“Bangkok River Festival 2022” ครั้งที่ 8 ชูแนวคิด “รักษ์ ณ สายน้ำ” ยกระดับการบริหารจัดงานอย่างยั่งยืนทุกมิติ พร้อมผลักดันสู่การเป็น Festival ระดับโลก

พร้อมกัน 10 Landmark ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 5-8 พ.ย.นี้ และ Lamphun River Festival ครั้งที่ 4 วันที่ 6-8 พ.ย.

ร่วมสัมผัสประเพณีอันดีงามของไทยที่มีความยั่งยืนอย่างแท้จริง “Bangkok River Festival 2022 สายน้ำ   แห่งวัฒนธรรมไทย”  ที่จัดต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด “รักษ์ ณ สายน้ำ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2565  บนพื้นที่จัดงาน 10 ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร /วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร /  ท่ามหาราช / เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ / เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น/ สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน)  พร้อมกันนี้ได้มีการจัดงาน “Lamphun River Festival” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 พบกับกิจกรรม “ร้อยสายบุญ ถวายโคม ตามประทีป เชื่อมพระธาตุ-พระรอด” กระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยพบกับเปิดตลาดชุมชน และอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2565  ตั้งแต่เวลา 15.00-22.00 น. ณ ถนนรถแก้ว สะพานบุญ เชื่อมพระธาตุ-พระรอด จังหวัดลำพูน

ปีนี้ยังคงเน้นยกระดับการจัดงานให้มีความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน (ESG) เป็นการสร้างประโยชน์เพื่อชุมชน โดยการจัดการของชุมชน ด้วยกลยุทธ์ บ.ว.ร.ยกกำลังสอง อันประกอบไปด้วย บ้าน วัด โรงเรียน โดยการสนับสนุนของภาคส่วนภายนอก ได้แก่ บริษัท วิสาหกิจเพื่อสังคม และราชการ อีกทั้งยังได้ขยายเครือข่ายให้กว้างขึ้นต่อยอดกิจกรรม River Talk รับฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านตำรับขนมหวาน 2 วัฒนธรรมโปรตุเกสและไทย และยังคงสานต่อกิจกรรม KAYAK The Series ครั้งที่ 2 ลอยละล่อง 3 ศิลป์ ยกถิ่นบางกอกใหญ่ และ  “ศิลป์ร่วมสร้าง ชุมชนร่วมสุข” ครั้งที่ 3 เชื่อมโยงงาน Bangkok Art Biennale 2022 (BAB2022)

เกี่ยวกับรายละเอียดงานนี้ คุณสุรพล เศวตเศรนี  ประธานการจัดงาน Bangkok River Festival 2022 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ได้กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดงานว่า “ปีนี้นับเป็นการสานต่อความสำเร็จของการจัดงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 ที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด ‘รักษ์ ณ สายน้ำ’ ชมความงดงามของสายน้ำเจ้าพระยาซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2565 รวม 4 วัน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะมุ่งมั่นในการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีเสริมมงคลตามวิถีไทย ตอกย้ำ ต่อยอด สร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่า มรดกของชาติด้วยแนวคิดสร้างสรรค์แบบร่วมสมัย สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมไปกับการเป็นเทศกาลที่ตระหนักถึงความยั่งยืนใน 3 มิติเป็นสำคัญ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ด้วยการมีส่วนร่วมของบ้าน วัด โรงเรียน บริษัท วิสาหกิจชุมชน และราชการ หรือ บวร ยกกำลังสอง โดยจัดบนพื้นที่ 10 ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร /วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร /วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร /  ท่ามหาราช / เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ / ท่าล้ง 1919 / สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาได้จัดงานในรูปแบบผสมผสานแบบจัดในพื้นที่และออนไลน์ ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างดียิ่ง  ยังสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับร้านค้าชุมชนอีกด้วย จากความสำเร็จและประโยชน์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทำให้คณะผู้จัดงานมุ่งพยายามที่จะยกระดับการจัดงานที่เน้นความยั่งยืนในทุกมิติ ให้เชื่อมโยงไปยังเครือข่ายประเทศเพื่อนบ้านในอันที่จะนำสู่ ‘การบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมีการจัดงาน Lamphun River Festival ณ ถนนรถแก้ว สะพานบุญ เชื่อมพระธาตุ-พระรอด จังหวัดลำพูน ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 6 ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565ในปีนี้ยังคงจัดเต็มกิจกรรมทำบุญไหว้พระ รับมงคล เชิญชวนร่วมลอยกระทง ร้านค้าชุมชนและพิเศษสำหรับปีนี้มีการจัดแสดง อาทิ กิจกรรม River Talk รับฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านตำรับขนมหวาน 2 วัฒนธรรมโปรตุเกสและไทย และยังคงสานต่อกิจกรรม KAYAK The Series ครั้งที่ 2 ลอยละล่อง 3 ศิลป์ ยกถิ่นบางกอกใหญ่ และ ‘ศิลป์ร่วมสร้าง ชุมชนร่วมสุข’ ครั้งที่ 3 เชื่อมโยงงาน Bangkok Art Biennale 2022 (BAB2022) เป็นต้นพร้อมกันนี้ยังคงขับเคลื่อนกิจกรรมที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับชุมชนได้มีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลในชุมชนโดยร่วมมือกับโครงการ ‘เก็บกลับ-รีไซเคิล’ ต่อยอดความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรมและประชาชนที่เข้าร่วมงาน ทั้งนี้กิจกรรมทำความสะอาดคลอง ‘Clean Klong…Keep Klong Clean’ ยังคงขยายพื้นที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เช่นกัน ขอบพระคุณในความเมตตาพระคุณเจ้าจาก 5 พระอารามหลวง ขอขอบคุณเครือข่ายมิตรภาคี ทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันจนทำให้งาน ‘Bangkok River Festival 2022 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย’ ประสบความสำเร็จ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันรักษา สืบสานประเพณีดีงามและวิถีความเป็นไทยให้ยั่งยืนในทุกมิติ”

