พ่อเด็ก 16 ซิ่งบีเอ็มฝ่าไฟแดงชน “น้องเต้” เสียชีวิต ลั่น! จนปัญญาจ่ายเงินเยียวยา 15 ล้าน

กรณีข่าวดัง เด็ก 16 ปี ซิ่งรถบีเอ็มฝ่าไฟแดงชน “น้องเต้” หนุ่มอนาคตไกลวัย 24 ปีจนเสียชีวิต เมื่อกลางดึกวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา บริเวณถนนทางเข้ามหาวิทยาลัย จ.นครราชสีมา ขณะที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากครอบครัวผู้ก่อเหตุ ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ลูก ขณะที่โซเชียลมีการขุดคุ้ยถึงเยาวชนผู้ก่อเหตุ มีดีกรีเป็นนักกีฬาเยาวชนระดับทีมชาติ

รายการโหนกระแสวันที่ 25 ต.ค. 65 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์ พ่อรักษ์ – คุณแม่บุญลือ พ่อแม่ผู้เสียชีวิต , พี่ต้อง พี่สาวผู้เสียชีวิต , พี่หมอก พี่ที่ทำงานน้องเต้ และ นายวีระศักดิ์ โชติวานิช กรรมการประชาสัมพันธ์ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

เหตุการณ์ผ่านมานานพอสมควร?

แม่บุญลือ :   จะเกือบเดือนแล้วค่ะ

ยังไม่ได้รับการเยียวยา?

แม่บุญลือ : ยังค่ะ

ขอย้อนเวลากลับไปวันที่ 30 ก.ย. อีกครั้ง เหตุการณ์วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?

หมอก : หลังจากเลิกงาน เรากับน้องเต้ก็ไปกินข้าวเย็นต่อที่ตลาดนัดสินพลาซ่า แถวที่ทำงาน สักประมาณสามทุ่มครึ่งก็แยกกันกลับบ้าน ผมกลับไปถึงบ้านสักเที่ยงคืน มีพี่หัวหน้างานบริษัทน้องเขา โทรมาบอกว่าน้องเกิดอุบัติเหตุรถชน ผมก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก เลยคิดว่าทางเจ้าหน้าที่คงเอาน้องไปที่รพ.ที่ทำงาน เลยโทรไปแผนกฉุกเฉิน เขาบอกว่าที่รพ.ไม่มีชันสูตร น่าจะไปรพ.มหาราช ผมก็โทรไปหาน้องที่ทำงานที่เขามีแฟนเป็นพยาบาลรพ.มหาราช เพื่อติดต่อว่าใช่น้องจริงๆ มั้ย แต่ตอนนั้นรายชื่อน้องยังไม่เข้าระบบ ยังเช็กไม่ได้ เลยโทรกลับไปที่รพ.อีกครั้ง ว่าช่วยเช็กให้อีกทีได้มั้ย ว่ามีน้องมามั้ย ทางรพ.ก็ให้เบอร์โทรเช็กสามารถโทรถามได้ เขาทำเกี่ยวกับข้อมูลพวกนี้ ผมก็โทรหาน้องที่ทำงานด้วยกัน ที่เขามีแฟนอยู่รพ.มหาราช ให้ช่วยประสานงานให้ จนตีสองก็เช็กชัวร์ว่าเป็นน้องเขา

น้องเต้พักอยู่ไกลจากที่ทำงานมั้ย?

หมอก : ไม่มากครับ น้องไปพักอยู่โซนประตู 4 จุดที่น้องพักก็เป็นทางที่ต้องใช้ประจำอยู่แล้ว

ตอนนั้นกี่โมง พอจะทราบมั้ย?

หมอก : เกือบ ๆ สี่ทุ่มครับ

มีคนบอกกล่าวยังไงบ้าง?

หมอก : ที่โทรถามเช็ก เขาบอกมีวัยรุ่นขี่รถบีเอ็มฝ่าไฟแดงแล้วชนน้อง มันเป็นแยกไฟแดง น้องมาทางนึง รถมาอีกทางนึง

สิ่งที่น่าตกใจ หลังมีการชนไปแล้ว เห็นจากข่าวและภาพที่มีการแชร์ในทวิตเตอร์ คือฝั่งผู้ชนลงจากรถมา ไม่ได้ให้การช่วยเหลือ แต่ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปรถตัวเอง และเอาไปลงสตอรี่ตัวเอง บอกว่าเขาและเพื่อนที่นั่งมาด้วยปลอดภัย รถชนนิดหน่อย สี่ทุ่ม 3 นาที เขาโพสต์หลังเกิดเหตุได้ไม่นาน น่าตกใจว่าน้องเต้คือบุคคลที่ถูกชน กระเด็นไปไกลกว่านี้ เขาไม่ได้เข้าไปดูแลหรือคิดที่จะช่วย แต่กลับมีอารมณ์ถ่ายรูปแล้วบอกคนอื่นว่ากูโดนแบบนี้ นี่คือสิ่งที่สังคมพยายามทวงถามความเป็นธรรมให้ครอบครัวน้องเต้ น้องจบอะไรมา?

ต้อง : วิศวฯ โทรคมนาคม จบปี 63

พ่อทำอาชีพอะไร?

พ่อรักษ์ : ทำนาครับ

พ่อทำนาส่งเสียลูกเรียนหนังสือ?

แม่บุญลือ : (ร้องไห้) พูดไม่ออกเหมือนกันค่ะ

ชีวิตคนเราไม่เท่ากันจริง ๆ พ่อแม่ทำนา รายได้ไม่ได้เยอะหรอก แต่กัดฟัน กินเลือดตัวเองก็ยอม หาเงินให้เต้เรียนหนังือจนจบออกมา หวังเป็นเรี่ยวแรง เสาหลักให้ครอบครัว แล้วเต้ก็ทำได้จริง ๆ เต้ส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละเท่าไหร่?

