“ศรราม น้ำเพชร” เคลียร์ดราม่า เอาฟันคุณพ่อมาแขวนคอ คล้ายดึงคนตายไม่ให้ไปไหน ?

พระเอกลิเกเงินล้านศรราม น้ำเพชร พาครอบครัว คุณแม่และพี่สาว ออกมาเผยถึงวันที่สูญเสียคุณพ่อ ต้องจากไปด้วยโรคมะเร็ง พร้อมเผยวินาทีที่ต้องบอกเรื่องคุณพ่อป่วยกับคุณแม่ และจะสามารถอยู่ได้อีกแค่ 3 เดือน และเมื่อคุณพ่อเสียมาพร้อมกับดราม่าที่ศรรามเก็บฟันของคุณพ่อมาห้อยคอ ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมและดึงผู้เสียชีวิตไว้ไม่ให้ไปไหน เคลียร์ทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บ SHOW ออกอากาศทางช่องOne 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และหนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

สถานการณ์คณะลิเกตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
ศรราม : ดีขึ้นครับ เพราะว่าเราเริ่มมีงานแสดงได้ปรกติแล้วครับ แต่ถ้าย้อนกลับไปช่วงแรกปรับตัวยังไม่ทัน เพราะไม่เคยคิดว่ามาก่อนเลยว่าสถานการณ์อะไรที่ทำให้การทำงานลิเกของคณะศรราม น้ำเพชรสะดุดได้ ในคณะร่วมร้อยชีวิตครับ

พอไม่มีงานดูแลคนในคณะยังไงบ้าง?
ศรราม : นักแสดงเราทุกคนจะมีแฟนคลับซัพพอร์ต เราก็ปรับตัวกันไปในช่วงที่ไม่สามารถแสดงได้ ขายออนไลน์ รวมทั้งตัวผมด้วยก็ต้องหาทำ เพราะเรามีรายจ่ายแต่ไม่มีรายได้เข้ามา รายได้หลักคือแสดงลิเกแต่ไม่สามารถแสดงได้ ก็ทำน้ำพริก ทำขนม ก็เรียกทีมงานเวทีเครื่องเสียงช่วยกันทำให้เงินไป ดูแลเรื่องที่กินที่พักให้ โชคดีได้สถานที่เป็นวัดท่าการ้อง เอื้อเฟือทีมงานเครื่องเสียงไปนอนพักครับ

ใครเป็นคนดูแลเรื่องเงิน?
ศรราม : ปรกติเป็นคุณพ่อครับ คุณพ่อไม่อยู่ก็จะเป็นคุณแม่ครับ

โควิดสูญเงินไปเท่าไหร่?
คุณแม่ : มันเท่าตัวเลยค่ะ จากรายได้ที่เคยได้ก็ไม่ได้ เงินที่เก็บไว้ก็ต้องเอามาใช้จ่าย เสียหายมาก
ศรราม : ตอนแรกไม่เคยคิดเลยครับ แต่วันนั้นว่างลองคิดดู เครื่องคิดเลขมาจิ้มๆ ก็คิดแบบ 250 งาน งานละ 6 หลักครับ

มีช่วงคุณพ่อกู้เงินมาจุนเจือคณะลิเก?
 พี่สาว : ใช่ค่ะ เพราะเดือนนึงเราก็ต้องรับผิดชอบ 3-4 แสน รายจ่ายได้ ๆ ต่อเดือน
คุณแม่ : เครียดด้วย เป็นที่ความเครียดโรคก็เลยรุมเร้า

คิดว่าเครียดจากโควิดมีส่วน?
คุณแม่ :  มีส่วนค่ะ เค้าก็เริ่มป่วยมา เค้าเป็นคนดื้อไม่ยอมทานยา กลัวดื้อยา เดี๋ยวก็หาย ให้ไปหาหมอก็บอกไม่เป็นไร

พอไปหาหมอ อาการป่วยตั้งแต่แรกของคุณพ่อเกิดจากอะไร?
คุณแม่ : จากปวดท้อง เป็นโรคภายใน เป็นมานานแล้วสักพักนึงแล้วไม่รู้สาเหตุ แต่พอให้ไปหาหมอเค้าจะไม่ จนกระทั่งไม่ไหวจริง ๆ มีหลานสาวเป็นพยาบาโทรหาหลานสาวคือเค้าไม่ไหวแล้ว ก็แอบไปหาเอง
พี่สาว : บอกจะพาไปไม่ไป แอบไปหาเอง แต่โรงพยาบาลต่างจังหวัดเครื่องมืออาจจะยังไม่ทันสมัย เลยบอกให้พ่อย้ายไปตรวจใหม่
คุณแม่ : ไปตรวจครั้งแรก มาบอกว่าสงสัยตับแข็งแล้ว
พี่สาว : พอไปตรวจที่กรุงเทพ รอฟังผล เราเป็นคนไปฟังผลหมอบอกพ่อเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายแล้ว เราก็ตกใจช็อคมากนั่งร้องไห้ ถามคุณหมอมีวิธีไหนมั้ย คุณหมอบอกไม่มีวิธีแล้วครับ

