สาวฟาดปากอดีตแฟน ถูกกัดหน้าเหวอะ ขอค่ารักษาเพิ่มจนกว่าจะหาย ฝ่ายชายลั่นผมเป็นโรคซึมเศร้า  

กรณีสาวรายหนึ่ง ร้อง “กัน จอมพลัง” ให้ช่วย หลังจากที่ถูกอดีตแฟนหนุ่มกัดหน้าจนเกิดแผลเหวอะหวะเสียโฉม ไปทำงานไม่ได้ อีกทั้งฝ่ายชายมีญาติมีตำรวจ เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

รายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 24 ม.ค. 66 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ บี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย มาพร้อม กัน จอมพลัง ที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้

อายุเท่าไหร่?

บี : 30 ค่ะ อาชีพเป็นโมเดลลิ่ง และรับงานเอ็นเตอร์เทนด้วยเป็นบางครั้ง เรามีน้องๆ ในสังกัด

ไปรู้จักผู้ชายคนนี้ได้ไง?

บี : เขาติดต่อหนูมาเรื่องเด็กเอ็นค่ะ เขาเพิ่งใช้บริการ 2 ครั้ง เราก็ส่งคนอื่นไปค่ะ แล้วเขาส่งข้อความมาเชิงจีบ คุยๆ กัน แล้วก็ไปเจอกัน เขานัดเราไปเจอ ที่ไปเจอครั้งแรกไม่ใช่ฐานะลูกค้า เหมือนเริ่มดูใจ ไปเจอหน้ากันว่าเป็นยังไง

ไปครั้งแรกเขาเป็นยังไง?

บี : เขาก็ดีนะคะ มันดูไม่ออกค่ะ เขาดีทุกอย่าง หน้าตาดี คำพูดคำจาดีค่ะ จากนั้นเราก็คุยกันต่อ หนูอยู่พัทยา เขาอยู่พานทอง ชลบุรี จากนั้นก็คุยกันปกติ แต่ครั้งแรกที่ไป เขาก็ไม่ได้อยากให้หนูกลับ เขาอยากให้หนูย้ายไปอยู่กับเขาเลยตั้งแต่วันแรก หนูคุยตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องกลับ มันไม่ใช่เรื่องง่ายคุยกันไม่นานแล้วจะให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน หนูพยายามบอกเขาแบบนี้ ครั้งแรกเขาก็ยอมค่ะ แต่มีเคือง ๆ นิดนึง

ก่อนไปเจอเขา มีการถามประวัติเขามั้ย?

บี : เขาไม่ได้ทำงานอะไร เขาเพิ่งออกจากเรือนจำค่ะ เห็นเขาบอกว่าเป็นคดีฉ้อโกงค่ะ เขาติดอยู่นานปีสองปี หนูจำไม่ได้ค่ะ

เราก็ไม่ได้ติดใจตรงนี้?

บี : ใช่ค่ะ หนูรู้สึกสงสารเขาด้วยซ้ำไป ไม่ได้ติดค่ะ

จากนั้นเป็นยังไง?

บี : ก็คุยกันเรื่อย ๆ แล้วไปเจอกันอีกครั้งที่สอง ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ก็ผ่านไป จนครั้งที่สาม หนูไปทำงาน เลิกงานมาก็กลับไปหาเขา เขาก็ชวนไปบ้านอาเขาต่อที่ชลบุรี ชวนไปดื่มค่ะ หนูดื่มนิดนึงแล้วก็ไปนอน เพราะหนูไปทำงานมา เขาก็ดื่มสองคนอาหลานเขา พอตอนเย็นหนูตื่นเขาก็เรียกหนูไปนั่งดื่มด้วยนิดนึง แต่ไม่ได้ดื่มเยอะ หนูมีสติสัมปชัญญะครบ เสร็จแล้วหนูก็อยากอาบน้ำ เพราะหนูไม่ได้อาบน้ำเลย หนูก็บอกว่าหนูจะกลับ เขาก็คิดว่าหนูจะกลับพัทยา นั่นแหละค่ะที่ทำให้เขาโกรธ ความจริงหนูจะกลับไปอาบน้ำที่ห้องเขานั่นแหละ ให้เขาตามไปทีหลัง หนูอยากอาบน้ำแล้ว เขาคิดว่าหนูจะกลับพัทยา ไม่อยู่กับเขา ตอนนั้นพูดอะไรไปเขาไม่ฟังเลย หนูก็บอกว่าจะสองทุ่มแล้วนะ เพราะนัดจะกลับสองทุ่ม เขาก็รัดแข้ง รัดแขน เหมือนกอดดึงไว้ไม่ให้ไป

ต่อหน้าอามั้ย?

บี : ใช่ค่ะ เขาบอกว่าอาเป็นตำรวจค่ะ ตอนนั้นหนูก็งงว่าจะกลับไปอาบน้ำ ทำไมต้องรัดอะไรขนาดนั้น หนูเข้าใจว่าเขาจะดื่มต่อ ก็โอเค ให้เขาดื่มต่อ แต่หนูไม่ไหวแล้ว หนูจะกลับนั่นแหละ เขาก็โกรธคิดว่าหนูจะกลับพัทยา พอเขาออกมาจากห้องน้ำเขาก็ผลักหนูบนเตียงแล้วนั่งคร่อมหนู แล้วพูดว่าหนูจะกลับใช่มั้ย

เขาด่ามั้ย?