แม่บุญลือ : 1.5 หมื่นค่ะ

เต้ทำงานได้เดือนละเท่าไหร่?

ต้อง : เดือนละ 2.7 หมื่น และน้องรับจ๊อบต่างหากด้วยค่ะ

ได้ 2.7 หมื่น แบ่งให้ที่บ้าน 1.5 หมื่น ณ วันนี้เสาหลักเขาไม่ได้อยู่แล้ว ในมุมคนชนก็ไม่รู้จะพูดยังไง แม่กับพ่อได้มีโอกาสพูดคุยกับฝั่งคนที่เขาชนบ้างมั้ย?

พ่อรักษ์ : ได้คุยครับ วันที่ 17 มีการเจรจาเขาบอกจะรับผิดชอบหมดทุกอย่าง เขายอมรับผิด แต่ทีนี้เรื่องไม่จบ เพราะผัดไปวันที่ 21 มาเจรจาอีกครั้ง จากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาพูดไม่รับผิดชอบสักอย่างและให้เงินผมจะจ่ายเป็นรายปี ผ่อนจ่ายครับ

ชีวิตคนนึงที่เสียชีวิต เขาจะผ่อนจ่ายยังไง?

พ่อรักษ์ : ผมก็ไม่เข้าใจว่าจะผ่อนจ่ายยังไง มีอยู่ข้อนึงเขาบอกว่าจะกู้สหกรณ์ได้ประมาณ 7 แสน จะหาเงินมาชดเชจยที่ลูกผมสูญเสียไป บวกเงินที่จะมาทำศพ จะเอาเงินมาให้ 2.5 แสน แต่จริงๆ เงินทำศพลูกผม หมดไป 3 แสนต้นๆ ครับ

ที่พ่อกับครอบครัวจ่ายไป 3 แสนกว่า แล้ว 2.5 แสนที่เขาบอกจะช่วย นำมาให้พ่อหรือยัง?

พ่อรักษ์ : ยังเลยครับ

น้องเต้จากไป 30 ก.ย. 65 จนวันนี้ที่เรานั่งกันอยู่ เขาเยียวยาอะไรพ่อหรือยัง?

พ่อรักษ์ : ไม่เยียวยาอะไรสักอย่างครับ ผมได้ประกันพรบ. ของคู่กรณีมา 5 แสนเท่านั้นเองครับ

งานศพก็ 3 แสนแล้ว พูดไม่ออกจริงๆ คุณพ่อบอกว่าคุณพ่อฝั่งเด็ก 16 เขามีการเอาเงินกับพวงหรีดแนบมาให้?

พ่อรักษ์ : วางใส่พานใต้พวงหรีด ผมดูในโทรศัพท์ เพื่อนบ้านถ่ายให้ดู แต่มันไม่มี

ที่ว่ามีการเอาเงินใส่พานมาให้ ไม่มีจริงๆ ?

พ่อรักษ์ : ยืนยันครับ

วันงานน้องเต้ เขามาร่วมงานใช่มั้ย?

พ่อรักษ์ :   เขามาวันสุดท้าย วันเผาศพลูกชายผม เขามาจริงหรือไม่จริงผมไม่เห็นนะครับ แต่ถ้ามาจริง เดินทางมาตั้ง 200-300 กิโล ทำไมดอกไม้สักดอก ธูปสักดอกก็ไม่เคยเผาศพลูกผม คนแบบนี้เรียกว่าใจดำหรือใจดีครับ เขามาหรือเปล่าผมไม่เห็นครับ ลูกชายเขาก็ไม่มา ไม่ติดต่อเลยครับ

วันที่เกิดเหตุ น้องเต้ดูสัญญาณไฟอย่างดี?

หมอก : ไฟแดงตรงนั้นเป็นเลขดิจิทัล จะเห็นภาพไฟแดง 6-7 วิน้องถึงออกตัวไป ผมว่าเป็นเวลาที่นานแล้ว แสดงว่าอีกฝั่งฝ่าไฟแดงมาจริง ๆ ตั้งใจฝ่ามาเลย ไม่ใช่ไฟแดงที่ต้องมาแย่งจังหวะกัน

อาจารย์ไปเรียกร้องให้ครอบครัวยังไงบ้าง?

วีระศักดิ์ : สภาทนายความ หลังเกิดเหตุวันที่ 30 ท่านนายกฯ สภาทนายความ ก็รีบสั่งการให้ภาค 3 ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริง ท่านวีระศักดิ์ บุญเพลิง ได้รับมอบวิดีโอที่อัดบันทึกและเปิดดู ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้น ว่าตรงจุดนี้เป็นไฟแดงอยู่ จังหวะพอไฟเขียว น้องเต้ไม่ได้ออกเลย อยู่สักประมาณ 6-7 วิกว่าจะเคลื่อนรถ ถ้าออกเลยอาจมีการแย่งชิงกันก็ได้ แต่นี่น้องเต้ชะลอ 6-7 วิ แสดงว่าน้องเต้เองก็ระมัดระวัง คู่กรณีก็ค่อนข้างชัดเจน เพราะตร.เองก็ชี้เองว่าเด็กอายุ 16 ปี ฝ่าไฟแดงแน่นอน ทำให้ประกันภัยที่รับประกันพรบ.คู่กรณีเขาถึงยอมจ่ายเต็มตามลิมิตสูงสุดที่พรบ.จะพึงจ่ายได้คือ 5 แสนบาท ที่ได้รับไปแล้ว นอกจากนี้สภาทนายความพยายามรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อขอยื่นรับเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม จะได้แสนสองแสนอยู่ที่คณะกรรมการ ส่วนคู่กรณีทราบเบื้องต้นว่าไม่มีการจ่ายหรือเจรจารับผิดชอบจริงจัง ในเรื่องนี้เนื่องจากผู้กระทำความผิดยังเป็นผู้เยาว์ ผู้ปกครองในทางแพ่งต้องร่วมรับผิด แล้วเกิดเหตุในยามวิกาล จะ 4 ทุ่มอยู่แล้ว ผู้เยาว์ควรอยู่บ้าน ฉะนั้นผู้ปกครองต้องมีส่วนรับผิดชอบในทางแพ่ง ขณะเดียวกันในทางอาญาเองก็เหมือนกัน เรามีพรบ.คุ้มครองเด็ก ก็ให้ผู้ปกครองเองมีส่วนรับผิดชอบ กฎหมายให้ผู้ปกครอง ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพ่อแม่ ถ้าเด็กคนนี้อยู่ในความดูแลของพ่อแม่ พ่อแม่ก็มีส่วน แต่ถ้าเด็กอยู่ในความดูแลของปู่ย่าตายายก็แล้วแต่ ก็ถือว่าเป็นผู้ดูแลตามกฎหมาย ก็ต้องดูแลด้วย