หมอบอกคุณพ่อเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายพ่อรู้มั้ย?
พี่สาว : พ่อไม่รู้ค่ะ แม่ก็ยัง พอหนูรู้โทรหาน้องก่อนเลย
ศรราม : ก็ตกใจครับ ร้องไห้กับพี่ ไม่คิดว่าคุณพ่อจะเป็นโรคนี้ ด้วยระยะเวลาที่คุณหมอแจ้งมามันสั้นมากเลย อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน เรารู้สึกว่าทำใจยากในตอนนั้น
พี่สาว : คุณหมอบอกว่าทำคีโมได้ แต่มันไม่ทันแล้ว
คุณแม่ : อาจจะอยู่ได้เกิน 3 เดือนไปอีกซักหน่อย

ใครเป็นคนบอกแม่?
พี่สาว : ก็ปรึกษากับน้องว่ายังไงดี เพราะแม่ไมค่อยแข็งแรงเหมือนกัน ก็ปรึกษาคุณแม่ให้บอกแม่ให้หน่อย
ศรราม : คุณป้าให้คำแนะนำว่างั้นเราควรจะบอกแม่ เพราะว่าในระยะเวลา 3 เดือนทำให้คุณพ่อมีความสุขที่สุดโดยไม่บอกให้คุณพ่อรู้ว่าป่วยเป็อะไร คุณป้าเป็นคนบอกแม่
คุณแม่ : ป้าโทรมาเค้าก็บอกทำใจดีๆนะ เดินมาบ้านนี้หน่อย บ้านอยู่ใกล้กันพอเดินไปถึงเค้าก็กอดบอกทำใจดีๆฟังนะ สามีเราเป็นมะเร็ง พอได้ยินคำนี้เหมือนไฟดับวูบ แล้วระยะยสุดท้ายอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนก็ร่วงเลยเหมือนกัน ช็อค มันเร็วเกิน
พี่สาว : หนูไม่อยากกลับบ้านเลยวันนั้นไม่รู้จะบอกพ่อยังไงกลัวเค้าไม่รักษา จะคิดเยอะว่าเปลืองเงิน หรืออีกใจเราจะบอกพ่อดี เผื่อพ่อมีอะไรที่อยากทำอีก มีอะไรที่อยากจะบอกเรา ตัดสินใจยากมากเลยค่ะ

คุณแม่คิดว่าควรจะบอกพ่อมั้ย?
คุณแม่ : ใจแม่นะคะแม่คิดอยู่ในใจว่าเค้ารู้ เค้าเป็นคนฉลาดแต่เค้าไม่พูดไม่แสดงออก แม่พยายามอยู่ใกล้เค้า แต่เราอดไม่ได้ เราเดินหนีเค้าก็จะมอง เค้ายังพูดเล่นเลยสงสัยญาติพี่มะจะถามหาแล้วซะแล้ว พี่มะคือโรคมะเร็ง เค้าพูดมาเอง เชื่อว่าเค้ารู้แล้วค่ะ เราก็บอกเป็นไม่เป็นไรยาเค้าเก่งเป็นก็ต้องดูแล เราก็พูดเสริมไปไม่ให้เค้าเครียด พยายามกลบเกลื่อน ไม่กล้าพูดอะไร คิดว่าเค้ารู้ตั้งแต่แรก เค้าไม่อยากให้ลูกเสียตังค์ คือลำบากมาตั้งแต่เล็ก
ศรราม : ก่อนหน้านี้คุณแม่ป่วยหนัก เคสนั้นเราจ่ายค่ารักษาไป 2 ล้านคุณพ่อรู้เค้าก็เก็บตรงนั้นไว้ พอเป็นเคสเค้าเค้าก็คิดเผื่อไปแล้วครับลูกจะมาใช้จ่ายกับเขาอีกกี่ล้าน อีกเท่าไหร่

พอได้รู้คุยกันในครอบครัวมั้ยว่าจะทำอย่างไร?
พี่สาว : สุดท้ายหนูก็ถามว่าเราจะทำอะไร อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ก็ให้คีโม หนูคิดว่าพ่อรู้อยู่แล้วว่าเค้าเป็น แต่ถ้าลูกไม่อยากให้รู้เค้าไม่รู้ก็ได้ หนูก็พาไปให้คีโมตลอด ไปให้ยาช่วยบรรเทา เค้าก็ถามว่าผลเป็นยังไง หนูบอกว่าอาจจะถ้าพ่อยังไม่รักษาตัวเนี่ยอาจจะกลายเป็นมะเร็งได้นะ
คุณแม่ : คุณหมอเค้าก็ให้ทานอาหารบำรุง เราก็พยายามสาระพัดแต่เค้าทานไม่ได้ เค้าก็หงุดหงิดว่าคนกินไม่ได้ เราก็กอดเค้าบอกว่าอยากให้กินจะได้หาย อยู่ทะเลาะกันไปนาน ๆ แอบไปร้องแทบทุกวัน จนกระทั่งทุกวันนี้พอเห็นรูปเห็นอะไรก็ยังทำใจไม่ได้ จริง ๆ เค้าก็อยากทานแต่ทานไม่ได้