บี : ครั้งแรกเขาบอกว่าจะกลับใช่มั้ย แย่งโทรศัพท์หนูไป หนูพยายามดันตัวเองบอกให้ปล่อย เขาบอกว่ามึงพูดมาว่ามึงจะไม่อยู่กับกู มึงจะไปทำงาน มึงจะกลับ หนูก็พูดเพราะไม่งั้นก็ไม่ได้ซะที มันไม่รู้เรื่องแล้ว แล้วเขาก็บีบคอหนู หนูหายใจไม่ออกจะตายแล้ว เขาก็ปล่อย แล้วกัดตรงจมูกหนู กัดเหมือนหมาพิตบูล กัดแล้วส่ายหัว

เหมือนจะให้จมูกขาดเหรอ?

บี : เกือบขาด เกือบฉีกแล้วค่ะ ตอนนั้นเลือดไหลเยอะมาก พอกัดเสร็จเขาก็ลุกขึ้น แล้วก็เดินออกไปหาน้าเขา ก็ยังไปคุยกับน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังขำกับน้า หนูก็นั่งงง ๆ เอากระดาษทิชชู่ซับเลือดค่ะ

ตอนนั้นอาเขาว่ายังไง?

บี : อาเขายังไม่เห็น เขานั่งคุยกันอยู่ข้างนอก หนูก็ออกไปเรียกรถให้มารับ อาเขาก็เห็นว่าหน้าหนูเป็นสภาพนี้ เขาก็บ่นๆ ว่าๆ หลานเขา แต่ไม่ได้ว่ารุนแรง เหมือนมีการให้ท้ายกันอยู่ค่ะ อาเขาวิดีโอคอลหาคนที่เขาบอกว่าผู้กำกับค่ะ หนูหันไปมองแป๊บนึงก็ก้มลงต่อ สารวัตรเขาก็พูดว่าธรรมดา

เหตุที่หนักที่สุดที่ไม่ไหว ไปร้องคุณกันคืออะไร?

บี : หนูต้องการให้เขาชดเชยค่าเสียหาย หน้าหนูเริ่มเป็นเยอะแล้ว ต้องการให้เขาจ่ายรักษา ครั้งแรกหนูไม่ได้ติดใจอะไร แต่ครั้งนี้มันหนักมาก หนูกลัวว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมด้วยเพราะอาเขาเป็นตร.ค่ะ

ที่หนักมากคืออะไร โดนอะไรมา?

บี : ครั้งสุดท้ายหนูโดนเขากัดอีกค่ะ มันเป็นวันปีใหม่พอดีเขาชวนหนูดื่ม แต่หนูไม่ดื่ม เขาก็ตามหลังเข้ามาในห้อง ด่าอะไรก็ไม่รู้ ด่า ๆ จนหนูไม่พอใจแล้ว หนูเลยถือโทรศัพท์มาจะเรียกรถกลับ เขาก็ก้มตามหลังหนูมา หนูก็เข้าใจว่าเขาจะมาหอม แต่เขากัดปากแล้วปล่อย เลือดออกเลยค่ะ ปากแทบจะแหว่งค่ะ จากนั้นหนูก็ตกใจ ถามว่าทำ ทำไม หนูทำอะไรผิด เขาก็เดินเข้าไปในห้อง คิดว่าเขาจะไปเอาทิชชู่มาซับเลือดให้ แต่เปล่าค่ะ เขาไปล็อกห้อง แล้วดิ่งมาหาหนูเลย บีบคอหนูเลย ไม่พูดอะไรเลย แล้วดันหนูเข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็กัด ๆ ๆ ๆ หน้าค่ะ มีจังหวะนึงเหมือนเขาหยุดมองดูหน้าหนู

เขากัดที่ไหนบ้าง?

บี : ตรงตาค่ะ แล้วตรงปาก จมูกมันไม่โดน โดนขอบ ๆ ตรงแก้มแทน แล้วขอบปากเป็นเยอะมาก

จากนั้นคุณติดต่อเขาอีกมั้ย?

บี : ก็มีติดต่อ เพราะเขาส่งข้อความมาง้อ มาพูดดี สัญญานั่นนี่โน่น หนูก็ใจอ่อนค่ะ ก็กลับไปคุยกับเขา แต่ไม่ได้คิดว่าจะกลับไปคบค่ะ ที่คุยเพราะเขาบอกว่าเขาออกมาจากตรงนั้นเลย เขาทะเลาะกับครอบครัวเขาค่ะ เพราะญาติพี่น้องเขาไม่เอา

ทำไมยังกลับไป?

บี : ใจอ่อนค่ะ สงสาร

วันนี้ล่ะ ทำไมออกมาร้องคุณกัน?

บี : จริง ๆ หนูตั้งใจจะดำเนินคดีกับเขาอยู่แล้วตั้งแต่ตอนแรก เพราะหนูไม่ยอม หนูจะไม่เอาแล้วตั้งแต่ตอนแรก อยากให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่ทำด้วย ครั้งแรกเขาไม่ได้รับผิดชอบ ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ถามไถ่ ไม่ได้มีความสำนึกค่ะ ไม่มีความเห็นใจ ไม่มีความสงสารค่ะ

“คุณเอ” อดีตแฟนคุณอยู่ในสาย คุณเป็นคนกัดจมูก กัดหน้า กัดตาน้องคนนี้?