อยู่ในสายกับ “เทอดพงษ์ กมลปัญญากร” พ่อผู้ก่อเหตุ ยังไม่มีการเยียวยาแกเลย 2.5 แสนที่ใส่ไปในพวงหรีดก็ยังไม่มีเลย จะชี้แจงยังไง?

เทอดพงษ์ : เหตุเกิดวันที่ 30 คืนวันนั้นผมก็ทราบจากผู้ปกครองเพื่อนลูกชาย เขาโทรมาบอก ผมก็ไปโคราชคืนนั้นเลย เช้ามาวันที่ 1 สารวัตรสอบสวนก็โทรมาแจ้งว่าญาติผู้เสียหายมาที่สภ.โพกลางแล้ว เช้ามาผมก็พาลูกชายไปกราบขอขมาพ่อที่สภ.โพกลาง ท่านสารวัตรสืบสวนก็อยู่ เช้ามาก็ไปเลย พาลูกชายไปกราบขอขมาท่าน และรับทราบข้อกล่าวหาตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น พอดีพ่อที่เสียเขาจะเดินทางกลับไปตั้งสวดที่นครสวรรค์วันนั้น ผมก็พาคุณพ่อนั่งรถไป ก็คุยเรื่องค่าเสียหายที่สภ.โพกลาง ต้องการเยียวยาเบื้องต้นก่อน คุณพ่อจะว่ายังไง คุณพ่อก็ชี้แจงว่าจัดงานศพ 3-4 คืน ก็ประมาณแสนปลายๆ สองแสน ผมก็โทรกลับไปที่บ้าน ให้เตรียมเงินไว้ 2.5 แสน ทีนี้ผมพาพ่อผู้เสียหาย ขึ้นรถไปรพ.มหาราช คุยกันปกติ ขอโทษ ขอขมากันบนรถ ไปรอที่รพ. ขั้นตอนค่อนข้างช้ามากจนเกือบค่ำ ผมก็เลยแจ้งคุณพ่อคุณแม่ผู้เสียหายว่าเราแยกกันไปนะ

เขาบอกยังไม่ได้รับเงินเยียวยา หรือสิ่งที่เขาควรจะได้?

เทอดพงษ์ : เรื่องเงินเยียวยาคุยกันตั้งแต่วันที่ 1 แล้ว คุณพ่อเขาบอกว่ารีบ ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร ผมจะตามไปวันเผา ผมถือเงินไป 2.5 แสนนั่นแหละ ตามที่เป็นข่าว ตามผู้ใหญ่บ้านที่ได้อธิบายชี้แจง นัดไปแล้วไม่ได้ไปงาน ถือเงินสดไปด้วย 2.5 แสน ไม่ได้เข้าร่วมงาน

2.5 แสนได้วางไว้มั้ย?

เทอดพงษ์ : ไม่ได้วาง เพราะผู้ใหญ่บ้านไปถามเขาแล้ว ไม่มีใครตอบรับให้ร่วมงาน

พ่อรักษ์ : ผมไม่รู้ครับ แต่ผมไม่เห็นว่านายเทิดพงษ์ไปด้วยครับ

เทอดพงษ์ : ผมมีพยานเป็นผู้ใหญ่บ้านครับ

แม่บุญลือ : ผู้ใหญ่บ้านอยู่คนละหมู่นะคะ

เทอดพงษ์ : มีผู้สื่อข่าวไปถามผู้ใหญ่บ้าน ก็ตามนั้นแหละครับ หลังจากวันนั้นมาผมก็กลับมา

ณ ตอนนี้จะชดใช้ให้ฝั่งนี้ยังไงบ้าง?

เทอดพงษ์ : วันเผาที่คุยค้างไว้ ผมไปแต่ไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าร่วมงาน ผมก็กลับมา แล้วล่าสุดวันที่ 17 ที่ไปไกล่เกลี่ยกัน ผมก็ถือเงินก้อนนั้นไป แล้วมีผู้ประสานงาน ท่านวีระศักดิ์ บุญเพลิง ท่านมาดูแลผู้เสียหาย สารวัตรดูแลคดี ผมก็แจ้งว่าให้ท่านวีระศักดิ์แจ้งพ่อกับแม่ให้ทราบหน่อย ว่าเงิน 2.5 แสน ที่ถือมาเยียวยาเบื้องต้นก่อน ไม่ใช่หลังได้รับเงินแล้วต่อไปจะไม่ได้อะไร ท่านชี้แจงเสร็จก็บอกว่าพ่อแม่ผู้เสียหายไม่ได้ยินดียอมรับเงินก้อนนั้นไป ผมก็แจ้งพ่อกับแม่ว่าจะเรียกร้องเงินเยียวยาเรื่องนี้เท่าไหร่อะไรยังไง ท่านก็บอกว่ายังไม่ตอบเรื่องนี้ นี่วันที่ 17 นะครับ แล้วล่าสุด 21 ก็มาไกล่เกลี่ยรอบ 2 ก็เป็นชุดเดิม พ่อกับแม่มารับเช็คในส่วนพรบ.รถยนต์ 5 แสนบาท วันที่ 21 พ่อกับแม่ก็แจ้งยอดค่าเสียหาย

พ่อเรียกเท่าไหร่?

