เมื่อยุคข้อมูลคือขุมทรัพย์ ธุรกิจไทยเร่งพัฒนาด้านจัดเก็บและกู้คืนข้อมูล

สถานการณ์หลังการระบาดโควิดบังคับให้ผู้คนใช้ระบบดิจิทัลมากขั้นเป็นประวัติการณ์ ธุรกิจต้องปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ การจัดเก็บข้อมูลและการกู้คืนข้อมูลที่มีประสิทธิภาพคือการรักษาธุรกิจให้ไปรอดและยังเป็นปัจจัยที่ทำให้องค์กรต่างแข็งแกร่งเหนือคู่แข่ง

Veeam ผู้นำด้านโซลูชั่นการบริหารจัดการ การจัดเก็บและกู้คืนข้อมูล ประกาศความเป็นผู้นำตลาดโซลูชั่นการปกป้องข้อมูลที่มีความทันสมัย ด้วยผลสำเร็จมากมายที่การันตีคุณภาพ ได้แก่ส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 จากทั่วโลก ยอดลูกค้าทั่วโลกมากกว่า 4.5 แสนราย จาก 180 ประเทศทั่วโลก และได้รับรางวัลผู้นำอุตสาหกรรมมากกว่า 200 รายการ

เบนิ เซีย รองประธานประจำภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ของ Veeam กล่าวว่า “ผลประกอบการของ Veeam เราเติบโตแบบ double-digit ถึง 18 ไตรมาสต่อเนื่อง โดยมีผลกำไรแบบ ARR จากทั่วโลกอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 คิดเป็นร้อยละ 27 โดยไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ 18 ของการเติบโตอย่างต่อเนื่องมีการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 22 ขณะที่การเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น Veeam มีการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 32 และร้อยละ 27 เฉพาะไตรมาสที่ 2 ปี 2565 โดยมีสัดส่วนลูกค้าใหม่เข้ามาที่ร้อยละ 31 ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ซึ่งการเติบโตของภูมิภาคเอเชียแปซิกและญี่ปุ่นนี้กล่าวได้ว่าเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีตัวเลขการเติบโตเฉพาะภูมิภาควิ่งแซงหน้าการเติบโตในระดับโลก”

เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย ของ Veeam เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Veeam มีการเติบโตแบบ double-digit ทั้งในปีงบประมาณ 2564 และในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 และมีพันธมิตรมากกว่า 400 ราย และมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในด้านกำลังคนโดยมีการเพิ่มจำนวนพนักงานขึ้นมาถึงร้อยละ 62 ในช่วงปี 2561 – 2565 และมีลูกค้าที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ทิพยประกันภัย และ TRC ซึ่งโซลูชั่นการบริหารจัดการ การจัดเก็บและกู้คืนข้อมูลของ Veeam ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการช่วยสนับสนุนให้ลูกค้าเหล่านี้สามารถประสบผลสำเร็จจากความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญได้

“ผลสำเร็จที่ Veeam เข้าไปช่วยสนับสนุนการจัดการ การสำรองและปกป้องข้อมูลได้แก่ ช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถลดระยะเวลาในการสำรองข้อมูลได้ถึง 900 ชั่วโมง และลดต้นทุนด้านไอทีมากกว่า 2.5 ล้านบาท และช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญในการสร้างธนาคารดิจิทัลแห่งอนาคต ขณะที่ทิพยประกันภัยเราเข้าไปมีบทบาทในการช่วยลดระยะเวลาในการสำรองข้อมูลจำนวนมากกว่า 300 TB ได้ถึง 50% นอกจากนี้ในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตโซลูชั่นของ Veeam สามารถช่วยให้ กฟผ. สามารถกู้ข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นถึง 12 เท่า จากระยะเวลา 1 ชั่วโมงเหลือแค่ 5 นาที และช่วยให้ TRC สามารถลดลระยะเวลาในการค้นหาและกู้ข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น 10 เท่า พร้อมลดต้นทุนในการบริหารจัดการ DR Site ได้ถึง 50% หลังจากที่มีการเปลี่ยนผ่านขึ้นสู่คลาวด์“

“จากผลสำเร็จที่ผ่านมา และจำนวนลูกค้าจริง ๆ ที่เรามีอยู่ในประเทศไทย กล่าวได้ว่าโซลูชั่นของ Veeam ได้รับความไว้วางใจอย่างกว้างขวางครอบคลุมแทบทุกอุตสาหกรรม” เจษฎา ภาสวรวิทย์ กล่าวสรุป

ด้าน เรย์มอนด์ โกะ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมระบบ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ของ Veeam กล่าวถึง เทคโนโลยีอันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Veeam ประสบความสำเร็จว่า นิยามของคำว่าการปกป้องและกู้คืนข้อมูลที่มีความทันสมัยคือ เทคโนโลยีของ Veeam จะมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการปกป้องและกู้คืนข้อมูลได้จากทุกที่บนสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดคลาวด์ และช่วยให้ลูกค้าของ Veeam มั่นใจในความคล่องตัวทางธุรกิจด้วยการปกป้องข้อมูลจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ และขจัดปัญหาการสูญเสียข้อมูลรวมถึงปัญหาจากระบบล่ม และทำให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนผ่านขึ้นมาอยู่บนคลาวด์ได้อย่างมั่นใจไร้กังวลปราศจากปัญหาการติดชะงักโดยอาศัยจุดเด่นจากความคล่องตัวของคลาวด์ ทั้งนี้คุณสมบัติเด่นที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มของ Veeam คือ มีความเรียบง่าย ยืดหยุ่น มีความน่าเชื่อถือ และเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลัง

นอกจากนี้ ในส่วนของโร้ดแมปปี 2565 เรย์มอนด์ เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ จะเปิดตัว Veeam Backup for Microsoft 365 v6, Veeam Backup for Salesforce, และ Veeam Backup for AWS v5, Azure v4, GCP v3 ก่อน จากนั้นช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดตัว Veeam Backup & Replication and Suite v12 ซึ่งเป็นโซลูชั่นเรือธงของบริษัท

“ผมอยากบอกทุกท่านว่า โซลูชั่นของ Veeam จะส่งมอบคุณค่า 3 ประการที่ไม่เหมือนใครให้แก่ลูกค้า ประกอบด้วย แพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในตลาดซึ่งผ่านการรับรองมาแล้ว นวัตกรรมที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม และความเป็นมิตรกับระบบ ecosystem” เรย์มอนด์ โกะ กล่าวสรุป