เอ : ตรงตานี่ก็สงสัยอยู่นะ

คุณเป็นคนกัดใช่มั้ย?

เอ : ผมเป็นคนทำ และได้ชี้แจงไปแล้ว

กัดหรือไม่กัดหน้าเขา?

เอ : ทำครับ

เรื่องราวของคุณเกิดอะไร?

เอ : ตั้งแต่คบกัน ผมให้เขามาหาผม ผมคิดว่ามันอาจใช้ชีวิตคู่ด้วยกันได้ พยายามบอกเขาตลอด ผมเพิ่งออกมาจากข้างใน ก็อยากเริ่มต้นกับใคร อยากมีชีวิตคู่ ก็เหมือนที่เขาส่งข้อความมาหาผมนั่นแหละ เขาครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้เต็มที่อะไรกับเรา ที่ผมทำไปเป็นเรื่องที่ผมยอมรับว่าผิด ผมผิดแน่นอน แต่ที่มาที่ไปมันมี คือเขาเอง ผมพยายามพูดบอกตลอดก่อนที่จะมาใช้ชีวิตด้วยกัน ว่าผมต้องการแบบไหน ผมต้องการคนเป็นคู่ชีวิต และเต็มที่แบบนี้ๆ นะ แล้วเหตุการณ์ที่มันเกิด ที่บอกว่าผมบอกให้เขาไปกินเหล้ากับผม แล้วผมไปวีนเขา มันไม่ใช่แค่นั้น  มันสะสมหลายอย่าง เขาเป็นคนที่ใช้คำพูดไม่ดี

บี : พูดไม่ดียังไงคะ คนพูดไม่ดีเป็นคุณมากกว่านะคะ

เอ : เขาจะเป็นผู้หญิงใช้คำพูดที่พูดอะไรด้วยอารมณ์ตลอด

บี : เหรอ พูดด้วยอารมณ์เหรอคะ มีแต่ฉันที่บอกให้คุณพูดจาดีๆ คำว่าควาย เหี้- สัต- โคตรพ่อโคตรแม่ มันสมควรพูดมั้ย มันเริ่มต้นพูดก่อนทั้งนั้น

เอ : เขาก็พูดแบบนี้เหมือนกัน

บี : ตลก

เอ : เขาก็พูด แต่พอผมพูด ผมก็กลายเป็นคนผิดทันที

บี : มันเกี่ยวอะไรกับแผล ถึงมาทำแบบนี้

แล้วไปกัดเขาทำไม?

เอ : เหตุการณ์ที่เกิดวันนั้น ผมก็นั่งดื่มด้วย ผมชวนเขาดี ๆ แต่เขาทำหน้าเครียดมาก ทำแย่ ทำพฤติกรรมที่ไม่ได้เต็มที่กับเรา มันสะสมมาหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ อย่าง ผมบอกเขาแล้วว่าต้องการแบบไหน แต่เขาต่อต้านตลอด เขาบอกกูจะไปอยู่กับมึง แต่กูจะทำตัวแบบนี้ ทำไมเหรอ ทำนองนี้ ผมบอกเขาตลอด ถ้าคุณไม่พร้อมคุณไม่ต้องมานะ คุณอยู่ที่ของคุณไปเลย

บี : คำพูดพวกนั้น คุณคิดไปเอง ไม่เคยพูดเลยนะ ที่บอกว่าทำหน้าตาไม่ดี พยายามบอกตลอดทั้งวันว่าเครียดเรื่องแม่ แต่คุณไม่ได้สนใจ เพราะคุณดื่มตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว คุณเมาพูดไม่รู้เรื่องแล้ว แล้วบังคับให้เราไปนั่งด้วย เราก็ไปนั่ง

เอ : ผมไม่ชอบคำว่าบังคับมาก เพราะเขาไม่มา ไม่ดื่ม ผมก็ไม่อะไรเลย ถ้าไม่เต็มที่ คุณไม่อยู่กับเราก็ได้ ผมบอกเขาตลอด บอกตั้งแต่ต้น แต่วันนั้นสะสมหลายอย่าง เหมือนเขาไม่เอาอะไรแล้ว ไม่โอเคอะไรแล้ว ผมก็เลยเข้าไปหาเขาที่ห้อง

ไปกัดหน้าเขาทำไม?

เอ : ผมคิดว่าผมไม่ได้ตั้งใจให้เกิดแบบนั้น มันเกิดจากอารมณ์ผมตอนนั้น ผมผิดเลย ผมยอมรับเลยว่าผมผิด อารมณ์ผมตอนนั้นมันไม่ไหว เขาไม่อะไรเลย เขาไม่ฟังคำพูดผมสักอย่างเดียว มันเป็นอารมณ์ผมเลย ผมยอมรับว่าผิดเลย แต่ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ไม่ได้อยู่ๆ จะเป็นแบบนั้น แล้วที่บอกว่าผมไปล็อกประตู มันไม่ได้หมายความว่าผมจงใจจะไปทำร้ายเขาแบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว ผมปิดประตูห้องเพราะไม่อยากให้คนข้างนอกรู้ว่าทะเลาะกัน

บี : ไม่ได้ทะเลาะอะไรเลยนะคะ

เอ : พี่ไปถามข้างห้อง เคยมีเหตุการณ์ที่เขาทะเลาะกับผม ผมบอกให้เขากลับไป ครั้งนั้นเขาเขวี้ยงกระเป๋าใส่ผม โวยวายเสียงดังมาก  

คุณจะบอกว่าคุณทนพฤติกรรมเขาไม่ไหว เลยกัดหน้าเขา?