พ่อรักษ์ : 15 ล้านครับ

เทอดพงษ์ : ผมก็ชี้แจงว่าเงินมากมายขนาดนั้น ฐานะทางการเงินผม ก็คงไม่มีเป็นก้อนให้ได้ขนาดนั้น ท่านวีระศักดิ์ก็บอกว่าถามพ่อกับแม่ผู้เสียหาย เขาก็บอกว่าถ้าไม่มีให้คงต้องฟ้องทางแพ่งกัน ผมก็น้อมรับยอดนั้น และคงตามความประสงค์พ่อกับแม่

ตกลงให้ 15 ล้าน?

เทอดพงษ์ : ไม่ได้บอกจะให้ 15 ล้าน ผมรับยอด 15 ล้านมาแล้วปรึกษากับครอบครัวเพราะมันเป็นยอดที่เยอะมาก ผมก็ชี้แจงว่าเงินที่ให้ส่วนแรก ผมคงหาได้สัก 6-7 แสนให้ไปก่อน พ่อไม่ยอมรับเงื่อนไขนั้น เขาบอกว่าต้องฟ้อง เป็นความประสงค์ท่าน ผมก็น้อมรับ นี่เป็นเหตุการณ์ไกล่เกลี่ยกันล่าสุด

ณ วันนี้คุณตัดสินใจให้ครอบครัวเขาเท่าไหร่?

เทอดพงษ์ : คงต้องปรึกษากับทางครอบครัวก่อน

ที่บอกจะไปขอผ่อนเขา จะไปผ่อนยังไง?

เทอดพงษ์ : ต้องดูก่อนว่าพ่อแม่ผู้เสียหายเขาต้องการยังไง 15 ล้าน ณ ปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่าจนปัญญาจะให้ เพราะยอดไม่ได้น้อยๆ

สามารถจ่ายเขาเป็น 2 งวดได้มั้ย งวดละ 7.5 ล้าน?

เทอดพงษ์ : คือรายละเอียดวันนั้น ผมได้อธิบายฐานะทางการเงินครอบครัวผมไปแล้ว

อย่าหาว่าก้าวล่วง คุณก็เป็นพ่อ ถ้าสถานการณ์นี้ไปตกที่คุณเทอดพงษ์ ลูกคุณเทอดพงษ์ถูกขับรถชนตายทั้งที่ไม่มีใบขับขี่ คุณจะเรียกมากกว่า 15 ล้านบาทมั้ย?

เทอดพงษ์ : ตัวเลขที่พ่อกับแม่เขาเรียกมา ก็ตามที่ผู้เสียหายจะเรียก ถ้าในทางกลับกัน บอกตรงๆ เหตุเกิดขึ้นแล้ว มาถึงจุดนี้ต้องการเยียวยาผู้เสียหาย

ถ้าวันนี้เขาบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องจ่าย 15 ล้านบาท แต่คุณเอาชีวิตลูกเขากลับคืนมา คุณทำได้มั้ย?

เทอดพงษ์ : มันมีใครทำได้แบบนั้นมั้ยล่ะครับ วันนี้มาไกล่เกลี่ยเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย

งวดละ 7.5 ล้าน สองงวดได้มั้ย?

เทอดพงษ์ : ผมต้องปรึกษาครอบครัวก่อนครับ

เวลาลูกคุณเอารถออกไป มีการปรึกษากันมั้ยว่าอย่าเอารถขับไป ถ้าเป็นผม ผมทันทีเลย อย่างน้อยลูกเขาตาย?

เทอดพงษ์ : ในครอบครัวผมย้ำตลอดอยู่แล้ว เพราะผมรู้ว่าลูกไม่มีใบขับขี่ ลูกผมก็ไม่มีเรื่องเสียหายอะไร ผมย้ำตลอดเรื่องนี้ เพราะไม่มีใบขับขี่อยู่แล้ว

ตอนนี้ลูกชายเป็นยังไง?

เทอดพงษ์ : ไปบวชได้ 5 วัน เพิ่งสึกออกมา

บวชอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้น้องเต้ใช่มั้ย?

เทอดพงษ์ : ครับ

แม่บอกว่าตอนแรกพ่อผู้ก่อเหตุไม่ได้พูดแบบนี้?

แม่บุญลือ : ใช่ ไม่ได้พูดแบบนี้ ต่อหน้าทนายความ ตร. วันนั้นเขาบอกว่ามีเท่าไหร่เขาจะรับผิดชอบหมดทุกอย่าง 2.5 แสนก็ไม่คิดรวมกับค่าสูญเสียของเต้ ทุกอย่างคิดเป็นค่าต่างหากหมด โทรศัพท์กับรถเครื่องที่เสียไปก็จะเป็นแสนอยู่แล้ว เขาคิดเอามารวมหมด

สามแสนคือคิดรวมหมด?

แม่บุญลือ : ที่บอกว่าจะให้ 7 แสน คือเงินที่เขาคิดรวมหมดเลย ที่จะให้ 2.5 แสนด้วยอะไรด้วย ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ค่ารถเข็นศพมาครั้งแรกก็บอกว่าจะให้ต่างหาก วันที่ 1 ไปได้มั้ย เขาก็บอกว่าเขาไม่ว่าง

หมอก : ตอนนั้นเราไปแจ้งตายที่กำนัน มันเป็นวันหยุด เราเลยต้องไปแจ้งความที่เกิดเหตุ พอไปที่บ้านกำนัน กำนันไม่อยู่ มันก็ค่ำ เขาก็บอกว่าจะรอที่โรงพัก โทรมาตามให้ไปโรงพัก แล้วจะให้เงิน 2.5 แสน แล้วลงบันทึกที่โรงพัก ผมบอกว่ามันค่ำแล้ว ต้องเอาศพน้องไปทำบุญที่บ้าน เดี๋ยวผมจะไปวันที่ 3 4 ถ้าคุณจะช่วยจริงๆ คุณไปได้มั้ย เขาบอกวันที่ 3 เขาติดธุระไม่ว่าง เขาจะพาย่าไปหาหมอที่ขอนแก่น แล้ววันที่ 4 เขาก็ไม่ว่าง เขาวานว่าให้เราเป็นธุระเรื่องพวงหรีดได้มั้ย เขาพูดกับผมแบบนี้

จะเอายังไงต่อไป ฝั่งโน้นเหมือนต้องไปปรึกษาครอบครัว เรื่องเกิดจะเดือนนึงแล้วยังไม่ปรึกษากันอีกเหรอ?