“Bangkok River Festival 2022 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” เป็นงานเดียวที่นักท่องเที่ยวจะได้สักการะไหว้พระ   ทั้ง 5 วัด ในยามค่ำคืน และชมความงดงามของสายน้ำเจ้าพระยาจากทั้ง 10 ท่าน้ำ รวมถึงร่วมชมอัตลักษณ์ที่งดงามจากสถาปัตยกรรมที่ผสานเรื่องเล่าประจำชุมชนริมน้ำ สุขไปกับกิจกรรมสรรค์สุข สนุกไปกับแสงสี และอิ่มเอมไปกับมรดกศิลป์ทรงคุณค่า เชื่อมโยงวิถีแห่งวัฒนธรรมอันดีงาม พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีขอขมาพระแม่คงคา/ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ / ลอยประทีปเทียนหอม / สวดมนต์เจริญสมาธิ / ซุ้มอาหารชุมชนชวนชิม และตลาดนัดชุมชนรวมของดีของเด่น ประจำท้องถิ่นมารวมไว้ในงานให้ได้ ช้อป ชม ชิม เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และสร้างโอกาสในการกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างชุมชนเข้มแข็งไปในตัว โดยมีบริการเรือด่วนรับส่งฟรีใน 10 ท่าน้ำ วันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17.00-22.00 น. วันที่  8 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17.00-24.00 น.

โครงการคลีนคลอง จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 โดยปีนี้ร่วมกับโครงการ “เก็บกลับรีไซเคิล” พร้อมขยายเชื่อมโยงเครือข่าย SX (Sustainability Expo) / TBR (Thai Beverage Recycle) / TIPMSE (สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) / Oklin (เครื่องกำจัดเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย) / โครงการชุมชนดีมีรอยยิ้มจากไทยเบฟ และหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และทหารเรือ เป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม สู่การพัฒนาชุมชนและสร้างจิตสำนึกอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากที่โรงเรียนเพื่อปลูกฝังจิตสำนึก และให้เด็กๆ ร่วมกันคิดค้น พัฒนา และรักษาวัฒนธรรมดีงาม สภาพแวดล้อม และพื้นที่สีเขียวของชุมชนตนเอง ดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมและมีตัววัดผลที่ชัดเจนร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครู และผู้ปกครอง จนเกิดเป็น “เยาวชนต้นแบบ” ให้มาร่วมกันฟื้นฟูทัศนียภาพของแม่น้ำลำคลองในช่วงหลัง และโครงการเยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ปกครองและเยาวชนในชุมชนดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ และความพิเศษในปีนี้เน้นการอบรมเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านเยาวชนที่เป็นลูกหลานของชุมชนริมน้ำ ที่ถือเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรัก ความหวงแหนรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้เผยแพร่เรื่องราวดี ๆ  ของชุมชนตนเองจนก่อให้เกิดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และความยั่งยืนอีกด้วย”

          โดยในแต่ละพื้นที่จะมีกิจกรรมและไฮท์ไลท์มีรายละเอียดในแต่ละพื้นที่พอสังเขปดังนี้   

1. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)

ร่วมสักการะพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) จุดประทีปรอยพระพุทธบาทจำลอง เพื่อสร้างมงคลร่มเย็นเป็นสุขในชีวิต    ร่วมลอยประทีปเทียนหอม พบกับการแสดงดนตรีไทย และร้านค้าชุมชน

2. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

ร่วมสักการะพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลกขอพรหลวงพ่อรุ่งอรุณเสริมสิริมงคลให้กับตนเอง เวียนเทียนพระปรางค์ 4 ทิศ ทำประทักษิณโดยรอบ บ่อลอยประทีปเทียนหอม และสวดมนต์เจริญสมาธิ และร้านค้าชุมชน

3. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร

          สักการะพระประธานยิ้มรับฟ้า พระประธานวัดระฆังฯ และรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และสวดพระคาถาชินบัญชร บ่อลอยประทีปเทียนหอม และพบกับการออกร้านค้าจากชุมชน การแสดงดนตรีจากสถานศึกษาและการแสดงศิลปวัฒนธรรม

4. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

ร่วมสักการะหลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก (หลวงพ่อซำปอกง) และพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ ทำบุญหีบสมบัติเจ้าสัวโต มงคลมั่งคั่ง บ่อลอยประทีปเทียนหอม และร้านค้าชุมชน

5. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

สักการะพระบรมสารีริกธาตุ ลอดพระบรมธาตุเจดีย์เสริมสิริมงคล และ สักการะพระพุทธนาค ลอยประทีปเทียนหอมบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และร้านค้าชุมชน และการแสดงดนตรีจากสถานศึกษาและการแสดงศิลปวัฒนธรรม

6. ท่ามหาราช

ช้อป ชม ชิม ริมเจ้าพระยา เส้นทางสัญจรระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี ลอยกระทงบุฟเฟ่ต์ ประกวดมิสวันเพ็ญ

พบกับตลาดอาหารและขนมไทยมากมาย

7. สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม 

สัมผัสเสน่ห์ความงามหลากมิติของไทย ลิ้มรสอาหารคาวหวานจาก 4 ภาค รื่นเริงไปกับการละเล่นดั้งเดิมและร่วมสมัย ตื่นตากับผลงานจากภูมิปัญญา งานหัตถศิลป์

8. เอเชียทีค เดอะริเวอร์ ฟร้อนท์

อิ่มเอมไปกับ ประเพณีลอยกระทง และกิจกรรมมากมาย ตระการตากับทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา รื่นเริงงานวัดร่วมสมัย คอนเสิร์ตชิลล์ ชิลล์ จากศิลปิน กิจกรรมร่วมประดิษฐ์กระทงด้วยตนเอง พบกับการออกร้านค้าชุมชนของกินอร่อยมากมาย ซุ้มเกมงานวัด และซุ้มจำหน่ายกระทงจากนักศึกษา

  9. เดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น

ก้าวแรกบนแผ่นดินสยาม คุณค่าแห่งศิลปะและวิถีชีวิตอารยธรรมไทย-จีนโบราณ สักการะเจ้าแม่หม้าโจ่ว และเพลิดเพลินกับหนังกลางแปลง วันที่ 5 – 8 พ.ย. 2565 (4 วัน)

10. ท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน)

เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งชาวจีนฮกเกี้ยนได้อัญเชิญมาจากมณฑลฮกเกี้ยนทางเรือเข้ามาในประเทศไทยในปี พ.ศ.2279 สมัยกรุงศรีอยุธยา สักการะเทพเจ้ากวนอู บ่อลอยประทีปเทียนหอม พบกับการออกร้านค้าชุมชนของกินอร่อย

กิจกรรมดีงามของ “จังหวัดลำพูน” ถนนรถแก้ว สะพานบุญ เชื่อมพระธาตุ-พระรอด จังหวัดลำพูน พบกับกิจกรรม

ชม Lighting Display ต๋ามประทีป ส่องเมือง บริเวณถนนรถแก้ว ขบวนถวายโคมพระรอด เคลื่อนขบวนผ่านถนนรถแก้ว สักการะพระรอดหลวงวัดมหาวัน ชมการแสดงดนตรีวงเครื่องเป่าและเครื่องสาย เวทีหลัก ณ คุ้มเจ้าสุริยา ตลาดนัด young rod keaw และ นิทรรศการเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง คุ้มเจ้ายอดเรือน

ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมประเพณี พร้อมดื่มด่ำไปกับอัตลักษณ์ของวิถีความเป็นไทยริมโค้งน้ำที่ยาวที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา ไปกับ “รักษ์ ณ สายน้ำ” ได้ในงาน “Bangkok River Festival 2022 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย”ครั้งที่ 8 และ Lamphun River Festival ครั้งที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2565 นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. สอบถามหรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ facebook/riverfestivalthailand