมรับว่าไม่ใช่ทหาร

มุมน้องจะเอายังไงต่อไป?

ทิพย์ : จะมาเคลียร์ อยากให้มาใช้หนี้ ค่าเสียหายหนู

สงกาญ์ : ต้องไปแจ้งความฐานฉ้อโกงก่อนเลย ในความผิดแสดงตัวเป็นคนอื่น ส่วนเรื่องทางแพ่งเป็นเหตุบรรเทาโทษของเขาอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าแจ้งความเพื่อให้เขาเอาเงินมาคืนเรา มันจะไม่ใช่เรื่องทางแพ่งแล้ว ใช้อำนาจตร.ไปบีบเขาดำเนินคดีตามกฎหมายนั่นแหละ ดีที่สุด

อยากให้เขาเป็นยังไง?

ทิพย์ : อยากให้เคลียร์ 3 แสนค่ะ

เอามาชดใช้แล้วจบ?

ทิพย์ : ค่ะ

ยังรักเขาอยู่มั้ย?

ทิพย์ : ไม่ค่ะ หมดรักแล้วค่ะ แกทำให้ครอบครัวหนูเสียหาย เสียหน้าไปหมดแล้วค่ะ

ร้องไห้กี่คืน?

ทิพย์ : หนูร้องแบบไม่มีน้ำตาจะออกแล้วค่ะ มันกลืนน้ำตาตัวเองค่ะ มันเจ็บ มันจุก พูดไม่ออกเลยค่ะ

ชาวบ้านเขาพูดถึงเราว่าไง?

ทิพย์ : เขาก็ให้กำลังใจค่ะ

แต่เราเป็นขี้ปากชาวบ้าน?

ทิพย์ : ใช่ค่ะ

เราเรียกความรับผิดชอบจากมันได้มั้ย?

สงกาญ์ : ได้ หลอกให้มีความหลงเชื่อ ให้มีความหลงรัก มีสัมพันธ์กัน ฟันธงตรงนี้เลยว่า ถ้าดำเนินคดีทางแพ่ง เผลอๆ เขาไม่จ่าย ต้องดำเนินคดีอาญาไป ในส่วนเยียวยาเป็นเหตุบรรเทาโทษของเขา ถ้าเราบอกแพ่งอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาจ่ายเรา เรื่องละเมิดเรียกได้เลย

เขาอ้างเป็นทหาร เขาไปทำการ์ด ใส่ชื่อเอง ออกแบบเอง แบบนี้ชัดเลยใช่มั้ย?

สงกาญ์ : ชัด ต้องรีบสอบปากคำร้านที่พิมพ์การ์ดเลย สภ.นาดีต้องรีบทำ แอบอ้างเป็นทหาร มันชัดอยู่แล้ว

นายกอบต. ช่วยหน่อยได้มั้ย?

วัชรพล : ยินดีครับ ผมเป็นสื่อกลางและจะช่วยประสานงานให้ครับ ให้เขาได้เจรจาและไกล่เกลี่ยกัน

ตอนนี้เขาอยากเอาเงิน 3 แสนคืนมา และดำเนินคดี?

วัชรพล : ไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายครับ

เรื่องดำเนินคดี?

ทิพย์ : เอาค่ะ

สงกาญ์ : ใจต้องแข็งนะ

ถ้าเขาบอกทิพย์เมียรัก ใจอ่อนมั้ย?

ทิพย์ : ไม่ค่ะ

ถ้าจะมีอย่างนั้นหันมามองหน้าพี่นิดนึง ปากพี่อาจจะยื่นก็ได้ ไม่ได้นะทิพย์ ถูกเขาหลอกไปแล้ว ครอบครัวได้รับความเสื่อมเสีย คนเราเกิดมาคนเดียว ก็ไปคนเดียว คนที่รักมากที่สุดไม่ได้ตายแล้วอยู่หลุมเดียวกับเรา ยิ่งเขามาทำแบบนี้ ปลงได้ก็ต้องปลงนะ?

ทิพย์ : ค่ะ

น้องอั้มสนิทจ่าทิพย์คนนี้ด้วย เขาว่ายังไง?

อั้ม : เขาพูดอวดตลอดว่าแม่ตัวเองทำงานในวัง มีเงิน ขายที่ได้ 30 ล้าน แบ่ง 2-3 แสนจิ๊บ ๆ พูดข่มว่าตัวเองรวยตลอดเวลาค่ะ

สงกาญ์ : ดูละครมากไปหรือเปล่า

แฟค : อย่างในการ์ดเขายังอ้างอาว่าระดับพลเรือตรี

ในการ์ดบอกมาหลายคนเหลือเกิน?

สงกาญ์ : มาทุกเหล่าทัพเลย

แต่เช็กแล้วญาติเขาไม่มีตัวตน มีคลิปเสียงคุณทวงหนี้เขาเลย เขาก็มีอารมณ์ ทำหัวเสียใส่ เขาบอกญาติมีตัวตน เดี๋ยวจะพามาให้ดู คณไปเช็กที่ไหนมา?

แฟค : ที่โรงพักที่เราไปแจ้งความ ไม่ขึ้นทั้งเขาและญาติ

ตัวเขาที่บอกชื่อกับนามสกุลไม่มีขึ้นเหรอ?

แฟค : เราให้ตร.ค้นหาในชื่อจ่าสิบเอกแต่ไม่ขึ้น แต่พอลองเช็กในกูเกิ้ล พลเรือตรีมีตัวตนจริง

วัชรพล : เขาบอกว่าเป็นญาติเขาเลย

สงกาญ์ : ต้องเอามาเป็นพยาน มันต้องดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ฝาก ผกก.โรงพักนาดีเลย เรียกพนักงานสอบสวนเลยว่าทำไมลงประจำวันแบบนี้ เพราะมันมีอายุความแค่ 3 เดือน

มีชื่อนามสกุลนี้จริง ๆ แต่คิดว่าท่านไม่น่าจะรู้ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ญาติคนนี้ด้วย ดูทรงแล้วเป็นไปไม่ได้?

สงกาญ์ : เอามาเป็นพยานได้เลย

เดี๋ยวจะติดต่อพลเรือตรีท่านนี้?

แฟค : ก็อยากรู้เหมือนกัน เขาบอกว่าแม่ตัดผ้าอยู่ในวัง

สงกาญ์ : พนักงานสอบสวนต้องรีบสอบปากคำ ก่อนพยานที่ทำการ์ดจะเปลี่ยนใจ และเชิญบุคคลที่มีชื่อในการ์ดมาสอบว่าเขารู้จักหรือไม่อย่างไร เวลาแจ้งตร.ต้องบอกว่าดำเนินคดี เดี๋ยวจะประสานให้ครับ

ในความโชคร้ายก็ยังโชคดี ถ้าแต่งไปจริง ๆ ไม่รู้อะไรจะเกิด วันนี้ได้เห็นโฉมหน้ามันก่อน ที่จะเป็นผัวเมียกัน จดทะเบียนต่างๆ นานา ถ้าลายออกวันนั้นจะหนักกว่านี้ หรือเขาไปหลอกคนอื่นแล้วมาพัวพันเราก็ซวยกว่านี้ บนความโชคร้ายก็มีความโชคดี คิดอย่างนี้ จะไม่กลับไปนะ?

ทิพย์ : ไม่กลับไปค่ะ