แม่บุญลือ : เขามาทีไรไม่เคยเอาเมียมาเลย มาคนเดียว เหมือนเขาฉลาด เขาบ่ายเบี่ยง

วีระศักดิ์ : เรื่องนี้ปัญหาเกิดจากคู่กรณีฝ่ายเราเป็นผู้เยาว์ อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ไม่ใช่ศาลผู้ใหญ่ธรรมดา ผมคิดว่าส่วนนี้เขาเองก็คงมีผู้รู้กฎหมาย หรือที่ปรึกษาให้ความเห็นเขา ว่าเรื่องนี้พอถึงศาล กรณีโทษที่ลงโทษไม่หนักเหมือนศาลใหญ่ เหมือนกรณีอาจารย์นักศึกษาม.ธรรมศาสตร์ แพรวา สุดท้ายเป็นกระบวนการศาลเยาวชน ผมคิดว่าครอบครัวฝ่ายน้อง 16 ปีก็พอจะรู้ ฉะนั้นวิธีการเจรจาถึงออกมาอย่างนี้

ตอนแพรวาผมเป็นคนเอาที่ดินแม่แพรวาไปเร่ขายด้วยซ้ำ เพื่อหาเงิน 50 ล้านไปจ่ายให้ผู้เสียหาย แต่มันขายไม่ได้ ผมเป็นคนบอกแม่แพรวาว่ายังไงแม่ก็จำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อหาเงินก้อนนี้มาชดใช้ให้ผู้เสียหาย เพราะเขารอมาหลายปีมากแล้ว บางคนล้มหายตายจากไป ปรากฏว่าเขาเชื่อ เขาก็ไปกู้หนี้ยืมสินมาจริง ๆ 50 ล้าน ให้ผมเอาเช็คไปวางที่ศาล แล้วฝั่งผู้เสียหายมารับเงินไป เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนย้อนกลับมาอีกแล้ว จริงๆ กรณีแม่แพรวาเขายังกระทำได้เลยนะ แต่ครั้งนี้ผมว่าเป็นเหตุที่คุณไม่ต้องรออีกหลายปีแล้วมาทำเลย มันสามารถทำได้เลย แล้วคุณรับราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ในอบต. ทำงานรับใช้ประชาชน เรื่องแบบนี้อยากให้เห็นใจเขาด้วย อยู่ในสายกับคุณเทอดพงษ์อีกครั้ง อยากให้เห็นใจฝั่งนี้ เป็นไปได้มั้ย ปรึกษากันเลยได้มั้ย?

เทอดพงษ์ : คงไม่ได้ครับ ดูยอดเงินมันขนาดนี้ ผมจะไปหาไหนให้ได้  มันเยอะนะครับ ผมน้อมรับข้อเสนอคุณพ่อคุณแม่เขา แต่ถ้าเงินก้อนขนาดนี้ ก็บอกตรงๆ มันคงยากมาก

แล้วจะจ่ายยังไงได้?

เทอดพงษ์ : ถ้าคุณพ่อคุณแม่เขายังยึดตามยอดนี้ ผมก็น้อมรับนะครับ คงอาศัยกระบวนการทางศาลว่ากันดูว่าจะยังไง ตัวเลขผมก็น้อมรับ

รับไว้ 15 ล้าน แต่ไม่มีจ่าย ไปขึ้นศาลว่ากัน?

เทอดพงษ์ : ก็คงต้องอย่างนั้น คงต้องให้ศาลตัดสิน

แล้วถ้าศาลสั่งจ่าย 15 ล้าน คุณจะทำยังไง?

เทอดพงษ์ : ในความเป็นจริง ผมไม่มีเงินก้อน 15 ล้านครับ ผมก็คงต้องหาวิธีทยอยจ่ายให้เป็นไปตามที่ศาลสั่งนั่นแหละ

ถ้าวันนี้ทยอยจ่าย 15 ล้านได้มั้ย?

เทอดพงษ์ : จริงๆ ผมคุยกับทางพ่อกับแม่ผู้เสียหายแล้ว ต่อหน้าวันที่ 21 ท่านก็ไม่โอเค ท่านบอกจะฟ้อง ผมก็น้อมรับ

คุณทยอยจ่ายได้เท่าไหร่?

เทอดพงษ์ : ยังหรอกครับ ถ้าตัวเลขยังอยู่เท่าเดิม รายได้ผมหลักหมื่น คิดว่าประมาณกี่ปีล่ะ สุดท้ายพ่อกับแม่ผู้เสียหาย คงไม่พอใจ สุดท้ายก็ต้องพึ่งกระบวนการทางศาลอยู่ดี

ถ้าตัวเลข 15 ล้าน คุณไม่มีจ่าย?

เทอดพงษ์ : ยังไม่มีจ่าย คงต้องพึ่งกระบวนการทางศาล ผมก็น้อมรับ

คุณจะขึ้นศาลอย่างเดียว พอจะทราบมั้ย เห็นบอกว่ามีเรื่องข้อกฎหมายเอาผิดผู้ปกครอง?

