กระแส Self-Care ยังมาแรง จับตา 6 มิติการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน


ที่ขับเคลื่อนธุรกิจ Health & Wellness ในทศวรรษหน้า พร้อมเปิดไฮไลต์ CARE ASIA 2022

กระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Self-Care ยังมาแรงและมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ภายใต้การขยายตัวของตลาดสุขภาพโลกที่มีโอกาสเติบโตถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ แนะจับตาพฤติกรรมผู้บริโภค 6 มิติด้านสุขภาพที่เป็นสิ่งขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจ Health & Wellness ในทศวรรษหน้า พร้อมเปิดไฮไลต์ CARE ASIA 2022 ชวนคนไทยเพิ่มมิติของการดูแลตัวเองจากนวัตกรรมและบริการที่ทันสมัยจากผู้ประกอบการกว่า 250 บริษัท

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข กล่าวว่า “หลังวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ธุรกิจ Health & Wellness ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยกำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากการหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพของประชากรทั่วโลก ทำให้ธุรกิจนี้มีโอกาสเติบโตด้วยมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นร้อยละ 5-10 ในแต่ละปี หนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่ถูกพูดถึงมากในปัจจุบันคือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Self-Care โดยผู้คนหลีกเลี่ยงการเข้าโรงพยาบาลกันมากขึ้นเพราะรู้สึกว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และการพบแพทย์เพื่อรักษาโรคนั้นเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น ไม่ตอบโจทย์สำหรับการลงทุนดูแลสุขภาพในระยะยาว รวมไปถึงพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้าน เมื่อต้องอยู่บ้านนาน ๆ อาจจะรู้สึกกดดัน กังวล และหมดไฟ จึงเสาะหาการดูแลสุขภาพที่เริ่มทำได้ด้วยตนเอง”

จากการสำรวจโดยแมคคินซี แอนด์ คอมพานี (Mckinsey & Company) พบว่าปัจจุบันมี 6 มิติของการดูแลสุขภาพที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ Self-Care จึงเป็นมิติที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม Health & Wellness ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยควรใช้เป็นพื้นฐานเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ประกอบด้วย Better Health มีสุขภาพที่ดี เป็นยุคที่ผู้บริโภคสามารถกำหนดเรื่องการดูแลสุขภาพได้ด้วยตัวเอง โดยใช้แอปพลิเคชันเพื่อช่วยในการนัดหมายแพทย์ มีแนวโน้มการสั่งซื้ออุปกรณ์การแพทย์ไปใช้เองที่บ้านมากขึ้น และการเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องรอแพทย์ Better Fitness มีสมรรถภาพร่างกายที่ดี คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทำให้คอร์สออกกำลังกายออนไลน์และแอปพลิเคชันสุขภาพต่าง ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค มีการเติบโตเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา Better Nutrition มีโภชนาการที่ดี ผู้บริโภคมีความต้องการอาหารที่ไม่เพียงแค่รสชาติดี แต่ต้องดีต่อสุขภาพด้วย ทำให้การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันด้านโภชนาการ โปรแกรมควบคุมอาหาร และน้ำผลไม้ล้างพิษ ของผู้บริโภค 1 ใน 3 ทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง

รวมทั้ง Better Appearance มีรูปลักษณ์ที่ดี ผู้บริโภคยังคงให้ความสนใจกับการดูแลรูปลักษณ์และต้องการนำเสนอความเป็นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาบริการเสริมความงามในรูปแบบไม่ต้องผ่าตัดอย่างการทำเลเซอร์ได้รับความนิยมอย่างมาก และคาดว่าในปี 2573 จะเกิดบริการด้านความงามที่เพิ่มมากขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ Better Sleep มีการนอนหลับที่ดี ผู้บริโภคทั่วโลกต่างมีความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งเสริมการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่รองรับการรักษาการนอนหลับ อาทิ แอปพลิเคชันสำหรับติดตามการนอนหลับ เซนเซอร์ที่วางไว้ใต้ที่นอนเพื่อบอกการเคลื่อนไหวขณะนอนหลับ หรือคำนวนเวลาขณะนอนหลับ สุดท้ายคือ Better Mindfulness มีสติหรือความสงบทางใจที่ดี จากสถานการณ์ที่ทำให้คนทั่วโลกมีความตึงเครียดมากขึ้น ผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งเสริมความสงบทางใจ จึงได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันเพื่อฝึกการทำสมาธิหรือบริการเพื่อความผ่อนคลาย กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม โดยในปี 2573 เทคโนโลยีและอุปกรณ์สวมใส่ที่เชื่อมโยงกับความเครียดจะมีความสำคัญมากขึ้น อย่างคลาสโยคะออนไลน์ อุปกรณ์แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาสงบนิ่งและทำสมาธิ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน นพ.พณะ จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก กล่าวว่า
“เทรนด์ Self-Care นับได้ว่าเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ให้บริการด้านสุขภาพและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น นำมาสู่การพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ เยียวยาจิตใจผู้คนให้ดีขึ้นท่ามกลางวิกฤต ในส่วนของโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกเองนั้น ได้มีการพัฒนานวัตกรรมและรูปแบบการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมากขึ้น โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางครบทุกศูนย์เพื่อดูแลทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพ และเรื่องของวัคซีนที่สำคัญและจำเป็นในทุกช่วงวัย รวมไปถึงวัคซีน Covid – 19 และในด้านของเรื่องความสวยความงาม ทางโรงพยาบาลยังมีศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งและศูนย์ผิวหนังความงาม หรือ TRIA Wellness Medical Center นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น BPK Connect ที่จะทำให้การเข้าถึงทางการแพทย์ สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น”