คุณแม่อยู่ด้วยกันนานขนาดไหนถึงจากไป?
ศรราม : 2 เดือนกว่า ๆ
คุณแม่ : เค้าอยู่บ้านตลอดเลย เค้าไม่ได้นอนติดเตียงนะคะ

วินาทีที่จากไปอาการเป็นยังไง?
คุณแม่ : ตอนนั้นเรามีแสดงงานไลฟ์ ททท. เราจะลุกใส่บาตรกัน เพราะจะเป็นวันเกิดของแม่ด้วยและก็วันเกิดเค้า วันนั้นอาการไม่ค่อยดีแล้ว เราไปจับเค้าอาเจียนเป็นเลือด เค้าบอกไม่เป็นไรสงสัยยาที่กินมันขับเลือดเลยออก
พี่สาว : อีก 2 วันหนูจะต้องพาคุณพ่อไปหาหมออีกรอบ แต่หนูเป็นโควิด ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้อยู่กับพ่อ
ศรราม : คุณแม่ก็เลยโทรมาเรียกผม มาหาพ่อหน่อย ช่วยบอกพ่อทีให้ไปหาหมอ ก็ยอมไป ตอนแรกจะไปด้วย เค้าบอกไม่เป็นไรพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมค่อยมาหา ให้พี่เขยพาไป สักช่วงเย็นพี่เขยโทรมาว่างมั้ยให้มาเลย เพราะว่าตอนนี้ความดันต่ำมาก ก็เลยรีบไปเลย ไปถึงคุณพ่ออยู่ไอซียู เห็นคุณหมอกำลังวุ่นเลย
คุณแม่ : คุณแม่ตามไป เพราะต้องอยู่จัดการเรื่องไลฟ์สดการแสดง ตอนที่ส่งพ่อขึ้นรถบอกว่าจัดการตรงนี้เสร็จเดี๋ยวจะตามไป ตอนที่เแม่ไปยังไม่ได้เสีย เสียหลังจากนั้น 2วัน

เค้ายังได้คุยกับลูกและภรรยามั้ย?
ศรราม : วันแรกพูดไม่ได้แล้วครับ แต่คืนแรกลืมตารับรู้ ยังเขียนได้ ตอนที่เห็นเค้าเขียนรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาน่าจะดีขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี พอเข้าคืนที่ 2 แรงลืมตาแทบจะไม่มีแล้ว ดุแย่มากเลย

แม่ได้คุยกับคุณพ่อบ้างมั้ย?
คุณแม่ : ได้อยู่กับเค้าตลอด จับมือเค้าตลอด เหมือนเค้ารับรู้ เค้าจะลืมตามองรับรู้ว่าเราอยู่ด้วยตลอด เค้าสั่งเสียไม่ได้แล้วพูดไม่ได้แล้ว
พี่สาว : หนุเสียใจมากที่สุดคืออยู่กับพ่อตลอดดูแลพาไปหมอ แต่วันสุดท้ายหนูไม่ได้อยู่ตรงนั้นืหนูขอพี่พยาบาลขอออกได้มั้ยใส่ชุดยังไงก๋ได้ ก็ไม่ได้ หนูใจจะขาด ไม่ได้กอดลา ไม่ได้อะไรเลย
คุณแม่ : แม่อยู่กับเค้าลมหายใจสุดท้ายเลย อโหสิกรรมกันนะ เคยทะเลาะกันบ้างอะไรบ้าง ทุกวันนี้ไม่มีอะไรค้างคาใจพูดทุกอย่างหมดแล้ว
ศรราม : ผมอยู่ด้วยตลอด แต่เห็นใจพี่สาว วันที่คุณพ่อจากไปพี่มาไม่ได้ หลังจากที่คุณพ่อเสียดำเนินงานต่างๆก้เป็นผม จนพี่สาวออกมาก็มาเจอกัน

ศรรามเก็บฟันกรามคุณพ่อไว้ทำเป็นสร้อย จนเป็นดราม่า?
ศรรราม : ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เหตุผลของผมคือเอาฟันกรามของคุณพ่อมาห้อยคอ วันเผาผมอธิษฐานไว้ว่าถ้าคุณพ่อทิ้งฟันไว้ให้ก็ขอให้เจอนะ วันที่มาเก็บกระดูกบังเอิญเจอผมเจอเอง เป็นฟันกรามซี่ที่ใหญ่ที่สุด ทั้งหมดคุณพ่อทิ้งไว้ให้ 5 ซี่ครับ

โดนวิจารณ์ไม่เหมาะสม เหมือนดึงเค้าเอาไว้?
ศรราม : ในมุมของผมเชื่อว่าเป็นคำอวยพรที่คุรพ่อทิ้งไว้ให้ เพราะเชื่อว่าฟันกรามเป็นกระดูกที่แข็งแรงที่สุด คุณพ่ออาจอวยพรให้เราเป็นผู้นำครอบครัวที่มั่นคงที่สุด ผมเลยนำมาห้อยคอไว้

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์  ศรราม น้ำเพชร