วีระศักดิ์ : พรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 มีมาตราหมวด 2 ว่าด้วยการปฏิบัติต่อเด็กในมาตรา 26 เขาบอกว่าภายใต้บทบัญญัติ ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการต่อไป  วงเล็บ 3 น่าสนใจ บังคับ ชักจูง ส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำความผิด เขาบอกว่าถ้าผู้ปกครองฝ่าฝืนบทนี้ก็จะมีบทลงโทษด้วย แม้โทษไม่รุนแรง แต่มีโทษถึงจำคุกด้วย ฉะนั้นผู้ปกครองในที่นี่ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่ ถ้าเด็กอยู่ในการปกครองของปู่ย่าตายายก็แล้วแต่ ก็เข้าลักษณะการเป็นผู้ปกครอง เพราะงั้นตรงนี้ต้องพึงระวังไว้ ไม่ใช่เด็กกระทำความผิดแล้ว ศาลเยาวชนจะพิจารณาเฉพาะตัวเด็กเท่านั้น ตัวผู้ปกครองเองก็อาจเข้าข่ายมาตรา 26 (3) มีโทษทางอาญาด้วยก็อยากฝากไว้

กรณี 15 ล้านที่ครอบครัวน้องเต้ร้องไป คุณบอกว่าไม่มีจ่าย เป็นเรื่องกระบวนการในชั้นศาล แต่ด้านหลักมนุษยธรรม ในเมื่อลูกขับรถฝ่าไฟแดงชนลูกเขาตาย เบื้องต้นคิดว่าจะเยียวยาเขายังไงบ้าง?

เทอดพงษ์ : ตั้งแต่วันแรก 2.5 แสน เขายังไม่ยอมรับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ แล้วจะให้ผมดำเนินการยังไง

เขาไม่เห็นว่าคุณเอาเงินมาให้เขา?

เทอดพงษ์ : วันที่ 17 ก็ยังถือเงินไป ผู้กำกับ ท่านวีระศักดิ์ก็อยู่ในเหตุการณ์ ผมจะไม่เยียวยาเขาเลยเหรอ

แม่บุญลือ : วันนั้นเขาถือเงินไป เขาจะให้ แต่ทนายเขาบอกว่าเงิน 2.5 แสนเป็นเงินช่วยเหลือเยียวยาใช่มั้ย แต่ทีนี้เขาบอกเงินช่วยเหลือต่างหาก เงินค่ารถ ค่าโทรศัพท์ก็ต่างหาก แต่เรามาคิดกันว่า เราอยากรู้ว่าในใจเขาจะมอบเงินเยียวยาน้องเต้เสียชีวิตไปเท่าไหร่ อยากให้เขาเอ่ยมาก่อน เพราะครอบครัวเราเป็นครอบครัวผู้สูญเสีย ไม่กล้าเอ่ย ไม่กล้าอะไรทั้งนั้น ไม่กล้าตีราคาลูกว่าประมาณเท่าไหร่ ให้เขาตีราคามาก่อนว่าเขาจะช่วยได้ประมาณเท่าไหร่ เขาก็ขอกลับไปปรึกษากันก่อน

เมื่อไหร่จะปรึกษากันรู้เรื่อง?

เทอดพงษ์ : ก็คุณแม่เขาไม่ได้เอ่ย มาไกล่เกลี่ยครั้งแรกก็ขอตัวเลขคุณแม่

แม่บุญลือ : เขาบอกว่าขอไปปรึกษาก่อน พอเราไปอีกครั้งเขาบอกว่าไม่สามารถให้ได้ เพราะเงิน 2.5 แสน ก็ต้องเอามารวมกับค่าน้องที่เสียไป

ตอนนี้ถ้า 2.5 แสนที่จะจ่ายกับ 7 แสน เยียวยาเขาไปก่อนได้มั้ย 1 ล้าน แล้วค่อยไปหักจาก 15 ล้าน?

เทอดพงษ์ : ผมคุยแล้ว ตั้งแต่วันสุดท้าย 21 เจอกัน ยอดสุดท้ายที่ผมพอหาได้เบื้องต้น 7 แสน

บวก 2.5 แสนได้มั้ย?

เทอดพงษ์ : ผมอธิบายมาแล้ว ว่ายอดนี้คือดึงมาก่อนไปหาทางญาติทางอะไรเขามา ผมจะเยียวยาตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว

เหมือนทางนี้ต้องไปงอนง้อขอเงินคุณ ทั้งที่ลูกคุณไปขับรถชนลูกเขาตาย?

เทอดพงษ์ : ฟังผมก่อน วันที่ 17 ผมก็คุยกับพ่อแม่เขาว่าแจ้งตัวเลขมาให้ผม ผมจะได้กลับไปปรึกษา คุณพ่อคุณแม่ก็ยังไม่แจ้ง พอ 21 มาเจอกัน ถึงได้ยอดตัวเลขมา 15 ล้าน ผมก็อธิบายไป จริงๆ เงินยอดขนาดนั้นผมหาไม่ได้หรอก ผมพอที่จะดึงได้เต็มที่ก็ 7 แสนที่จะเยียวยาคุณพ่อคุณแม่ไปก่อน นี่ล่าสุดที่คุยกันแล้ว ก็คุยกันมาตลอด

พ่อจะเอายังไงเรื่องนี้ พ่ออยากได้ตรงไหนที่คิดว่าเป็นธรรมกับพ่อ?

พ่อรักษ์ : จากตอนแรกที่บอกว่าจะช่วยทำศพ 2.5 แสน ยอดที่ผมซื้อของมาในรายการก็ 3 แสนต้นๆ มอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์ลูกที่สูญเสียไปก็เป็นแสนแล้วครับ ยังไม่รวมกับชีวิตน้องเต้ที่สูญเสียไปครับ

วันนี้เรียกว่าการเยียวยาจากฝั่งเขา เขาบอกว่า 15 ล้านจ่ายไม่ได้ ตรงไหนคือจุดกึ่งกลางของเราก่อน?