เอ : ถ้าเหตุการณ์วันนั้น ไม่ใช่ทนพฤติกรรมเขาไม่ไหว แต่คิดว่าความรู้สึกผมคงไม่เหลืออะไรแล้ว คิดว่าเขาคงไม่น่าจะอะไรกับเราแล้ว มันเลยหลุดไป ผมบันดาลโทสะไปเพราะผมเมาด้วย ผมยอมรับแบบนี้ดีกว่า

คุณโกรธเพราะเขาจะไม่อยู่ตรงนั้น?

เอ : ไม่ใช่นะ ผมเป็นคนบอกเขาตลอด เมื่อไหร่ที่เขาบอกจะไป ผมก็ไม่เคยรั้งเขาไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ถามเขาได้เลย ไม่มีสักครั้งเดียวที่จะรั้งเขา

บี :   ตอแหลมากเลย พูดออกมาดูหล่อมาก เอาความจริงมาพูด รู้อยู่แก่ใจมั้ย ถามหน่อย

เอ : ผมไม่ได้หลงตัวเอง มีหลักฐานหมด

บี : อายมั้ย

กัน : น้องเอกัด เพราะคุยกันไม่ลงตัว เมาด้วย กลัวเสียเขาไป

เอ : ผมไม่เคยกลัวเสียเขาไป ถ้าเขาจะไปผมปล่อยเขาไปเลย ผมไม่เคยรั้งเขาเลย มีหลักฐาน ทุกครั้งที่คุยกันในเฟซบุ๊ก มีหลักฐานตรงนี้อยู่ ผมแคปให้พี่นักข่าวหมดแล้ว ว่าเวลาเขาคุยกับผม เขาพูดยังไง

กัน :   เราพร้อมปล่อยเขาไป ถูกมั้ย แต่วันนั้นที่กัด เราปล่อยเขาไปทั้งที่สภาพหน้าเละ ๆ แบบนั้นถูกมั้ย อยากให้ไปแบบมึงเลิกกับกูแล้วหน้ามึงต้องเละเลย ถูกมั้ย

เอ : ไม่ใช่ครับ คุณกำลังกล่าวหาผม

กัน : ผมกำลังถาม ว่าคุณกัดเขาทำไม คุณก็ตอบดิ

เอ : ผมอธิบายไปแล้วว่ามันหลายๆ เรื่อง

บี : ทำไมไม่มาคุยกันที่นี่

เอ : เรื่องชวนไปดื่มเหล้าแล้วไม่ไปดื่ม มันไม่ใช่ มันมีอะไรมากกว่านั้น ผมก็ยอมรับแล้วว่าผมผิด ผมไม่ได้บอกว่าผมถูกนะ

สิ่งที่คุณพูดไร้สาระมาก เป็นเรื่องคุณหลังบ้าน แต่ที่กำลังคุยตอนนี้คือคุณกัดเขาทำไม จะแก้ไขยังไง ช่วยเหลือยังไง ส่วนคุณบีไม่ต้องไปเถียงเขาเยอะ ถ้าต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม ก็ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องพูดกันแบบนี้ ไม่งั้นไม่จบหรอก?

เอ : ผมไปอ่านข่าวสั้น ผมรู้สึกว่ามันบิดเบือนข้อเท็จจริงเกินไป ผมไม่ใช่ซาดิสต์ถึงขนาดนั้น

คุณเคยกัดแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นมั้ย?

เอ : ไม่เคย ผมเคยทะเลาะกับแฟน แต่เป็นบางคนที่มีปัญหากับเขา

สรุปบางคนที่ทำ?

เอ : เคยมีเกิดขึ้นครับ แต่ไม่ใช่ทุกคนนะ

เราไม่ต้องการผัวเมียทะเลาะกันออกสื่อ วันนี้คุณเป็นแค่แฟน แล้วแยกย้าย คุณต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมเขากัดหน้าคุณ ต้องการเรียกร้องค่าเยียวยารักษา ส่วนฝั่งผู้ชาย ต้องการเยียวยาเขายังไง?

เอ : เหตุเกิดวันที่ 2 ม.ค. แต่วันที่ 4 ม.ค. ไปคุยกับพนักงานสอบสวนแล้ว แม่ผมเป็นคนไป ผมไม่ได้ไป ทำบันทึกข้อตกลงกันว่าจะชดใช้ค่าเยียวยา เขาเรียกมา 5 หมื่น แม่ผมต่อรองเหลือ 4 หมื่น เขาจะให้ผมโอนให้สัปดาห์ละ 5 พัน เริ่มทุกวันศุกร์ ผมก็โอนไป 2 งวดแล้ว มันเหลือ 3 หมื่น ผมก็คิดว่าเขาคงไปทำเลเซอร์หน้าแหละ ถ้ายังเป็นรอย หลังเกิดเหตุผมก็ยังอยู่กับเขา แต่ผมก็โอนเงินให้แม่ผมปกติ ไม่ใช่ว่าอยู่กับเขาแล้วไม่ได้โอน

เขาจ่ายให้คุณมั้ย?

