เปิดใจผู้กำกับภาพยนตร์ “ฮักเจ้าอีหลี” หลงเสน่ห์การต่อสู้ของวงการหมอลำที่ไม่ต่างจากวงการแรปเปอร์         

แก๊ปเปอร์-วรฤทธิ์ นิลกลม” ผู้กำกับภาพยนตร์ “ฮักเจ้าอีหลี”  พูดถึงจุดเริ่มต้นของการ     ได้รับโอกาสจาก M39 – บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ ไนน์ จำกัด  จากการเป็นผู้กำกับ ผู้จัดละคร ซีรีส์วาย มาสู่งานสร้างสรรค์และกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวแนวเรื่องเล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นอีสานคนรุ่นใหม่กับความฝันที่มีฉากหลังเป็นดนตรีหมอลำนำเสนอวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์   แบบทันยุคทันสมัย 

“ ผมว่าวงการหมอลำไม่ต่างจากเดอะ แรปเปอร์ ไม่ต่างจากลูกทุ่งสตริงเพลงฮิปฮอป  ผมรู้สึกว่ามันคือศาสตร์ ๆ นึง  รู้สึกว่าพอได้ไปคลุกคลี ทำข้อมูลบท กับหมอลำแล้วก็ได้เห็นเสน่ห์ของมัน ในวันที่เขาพูด เขาลำกลอน เขาร้อง เขาเล่น เขารำ เขามีศิลป์อะไรบางอย่าง ที่ผมรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์มาก ๆ แล้วก็ได้เห็นการต่อสู้ของพวกเขาที่พยายามจะรักษา ส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ไว้ ซึ่งมาในยุคนี้ได้เห็นว่าพวกเขาทำสำเร็จ หมอลำไปเปิดโชว์ที่ไหนผู้คนโดยเฉพาะวัยรุ่นก็แห่กันไปที่งาน (ปลายปีนี้ ระเบียบวาทะศิลป์ เค้าได้รับเชิญไปแสดงที่มหกรรมดนตรียิ่งใหญ่บิ๊ก เมาท์เท่น) ก็เลยเป็นเสน่ห์ที่โดนใจผม ทำให้ผมอยากจะถ่ายทอดมันออกมาในภาพยนตร์

ส่วนเหตุผลที่เลือกนำความเป็นวัยรุ่นมาเล่าก็ เพราะผมมองว่าวัยรุ่นปัจจุบันวันนี้ เขาก็มีแนวคิดใหม่ที่กล้าหาโอกาสให้ตัวเอง กล้าตามความฝัน กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง  แต่เขาแค่ยังขาดพื้นที่และโอกาส ผมก็อยากให้หนังเรื่องนี้ พอทุกอย่างมันเป็นความวัยรุ่นอ่ะ เวลาเขาเข้ามาดูเขาจะได้รู้สึกว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ไม่ได้มากับ ดวง และโอกาสอย่างเดียว มันผสมผสานไปด้วย ความพยายาม ความสามารถ เพื่อนหมู่คณะ ทีมเวิร์คนั่นคือข้อความสำคัญที่ผมต้องการบอกออกไป                                                 

ผมเลือกวัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นตัวแทนที่มานำเสนอสิ่งที่ผมอยากเล่า เพราะอย่าง ท็อป –  นรากร ,  ต้าวหยอง, กวาง – จิรพรรณ,  โบ๊ท อนาคามี ได้รับโอกาสเล่นหนังเรื่องแรก โอกาสมาแล้วเขาก็ต้องมีความพยายาม ความฝึกฝน ที่จะทำให้ดี มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่คอยสนับสนุนด้วย  ในที่นี้พวกเขาได้ เต๋า ภูศิลป์ กับ ตูมตาม ซึ่งเขาเล่นหนัง เล่นละครมาอยู่แล้ว เขาก็ได้ให้โอกาสกับใครหลาย ๆ คน ที่เขาก็ทำงานด้วยกัน เขาไม่ได้มีความแบบ.. เข้าใจใช่มั้ย คนที่มีความแบบมืออาชีพมาอยู่แล้ว ไม่ได้หยิ่งยโส ไม่ได้โอหังกับเด็กรุ่นใหม่หรือคนใหม่ ๆ เขาให้เกียรติซึ่งกันและกัน และผมรู้สึกว่าว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีในการทำงานร่วมกันทำให้คนดูรู้สึกว่า ในความสำเร็จ สิ่งสำคัญมันคือ ทีมเวิร์ค เพื่อน โอกาส และความพยายามนะ”

เรื่องย่อ  “เคน” (เต๋า- ภูศิลป์  วารินรักษ์ ) ตลกหนุ่มท้ายแถวคณะหมอลำชื่อดัง ฝันอยากจะเป็นพระเอกหมอลำเบอร์หนึ่งเพื่อต้องการให้คนชื่นชมและยอมรับ แต่ทว่า เสียงร้องของเขากลับเพี้ยนขั้นสุดจนคนที่ผ่านมาได้ยิน ยกมือปิดหูแทบไม่ทัน แล้ววันหนึ่งการปรากฏตัวของ “โดม” (ตูมตาม ยุทธนา) ก็ทำให้เขามีโอกาสลุ้น อีกทั้งกลุ่มเพื่อน ๆ ก็หาวิธีสนับสนุนช่วยเหลือเขาสุดกำลัง    

พบกับภาพยนตร์วัยรุ่นที่วุ่นวายไปด้วยมิตรภาพ ความฝัน หลังเวทีหมอลำ “ฮักเจ้าอีหลี” นำแสดงโดย เต๋า ภูศิลป์ วารินรักษ์ , ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลาง ,กวาง จิรพรรณ บุญชิต, ท็อป – นรากร กันจันทึก,ต้าวหยอง – ยุคลเดช ปัจฉิม(แด๊นเซอร์เอวเด้ง 4G จาคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์) , โบ๊ท-อนาคามี บินสมัน (นักแสดง / ดาว Tiktok),มนต์มิ่งขวัญ ม่วงมีรส (ศรีมาลา – Drag Race Thailand SS2) , นายภักดี พลล้ำ หัวหน้าวงหมอลำคณะระเบียบวาทศิลป์, อาร์ตี้- ธนฉัตร ตุลยฉัตร พร้อมด้วยรับเชิญพิเศษ นุกเกอร์ กฤษกร บุญมา, พระราม ศุภราช เกษศิริ และ ฟอส สิทธิชัย สร้างใส จากหมอลำคณะเสียงอิสาน ฯลฯ กำกับการแสดงโดยผู้กำกับ แก๊ปเปอร์- วรฤทธิ์  นิลกลม พร้อมฉายในโรงภาพยนตร์ 29 กันยายน 2565