พ่อรักษ์ : สิทธิเราตอนนี้ไม่เกี่ยวกับเงินประกันของเต้ ผมจะขอเงินทำศพลูก รวมค่ามอเตอร์ไซค์ ค่าโทรศัพท์ 4 แสนเศษ ๆ ดูในบิลที่ผมเขียนมา เอกสารเราละเอียด

แม่บุญลือ : ขอสัก 1 ล้านก่อนได้มั้ย

คุณนิตยามาเมนต์บอกว่าเงินจัดงานศพ 3 แสน ทำไมเยอะจัง นี่คือค่าใช้จ่ายที่พ่อเขาจดไว้ (แจกแจงค่าใช้จ่าย) เบ็ดเสร็จตก 3 แสนกว่าบาท ทำบุญ 7 วันนะ คนในเพจถามว่าทำไม 3 แสนเยอะจัง ผมก็ตอบไม่ได้ หรือไม่ก็ลองตายดูแล้วมาเข้าฝันญาติว่าค่าเท่านี้หรือเปล่า

วีระศักดิ์ : กรณีน้องเต้ กับครอบครัว ถือว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ผมว่าไม่ได้มากไม่ได้น้อยไป ค่าครองชีพทุกวันนี้ก็รู้ๆ อยู่ น้ำมันก็ขึ้น เท่านี้ก็ไม่ได้เวอร์

เขาต้องการให้คุณเยียวยาเขา 1 ล้านก่อน เป็นไปได้มั้ย?

เทอดพงษ์ : 1 ล้านบาทผมก็ไม่มี ต้องหา

แล้ว 7 แสนอยู่มั้ยที่บอกว่าจะให้พ่อแม่เขา?

เทอดพงษ์ : ผมต้องหาครับ ผมคุยกับพ่อแม่ผู้เสียหายไปแล้ว

ตอนนี้มีเท่าไหร่?

เทอดพงษ์ : ที่ดึงมาก็ 2.5 แสน ที่คุยกันแรกๆ ถ้าจะหาเพิ่มได้ก็ยอดประมาณนี้ 6-7 แสน

ผมพูดด้วยความหวังดี ไปหาเงิน 1 ล้านเยียวยาเขาไปก่อน ส่วนอื่นๆ ก็ว่ากันไป?

เทอดพงษ์ : ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมหาตลอด คุณกรรชัยจะมากดดันผม ถ้ามีได้ผมก็ให้ไปแล้ว แต่เงินเยอะขนาดนั้น ผมก็ไม่ใช่หาได้ได้ภายใน 4-5 วัน

แม่รอได้มั้ยสักอาทิตย์?

แม่บุญลือ : เขามั่นใจมั้ยว่าจะหาได้ ไม่ใช่พูดกลับไปกลับมาเหมือนวันนั้น

อาทิตย์นึง คุณหาให้เขาได้มั้ยสักล้าน?

เทอดพงษ์ : ผมไม่ได้พูดกลับไปกลับมานะ

แม่บุญลือ : วันที่ไปโรงพักวันแรก คุณบอกว่าอะไรก็พร้อมให้ทุกอย่าง แต่อยู่ดีๆ 2.5 แสนก็ไปอย่างนึง ค่ามอเตอร์ไซค์ โทรศัพท์ก็ไปอีกอย่างนึง พูดต่อหน้าเจ้าหน้าที่และทนายความ แล้ววันหลังกลับมา คุณบอกว่าคุณหายังไม่ได้ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน

เทอดพงษ์ : วันที่ 21 ที่ไปรับเช็ค ผมคุยกับคุณแม่ว่ายังไงครับ

แม่บุญลือ : ก็คุยกันตรงนั้น คุณพูดว่ายังไง คุณก็ต้องจำได้

เทอดพงษ์ : ผมอธิบายไปแล้ว ถ้าหาได้ก็ 6-7 แสน

พี่ไปหาให้เขาก่อนได้มั้ยล้านนึง ไม่ได้กดดันนะ เรื่องเกิดขึ้นแล้ว พี่ลองคิดดี ๆ ?

เทอดพงษ์ : ผมพยายามนะครับ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมก็ประสานทุกเรื่อง ไม่ได้บ่ายเบี่ยงอะไรเลย เพียงแต่ตัวเลขมันเยอะ ผมจะไปหาที่ไหนได้ไวๆ ต้องเห็นใจทางผมบ้าง

พี่บอกว่าหาได้ 7 แสนก่อนหน้านี้ ที่บอกไป แล้วไปหาอีก 3 แสน ให้เขาไปล้านนึงก่อน เยียวยาเบื้องต้นไปก่อน?

เทอดพงษ์ : ผมยังรับปากไม่ได้ รับปากไปก็เสียหายอีก คุณก็มาจี้ผมอีก

ระหว่างสัมภาษณ์ ไฟดับไป ก็ขออนุญาตช่วยหาเงินให้เขาแล้วกัน 1 ล้าน ขอเวลาสักอาทิตย์กว่าๆ สองอาทิตย์?

เทอดพงษ์ : ผมไม่ได้รับปากว่าจะถึงยอดนั้นนะครับ ผมพยายามหาเต็มที่อยู่แล้ว ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ เงินไม่ได้หากันง่าย ๆ นะสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ผมประสานกันตลอด

คุณทำอะไรให้เขาได้?

เทอดพงษ์ : ก็ยอดที่ผมชี้แจงไปแล้ว 6-7แสนที่จะวิ่งหาให้ก่อน ให้คัฟเวอร์งานศพ และทรัพย์สินที่เสียหายไปก่อน

ภายในเวลาเท่าไหร่?

เทอดพงษ์ : อย่ากำหนดเวลาเลย ผมจะหาให้เร็วที่สุด จะพยายามเต็มที่

พี่ปล่อยไว้แบบนี้ แล้วสุดท้ายพี่ก็จะตอบว่าหาให้ไม่ได้ มันอาจผ่านไป 5 เดือน ปีนึงเหมือนกัน?

