ร่วมเป็น “ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง” เราปรับ โลกเปลี่ยน ไปกับ โครงการ “Switch & Loop”

กรุงเทพฯ ประเทศไทย: มิถุนายน – ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค (UPM Raflatac) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการผลิตและพัฒนาฉลากสินค้าแนวใหม่ที่ยั่งยืน เปิดตัวโครงการ “Switch & Loop” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์สากลของบริษัทในการเชิญชวนเหล่าพันธมิตรในอุตสาหกรรมให้เปลี่ยนมาใช้โซลูชันที่ยั่งยืนและหยุดวงจรวัสดุบรรจุภัณฑ์แบบเดิม เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งในการริเริ่มในครั้งนี้ ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ได้เชิญบรรดาพันธมิตรอุตสาหกรรมเข้าร่วมเป็น “ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง” และผสานความร่วมมือกันสร้างความแตกต่างไปสู่แนวทางการบริโภคที่ยั่งยืน

ผู้บริโภคที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ส่งเสริมความยั่งยืนกำลังทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พวกเขาไม่เพียงมองหาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนขึ้นเท่านั้น แต่ยังให้ความสนใจแสวงหาบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้นจากแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ด้วย การสำรวจของแมคคินเซย์ แอนด์ คอมพานี (McKinsey and Company) ในปี ค.ศ. 2020 พบว่าผู้บริโภคกว่า 79% จะพิจารณาเรื่องความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของตนเอง

และเพื่อเป็นการตอบรับต่อเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคนี้ เจ้าของแบรนด์สินค้าต่าง ๆ จึงกำหนดพันธกิจอันท้าทายและผลักดันให้เกิดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและเกิดการหมุนเวียนทรัพยากร เพื่อนำมาใช้แทนที่วัตถุดิบเวอร์จินฟอสซิลเบส (virgin fossil-based) ซึ่งเป็นวัตถุดิบการผลิตในห่วงโซ่อุปทาน และเป็นจุดเริ่มต้นในการเริ่มดำเนินการเพื่อการสรรค์สร้างอนาคตที่ปลอดขยะ ซึ่งขณะนี้พวกเขากำลังมองหาพันธมิตรในการสร้างผลลัพธ์ร่วมกันและปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาอันท้าทายนี้

องค์ประกอบหนึ่งของการสร้างสรรค์งานบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นก็คือการติดฉลากสินค้า เพราะฉลากสินค้าสามารถพบได้ทุกที่และปรากฏอยู่บนทุกสิ่งที่เราบริโภค ฉลากสินค้าเหล่านี้สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการเปลี่ยนแปลงได้ โดยช่วยยกระดับความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์ นำเสนอข้อมูลด้านความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมให้เกิดระบบการหมุนเวียนทรัพยากรที่นำไปสู่การรีไซเคิลและสามารถนำวัสดุบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ได้

ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาฉลากสินค้าด้วยโซลูชันที่สร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน จึงสามารถช่วยให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และเจ้าของแบรนด์สินค้า เปลี่ยนมาใช้วัสดุทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าและหยุดวงจรการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์แบบเดิม ผู้บริโภคและเจ้าของแบรนด์สินค้าสามารถเริ่มการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่ลดปริมาณการใช้ (Reduce) หรือใช้วัตถุดิบรีไซเคิล (Recycled) หรือใช้วัตถุดิบทดแทน (Renewable alternatives) โดยสินค้าในกลุ่มของ Linerless, PCR range, Forest FilmTM และ RAFNXT+ ถือเป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์สินค้าสามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในงานบรรจุภัณฑ์ของตน นอกจากนี้ ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ยังมีบริการ UPM Raflatac Label Life  วิเคราะห์ผลกระทบของฟุตพริ้นท์โดยใช้ข้อมูลตามหลักวิทยาศาสตร์ ช่วยให้ผู้ผลิตเห็นถึงผลกระทบจากการสร้างคาร์บอนของตนเองด้วย

อนาคตของงานบรรจุภัณฑ์จะเป็นระบบหมุนเวียนทรัพยากร ผู้บริโภคและเจ้าของแบรนด์สินค้าสามารถเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการเลือกวัสดุฉลากสินค้าที่เอื้อต่อการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์และสร้างความเชื่อมั่นว่าบรรจุภัณฑ์ของคุณจะมีการหมุนเวียนและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ตัวอย่างหนึ่งของเรื่องนี้คือการใช้ฉลากที่ล้างออกได้ (Wash-off label) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิลขวด PET ให้ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ก้าวหน้าสู่การเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัววัสดุฉลากสินค้า CarbonNeutral® certified RAFNXT+ และ CarbonNeutral® Linerless ที่ผ่านการรับรองจาก CarbonNeutral® โดยนับเป็นเจ้าแรกในอุตสาหกรรมการติดฉลากสินค้าที่เป็นทางเลือกอันชาญฉลาดให้แก่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายสินค้าได้อย่างฉลาดเลือก เพื่อช่วยทดแทนและชดเชยการปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจก

อีกหนึ่งตัวอย่างของความเป็นผู้นำด้านฉลากสินค้าเพื่อความยั่งยืน ได้แก่ Ocean Action Label โดยวัสดุฉลากที่กำลังจะเปิดตัวนี้ ผลิตจากขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งตามชายทะเลทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงช่วยป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกจมลงสู่ทะเลเท่านั้น แต่ยังมอบโอกาสให้เจ้าของแบรนด์สินค้าต่าง ๆ สามารถดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามแผนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

“เรามีวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่จะสร้างฉลากสินค้าที่ยั่งยืน ซึ่งถูกสร้างขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนแนวทางการบริโภคที่ยั่งยืน ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องผลักดันให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน ผ่านแนวทางการลดปริมาณวัตถุดิบใหม่ (virgin raw material) หันมาใช้เป็นวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุหมุนเวียน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราบางและเบาลง เอื้อต่อการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นเลิศ เราพัฒนาบริการที่ยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตของลูกค้าเราได้ดียิ่งขึ้น” ซิม บีน ลอว์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ยูพีเอ็ม ราฟลาแทค ขอเชิญชวนผู้ผลิตฉลาก เจ้าของแบรนด์สินค้า ผู้จัดหาวัตถุดิบ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม มาผนึกกำลังกันเพื่อเปลี่ยนนวัตกรรมให้นำไปสู่โซลูชันชั้นเลิศและเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันธุรกิจ โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อประสบความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืน รวมถึงการจับมือเป็นพันธมิตรเป็นวงกว้างในอุตสาหกรรมของเหล่าผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ที่มุ่งมั่นในแนวทางการสร้างโลกซึ่งจะเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ปราศจากวัสดุฟอสซิลอย่างแท้จริง