บี : จ่ายมาหมื่นนึงค่ะ ค่ารักษามันเกินอยู่แล้วค่ะ เพราะตอนนี้เป็นแผลคีรอย มันไม่พออยู่แล้ว เขาไม่ได้ให้เป็นก้อนด้วย

เอ : เขาให้ผมโอนให้แม่ผม แล้วให้แม่ผมโอนจ่ายให้เขา ผมก็โอนให้ แต่ผมไม่รู้หรอกว่าค่าใช้จ่ายจริงๆ แล้วต้องเท่าไหร่ เพราะตอนเขาไปทำบันทึกกันไว้เท่านี้ แล้วเขามาบอกให้ผมจ่ายแบบนี้ๆ

จะเอาเท่าไหร่?

บี : กว่าจะหายเลยได้มั้ยคะ

4 หมื่นที่เคยทำข้อตกลง ไม่เอาแล้ว?

บี : ค่ะ ขอเฉพาะค่ารักษาจนกว่าแผลจะหายได้มั้ยคะ

ค่าอย่างอื่นไม่เอา?

บี : ไม่เอาค่ะ เอาค่ารักษาตามจริง เอาบิลไปเบิกค่ะ

ได้มั้ย?

เอ : ได้นะ แต่ผมไม่ได้มีรายได้อะไร ผมจ่ายสัปดาห์นึง 5 พัน ผมพร้อมได้ประมาณนี้ เดือนนึงผมต้องรับผิดชอบตรงนี้รวม 2 หมื่น แต่เขาจะเอามากกว่านี้ ผมก็ไม่รู้ว่ายอดเต็มที่ที่แผลจะหายมันเท่าไหร่ แต่ผมสะดวกให้ได้ประมาณนี้ เต็มที่ของผม

คุณไปร้องขอเพิ่มแล้วเขาไม่ให้แล้ว?

บี : เขาคงไม่ให้แล้วค่ะ เพราะเขาบอกว่าให้ได้แค่นี้

เอ : เขาไม่เคยมาเรียกร้องเพิ่ม ขนาดอยู่ด้วยกันผมออกจากคอนโดเขา วันที่ 21 ที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยบอกอะไรส่วนตัวกับผมเลยว่าจะขอเพิ่มหรืออะไร

บี : ตอนนี้ตั้งใจจะดำเนินคดีด้วยค่ะ จริง ๆ ตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะดำเนินคดี ไม่เคยบอกเขาว่าหนูจะยอมความนะคะ

กัน : ในส่วนที่น้องเอจ่ายค่าบรรเทาเยียวยา ก็ต้องแยกกันกับส่วนของการกระทำ

เอจะดูแลเขาได้มั้ย จนกว่าใบหน้าเขาจะหาย?

เอ : ผมชี้แจงไปแล้วว่าผมให้ได้สัปดาห์จะ 5 พันเท่านั้น จริงๆ เราทำบันทึกข้อตกลงกันไปแล้ว หลังทำบันทึกข้อตกลง เขาเป็นคนบอกผมเองว่าอยากให้มันจบๆ ไม่อยากเอาเรื่องเอาความอะไร เขาบอกผมผ่านเฟซบุ๊กเอง เขาบอกตั้งแต่วันนั้นด้วยซ้ำ

บี : จะจริงได้ไง หนูบล็อกเขาเลย ไม่ตอบอะไรเลยเรื่องข้อความ

เอ : เขาไม่ได้บล็อก

บี : มันคนละวันกันหรือเปล่า ถามหน่อย

เอ : วันนั้นผมไปเซเว่น เขาทักแชตมา บอกผมเองว่าห้ามผิดนัด ไม่อยากเอาความอะไร

บี : ขอหลักฐานหน่อยได้มั้ย

คุณให้ได้อาทิตย์ละ 5 พัน ตกเดือนนึง 2 หมื่น ค่ารักษากว่าหน้าจะหาย อาจกินเวลาไป 6-7 เดือน เอยินดีจ่ายมั้ย?

เอ : ผมไม่มีลิมิตไว้ ก็จ่ายให้เขาไปก่อน จริง ๆ ผมก็อยากทำข้อตกลงว่า 4 หมื่นหรืออะไร แต่ถ้าพูดมาแบบนี้ ผมไปต่อไม่ถูก ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหาย แล้วเขาจะเรียกไปถึงไหน ให้จบยังไง

กัน : เขาก็เอาที่รักษามาเบิกไง ไม่ได้มาเบิกปากเปล่า เบิกลอยๆ ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้อยากได้ 3 พัน 5 พัน แต่ก็พึงคิดไว้ด้วยนะ แผลที่อยู่บนหน้าเขามันก็มาจากปากเรา ไม่ใช่อยู่ดี ๆ มีแผลเกิดขึ้นที่หน้า ถ้าเราเยียวยาเขาตามที่บิลมันมา พี่ก็มองว่าสมเหตุสมผล ส่วนที่ทำบันทึกข้อตกลงไว้ 4 หมื่น มันเป็นการบรรเทาผลร้าย เราทำเหตุไปแล้ว เหมือนคนแทงคน บอกว่าทำไมจ่ายไป 5 หมื่นไม่จบ มันไม่ใช่ อย่างน้อยดีกับเราด้วย