ด้าน ดร.ภัคศรัณย์ อิศรศักดิ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบสท์ ออร์กาไนเซอร์ จำกัด ผู้จัดงาน Care Asia 2022 ได้เปิดเผยถึงงาน Care Asia 2022 ที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2565 ณ ฮอลล์ EH 101 ไบเทค บางนา ว่า “จากแนวโน้มพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันหรือ Self-care ของผู้บริโภคในช่วง 10 ปีต่อจากนี้ งาน Care Asia 2022 จึงให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้มีความแตกต่างจากงานอื่นที่เน้นเรื่องผู้สูงอายุ โดยมีสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Self-Care ให้แก่คนหนุ่มสาวและวัยทำงาน ที่หันมาให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมากกว่าเดิม อาทิ เก้าอี้นวดเพื่อสุขภาพขนาดใหญ่ จากเทเบิ้ลส์ มาสเตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความผ่อนคลายให้คอ ไหล่ และดวงตา ที่นอนพ็อคเก็ตสปริง แอนตี้ไวรัส จาก Sleepen ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ไร้ซึ่งการรบกวนจากไรฝุ่น เชื้อไวรัสหรือ แบคทีเรีย และไม่ส่งแรงสะเทือนเมื่อผู้นอนเคียงข้างขยับตัว ตู้อบซาวด์นาระบบฟาร์อินฟราเรด จาก SG Deluxe เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและความงาม ที่ใช้งานได้สะดวกในพื้นที่จำกัด อาหารเสริมโพไบโอติกส์ จาก Everluck เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มที่ลำไส้ เหมาะสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คลินิกตรวจวัดหลอดเลือด มวลกระดูก จาก JNK Wellness Center พร้อมกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีภายในงาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูก บริการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคที่นอน พรม โซฟา ผ้าม่าน อันดับ 1 ของโลกจากเยอรมนี จาก De Hygienqiue ตลอดจนการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่ต้องการมีธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตนเองกับ M.Y.R Cosmetics เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีไฮไลต์น่าสนใจ ได้แก่ โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด (โมเดอร์นา) ฟรี สำหรับบุคคลทั่วไป และกลุ่ม 608 จำนวน 200 ท่านต่อวันบริเวณด้านในฮอลล์ บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ราคาพิเศษ 550 บาท และบริการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  EKG (ฟรี) จากโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลปิยะเวท สถาบันสุขภาพและความงามตรัยญาตรัยญา ที่บูธ F1-F10 เปิดรับสมัครผู้สูงอายุเข้าทำงาน กับบริษัท โนวา ออร์แกนิค จำกัด (มหาชน) และกิจกรรมพิเศษกับมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ที่บูธ D1-D10 รวมถึงนวัตกรรมเพื่อดูแลสุขภาพมากมายที่จำหน่ายในราคาพิเศษ งานเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ มอบความสุขให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานด้วยมินิคอนเสิร์ตจากตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล และยิ่งยง ยอดบัวงาม และอื่น ๆ อีกมากมาย

โดยคาดว่าจะมีประชาชนที่สนใจและตื่นตัวในเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว เข้าชมงานไม่น้อยกว่า 25,000 คน อีกทั้งงานนี้จะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาททั้งจากกิจกรรม B2B และการ matching ทางธุรกิจ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Care Asia 2022 งานแสดงสินค้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ อย่างครบวงจรแห่งเอเชีย ในระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2565 ณ ฮอลล์ EH 101 ไบเทค บางนา หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/CAREASIA2022