เทอดพงษ์ : ถ้าผมรับปากแล้วทำไม่ได้ คุณก็ด่าผมไม่ใช่เหรอ

รับปากแล้วก็ต้องทำให้ได้สิ?

เทอดพงษ์ : ผมก็ชี้แจงไปแล้ว เงินค่อนข้างสูง ถ้าหาเงินให้ได้ ผมก็รับปาก ผมทำให้เต็มที่ครับคุณกรรชัย

หลังบวชมาแล้ว ลูกเป็นยังไง?

เทอดพงษ์ : เอาเรื่องนี้ดีกว่า เรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว

ผมเห็นพี่ออกมาพูดว่าคนไปด่าลูกพี่ทั้งโซเชียล ถูกพิพากษาไปแล้ว พี่รู้สึกว่าไม่ได้ถูกต้อง ใช่มั้ย?

เทอดพงษ์ : ผมผิดก็ยอมรับผิดไปแล้ว ไม่มีคำโต้แย้งอยู่แล้ว ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ได้ไม่ได้ยังไงก็มาคุยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจนะ

ชื่อลูกพี่หลุดมาอยู่ในสังคมค่อนข้างเยอะมากๆ เชื่อผมนะพี่ ให้เรื่องนี้มันจบๆ ในหลังบ้านดีกว่า ไม่งั้นสังคมก็ตามกันอยู่อย่างนี้ มันจะไม่จบ มันจะกระทบลูกพี่ด้วย?

เทอดพงษ์ : ผมขอบคุณคุณกรรชัย เรื่องนั้นผมรับทราบ เรื่องคดีก็ไปตามกระบวนการ ส่วนเรื่องแพ่งก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมหาได้ผมก็รับปาก ก็รับทราบกันอยู่แล้ว ผมเพิกเฉยอะไรเหรอครับ (หัวเราะ)

ขอกำหนดประมาณให้หน่อย จะหาได้เมื่อไหร่?

เทอดพงษ์ : น่าจะเดือนสองเดือนครับ เงินเยอะขนาดนั้นไม่ได้หาง่าย (หัวเราะ) พยายามอยู่ ผมไม่ได้ร่ำรวยอะไรตามที่เขาขุดนะครับ (หัวเราะ) มองตามข้อเท็จจริงบ้าง

พี่บอกว่าไม่ใช่คนรวย แต่ซื้อบีเอ็มให้ลูกขับ?

เทอดพงษ์ : ผมก็ชี้แจงไปแล้ว ซื้อมาขายไป

แสดงว่าพี่ก็ต้องมีพรรคพวก กู้หนี้ยืมสินมาบ้างแหละพี่ ทางนี้เขาก็หนี้สินเหมือนกัน?

เทอดพงษ์ : ก็มีแต่หนี้เท่านั้นแหละครับ ส่วนที่กู้ก็คือเงินที่พยายามหามาให้นี่แหละ

คุยไปก็วนอยู่ในอ่าง หาทางออกไม่เจอ ผมเข้าใจครอบครัวเลยว่าเจออะไร วันนี้ต้องไปนั่งกู้หนี้ยืมสินมา?

วีระศักดิ์ : ขาดเสาหลักที่เคยซัปพอร์ตเขาเดือนละหมื่นห้า เขาจะเอาที่ไหนใช้ ต้องหาวิธีการอื่น

เห็นแล้วสะท้อนใจจริงๆ ผมสัญญาว่าจะตามเรื่องนี้ให้ คุณพ่อคุณแม่ พี่ต้องเอง ทำอะไรกัน?

แม่บุญลือ : ยังไม่คิดว่าจะทำอะไรได้เลย (เสียงสั่นเครือ) เงินเก็บก็เอามาใช้ในงานศพหมดแล้ว ไม่มีก็ไปยืมเพื่อนๆ บ้านมา เพราะมันไม่พอ ก็ 2 ปีแล้วที่หากินกันไม่ได้ เต้เขาก็หาเงินส่งให้ตลอด วันที่จะเสีย 30 ประมาณห้าโมง เขาก็โทรบอกว่าเงินเดือนเต้ออกแล้วนะ แม่จะเอาเท่าไหร่ดี เต้ให้หมื่นห้าแล้วกัน เต้จะเอาเงินไปลงทะเบียนต่อโทอีก เราก็ไม่กล้าแข็ง เพราะเขารับรอง

เบื้องต้นจะช่วยเหลือแม่ส่วนนึง อยากให้สังคมหรือสื่อช่วยนำเสนอเรื่องนี้หน่อย อย่าให้เงียบหายไป พ่อแม่ลำบากมาก เป็นหนี้เป็นสิน เสาหลักเสียชีวิต หมอกอยากพูดอะไร?

หมอก : อยากให้ลูกหรือพ่อคนก่อเหตุ ชดเชยให้พ่อแม่ให้เหมาะสม กว่าจะเลี้ยงน้องจบวิศวฯ โทรคมนาคม ค่าใช้จ่ายมันก็เยอะ ลูกยังได้ตอบแทนแค่ปีเดียวเอง

มันเป็นมุมสะท้อนอีกหนึ่งอย่าง เยาวชนทำผิดไป โทษคดีค่อนข้างอ่อนแล้วเบา สุดท้ายกรณีนี้แบบนี้ก็จะผ่านไป เรื่องราวก็กลายเป็นว่าครอบครัวนี้ลำบาก ฝั่งโน้นไม่นานก็ออกมา อาจเคลียร์กันจบก่อนด้วยซ้ำ โทษเยาวชนจำเป็นต้องให้รุนแรง ให้ไม่กล้ากระทำแบบนี้ได้อีก มันเป็นช่องว่างกฎหมายเหมือนกัน?

วีระศักดิ์ : มันก็ลำบาก