เอ : ตอนนั้นผมเองไม่ได้ไปพบพนักงานสอบสวน เขาเป็นคนบอกแม่ผมว่าไม่ต้องเอาใบบันทึกนี้ให้ผมดู ผมเข้าใจว่าถ้าจ่ายเงินไปแล้วก็สิ้นสุดกันไป ก็จบกันไป พอคุยกับเขาก็อยู่กับเขาได้ต่อ ถ้าผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าดำเนินคดีอาญาต่อ ผมก็ไม่ต้องไปอยู่กับเขา ผมออกมาทำงาน แล้วเอาเงินไปเยียวยา ไปวางศาลไม่ดีกว่าเหรอ

กัน : ที่เราไปอยู่กับเขา เพราะไม่อยากให้เขาดำเนินคดีกับเราเหรอ

เอ : ไม่ใช่ คือผมเชื่อว่าทุกคนก็มีความหวังว่าจะเป็นแบบนั้นบ้าง แต่ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ตอนผมอยู่กับเขา ผมก็จ่ายเงินปกติสัปดาห์ละ 5 พัน

กัน : เอรักเขามั้ย

เอ : ตอนนี้ผมก็ยังรักเขา ไม่ได้โกรธเขา

กัน : คุณบีรักเขาอยู่มั้ย

บี : ไม่ค่ะ ไม่มีทางกลับไปคืนดี

เอ : ผมรักเขา แต่ผมอยู่กับเขาไม่ได้ ผมอึดอัด ต่อให้ผมรู้สึกกับเขาก็อยู่กับเขาไม่ได้ ผมไม่เคยเจอคนแบบนี้เหมือนกัน

จริงๆ แล้วคุณเอเคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่น?

เอ : ผมไม่เคยกัดผู้หญิงคนอื่น แต่ที่เคยทะเลาะ แบบลงไม้ลงมือ มันเคยมี แต่ไม่ได้ไปกัด ไม่มี

คุณทำร้ายถึงขั้นไหน?

เอ : มีตบ ทะเลาะกันลงไม้ลงมือ เรื่องมันนานมาแล้วพี่

เรามีอารมณ์รุนแรง?

เอ : ไม่ใช่ครับ ถามว่าผมเซนซิทีฟมั้ย ทุกวันนี้ผมป่วยซึมเศร้าก็ยังรักษาอยู่ คำพูดที่จี้ความรู้สึกเราก็ใช่ แต่ผมไม่ได้ทะเลาะเขาตลอด ผมไม่ได้ใจร้อนอะไรขนาดนั้นเลย ผมอาจจะหลุดไปบ้าง

เวลามีเซ็กซ์ชอบกัดมั้ย?

เอ : ไม่ครับ ไม่เคยครับ ถามเขาดูได้

เขากัดเรามั้ย?

บี : ไม่ค่ะ

มันไม่ใช่เรื่องรสนิยม เป็นภาวะทางจิตหรือเปล่า ที่เวลาโมโหแล้วทำร้ายเคยปรึกษาหมอมั้ย?

เอ : เคยครับ หมอที่รักษาผมอยู่ พูดทำนองว่าผมพยายามเข้าสังคมหน่อยนะ ผมไม่ได้มีอาการรุนแรง แต่ที่มันหลุดไป ผมว่าผมบันดาลโทสะมากกว่า คบใครก็ไม่ได้อยากทะเลาะ

กัน : หมอไม่ได้ลงว่าผิดปกติ มีอาการทางจิตรุนแรง ชอบใช้กำลัง

เอ : หมอลงว่าผมเป็นผู้ป่วยซึมเศร้า

กัน : คิดว่าอารมณ์ที่ฉุนเฉียว มีอาการแบบนี้ คิดว่าเป็นอาการทางจิต หรือสันดานเราเอง

เอ : ผมบันดาลโทสะมากกว่า กับคนอื่นที่ผ่านมา ก็เหมือนผัวเมียทั่วไปที่ทะเลาะกันแหละพี่ ผมก็ไม่ได้อยากทะเลาะเลย ผมไม่มีความสุขเลย ผมเอาเขาเข้ามาในชีวิตเพราะอยากมีความสุข ไม่ได้อยากทะเลาะ

กัน : ทำเคสผัวเมียมาเยอะมาก ไม่มีผัวเมียที่ไหนรักกันด้วยหมัด ศอก เข่า กัดหน้า ถ้าเรารักเขาจริง เราเห็นคนที่เรารักเจ็บ เราโอเคเหรอ

เอ :   ไม่โอเคนะครับ ที่เกิดเรื่องรอบแรก ไม่ใช่ผมไม่สนใจเขา แต่เขามาหาผม ผมพยายามมองๆ ดูๆ อยู่ แต่ผมอาจไม่ค่อยพูด แสดงออกไม่ค่อยเป็น ไม่ใช่ผมไม่สนใจเขา

กัน : ภาพที่เห็นจากบาดแผล เอแสดงคำว่ารักไม่ถูก เอกำลังแสดงความรุนแรงออกมา

เอ : มันเป็นแค่บางครั้ง

กัน : แต่ผู้หญิง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาคือใบหน้า ทุกคนรักหน้าตาตัวเองหมด เอก็รู้ว่าเขาทำงานเกี่ยวกับการใช้หน้าตา

เอ : เขาบอกเขาส่งเด็กให้ลูกค้าอย่างเดียว ไม่ได้ทำงานเอง แต่พอทะเลาะกัน เขาก็ไปทำงานนั้นบ้าง ก็เกิดเรื่องสะสมขึ้นมา ผมเข้าใจตลอดว่าเขาไม่ได้ไปลงงานเอง

พยายามคิดในมุมเอ ก็ยังหาจุดไม่เจอ อันดับแรก เข้าใจแต่ละคนจะมีมุมมอง?
เอ : พี่ให้ผมมาสัมภาษณ์ พี่ต้องการอะไร

คำตอบง่าย ๆ อยากฟังสองเรื่อง แต่ประเด็นที่พูดออกมา มันเหมือนเอไม่ยอมลงให้ใคร แม้แต่นิสัยที่พูดคุยกัน?

เอ : ผมจะบอกว่าผมสำนึกผิดในสิ่งที่ผมทำลงไป ที่ผมทำลงไปมันผิด มันไม่ควรใช้วิธีแบบนี้แก้ปัญหาเลย ถ้าเกิดว่าคบกันแล้วไม่โอเค เราควรปล่อยเขาไป ก็ควรเป็นแบบนั้น แต่ที่อึดอัดมาตลอด ต่อให้เขารู้ว่าไม่โอเค เขาก็เอาตัวเองมาอยู่ในจุดของผมอยู่ดี มันอึดอัด ผมก็แค่อยากอธิบายตรงนั้น

กัน : เขาไม่โอเค แต่เขาทนอยู่เองเหรอ

เอ : ไม่ใช่ครับ บางครั้งผมก็เอ่ยปากชวนเขามา แต่ตอนนั้นเราคิดว่าเขาอาจไม่ได้เป็นคนคิดแบบนี้ ใช้คำพูดแบบนี้ ใช้คำพูดซัปพอร์ตเราบ้าง ทั้งชีวิตผมมีแค่แม่คนเดียว ถ้าไม่มีแม่ ชีวิตผมจบเลย ผมตัวคนเดียว เวลาเกิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครมองผมดีทั้งนั้น ผมแค่อยากบอกว่าผมสำนึกผิดในสิ่งที่ผมทำลงไป มันผิดแน่นอน ไม่ใช่ไม่ผิด แต่ผมอึดอัด

กัน :   ถ้าเขาเอาบิลรักษามาเบิกกับเรา เราโอเคมั้ย

เอ : ผมไม่ได้มีเงินก้อนสำรองไว้

ค่ารักษาแต่ละเดือนอาจไม่ถึง 2 หมื่นก็ได้ เพราะเขาเบิกตามจริง ไม่ใช่เขาจะมาเรียกเอเดือนนึง 3-4 หมื่น เพราะในการรักษา เชื่อว่าถ้าหมอต้องเย็บ อาจมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นก็ว่ากันไป แต่เฉลี่ยกันจ่าย แต่สุดท้ายก็คุมอยู่ในจำนวนนี้ จาก 4 หมื่นที่ต้องจ่ายอาทิตย์ละ 5 พัน บางทีอาจแค่ 3 หมื่นก็ได้ หรืออาจ 6 หมื่น แต่อยู่ในวงจำกัดของมัน ไม่มีทางที่เขาไปเรียก 3 ล้าน 8 ล้าน เพราะเขาเรียกค่ารักษาตามจริง แล้วมันสมควร เวลาเราทำอะไรกับใครสักคน ไปทำเขาหน้าเสียโฉมแบบนี้ แล้วเขาไม่ได้เรียกร้องค่าทำมาหากินเขาด้วยนะ เขาแค่ขอค่ารักษาใบหน้า แล้วเอาบิลมาเบิก แล้วแยกย้าย แค่นั้นเอง?

กัน : ไหวมั้ย

เอ : ไหว ๆ ผมมีลิมิตของผม ผมไม่ได้มีเงินก้อนสำรอง แต่ว่าถ้าเกิดจ่ายไปจนกว่าหน้าจะหาย ไม่ได้มากมายอะไร ก็ดูแลเขาได้ ผมจะพยายามแล้วกัน ต่อให้ไม่ออกรายการ ไม่เป็นเรื่องใหญ่ ผมก็โอนเงินให้แม่ผมตรงวันอยู่แล้ว

คุณโอเคมั้ย ถ้าเขายินดีจะรักษาให้คุณ จนกว่าคุณจะหาย?

บี : โอเคนะคะ แต่ส่วนคดีก็จะดำเนินการต่อ

กัน : เรื่องคดีก็เรื่องคดี เรื่องเยียวยาก็เยียวยา เอเยียวยาจนเขาหายก็ยิ่งเป็นผลดีกับเอนะ

เอ : ตรงนี้ผมทราบแล้วครับ

กัน : เรื่องนี้เราปล่อยผ่านไม่ได้ มันเป็นการดัดนิสัยเอด้วย เอจะได้ไม่กล้าไปทำแบบนี้กับใครอีก ไม่ใช่โมโหตบ โมโหตี ถ้าเราโดนบ้างเราก็เจ็บนะ ลองนึกถึงพ่อแม่เขาด้วย พ่อแม่เขารู้ก็เสียใจ พ่อแม่เราเห็นว่าเราโดนเขาก็เสียใจเหมือนกัน

เอ : เข้าใจครับ จะพูดประมาณนี้ใช่มั้ยครับ ผมคิดว่าผมจะอธิบายอะไรได้ ก็เอาเป็นว่าผมรับทราบแล้วครับ

ครั้งที่สาม คุณนั่งกินเหล้ากับอาที่เป็นตร. เขาบอกจะไปอาบน้ำ แต่คุณไปกัดเขาจริงมั้ย?

เอ : ตอนนั้นเขาบอกจะไปทำงาน ไปเป็นเด็กเอ็น เขาพูดกลับไปกลับมา ผมไม่เคยเจอแบบนี้ มาด้วยกันก็นั่งด้วยกัน ก็กลายเป็นว่า สรุปเขาจะเอาแต่นอนอย่างเดียว เพราะเขาส่งลูกค้า ทำงานดึกๆ ช่วงกลางวันจะนอนอย่างเดียว

วันที่เอจะคบกับเขา รู้มั้ยเขาทำอาชีพนี้ ?

เอ : ฟังก่อนนะครับ ผมไม่เคยรู้ว่าเขาทำเด็กเอ็น ผมไปเรียกเด็กเอ็นกับเขา เพราะเขาเป็นโมเดลลิ่ง เขาไม่ได้รับงานเอง แต่พอทะเลาะกันทีไร เขาบอกเขาจะไปทำงาน ๆ

บี : คุยไปได้สักพักไม่เจอหน้ากัน ก็มีบอกเขาว่าหนูมีไปรับงานเองบ้าง หนูบอกเขานะคะ ตอนอยู่บ้านอา หนูบอกว่าจะไปทำงาน แต่คุยกันแล้วว่าไม่ได้ไป จะกลับพัทยาด้วย คุยกันแล้ว มันเป็นข้ออ้างของเขาเอง

เขาถามว่าคุณไม่ได้บอกเขาว่าเป็นเด็กเอ็นตั้งแต่แรกจริงมั้ย?

บี : วันแรกไม่ได้บอกค่ะว่าไปทำงานเอง แต่หลังจากนั้นมีบอกค่ะ

เอ : เขาบอกว่าถ้าเขาอยู่กับผม เขาจะไม่ทำงานเลย

บี : ไม่จริงค่ะ ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หนูก็ไปทำงานของหนูบ้าง

เอ : ตั้งแต่คุยกันมา เขาบอกจะไม่ทำเลย แล้วบางทีเขามาหาผม ไปดื่มกับลูกค้ามาเสร็จ หกโมงก็นั่งรถมาอยู่กับผมที่ห้อง สภาพเมาๆ แล้วพูดตรงๆ ไปอัพมาบ้าง เพราะมีงานอัพด้วย ผมพูดแค่นั้น

ถ้าวันนึงเจอผู้หญิงแบบนี้อีก เอเลิกไปเลย?

เอ : ผมจะไม่คบเขาเลย ผมคิดแค่นั้นเลย

กัน : ปกติเอหาแฟนเป็นเด็กเอ็นมั้ย

เอ : ไม่ครับ ผมไม่ได้คิดจะคบเด็กเอ็นเป็นแฟนครับ มีเขาคนเดียวที่เป็นโม แล้วผมเข้าใจว่าเขาไม่ได้รับงาน แต่ต่อไป ไม่คบเลยดีกว่า ผมรับไม่ได้ตอนที่เราคบกันแล้ว ได้กันไปแล้ว แล้วไปทำงานแบบนี้ ที่เขาเคยไปทำมาก่อนคบผม ผมไม่ได้วอรี่ ไม่ได้มายด์เลย

คุณไปบงการชีวิตใครคนใดคนนึงไม่ได้ เราแค่มอง ถ้าไม่ไหวก็ถอยออกมา แล้วอย่าไปทำร้ายเขา?

เอ : ถูกต้องครับ แต่พอเป็นแบบนี้มันก็สะสม ผมทำไปผมผิดเลย

บีอยากพูดอะไร?

บี : ดีใจมากที่ได้ออกมาจากชีวิต บอกตรง ๆ

กัน : คนรักกัน คงเห็นคนที่รักบาดเจ็บไม่ได้ ถ้าทำแบบนี้ได้แสดงว่าไม่ได้รักกัน

เชื่อพี่สักครั้ง ให้ไปปรึกษาแพทย์ ไม่ได้บอกว่าเป็นโรคจิต เป็นคนไม่ดี แต่ถ้าคนเรามีภาวะที่คนทัก ลองไปดู อย่างน้อยหาคำตอบให้ตัวเองได้ ไปหากระจก แล้วจะผ่านไปได้ ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายก็ว่ากันไปตามกฎหมาย การเยียวยาก็ว่ากันไปตามที่เขาขอ คุณก็อย่าไปยั่วโมโหเขา จะได้จบ?

บี : ไม่แล้วค่ะ

กัน : จะกลับมาดีกันมั้ย

เอ : คงไม่ครับ

บี : หล่อมากเลย สุดยอด อยากพูดคำหยาบมาก