“เครื่องดื่มน้ำนมข้าวสีไทยทับทิมชุมแพ”สุดยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564

นักวิจัย สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชันจากข้าวสีไทย พันธุ์ทับทิมชุม 100% เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมนำมาโชว์ใน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564” ระหว่างวันที่ 22 -26 พฤศจิกายน 2564 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิร์ด กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ข้าวสีไทย เป็นสินค้าเกษตรหลักของประเทศ โดยเฉพาะพันธุ์ทับทิมชุมแพที่มีความโดดเด่น คือ เป็นข้าวเจ้าเยื่อหุ้มสีแดง คล้ายทับทิม มีคุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญ มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระฟีนอลิกสูง และฟลาโวนอยด์ที่สูงกว่าข้าวสีไทยพันธุ์อื่น สามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ป้องกันเลือดอุดตัน และมะเร็ง อีกทั้งมีปริมาณอมิโลสต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน นับเป็น Functional Drink ที่สำคัญ

นางพวงเพ็ชร์ นิธยานนท์ นักวิจัยจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า ผู้วิจัยต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพโดยใช้ข้าวสีไทยพันธุ์ทับทิมชุมแพ โดยการบูรณาการศาสตร์ตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหาร เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดข้าวไทย โดยเฉพาะในกลุ่มข้าวสีซึ่งเป็นสินค้าเกษตรหลักของประเทศโดยคัดสรรวัตถุดิบสายพันธุ์ข้าวสีสายพันธุ์แท้ จากวิสาหกิจชุมชนแปลงนาสะอาด จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ที่มีคุณภาพและปลอดภัย สามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปีเพื่อนำมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มน้ำนมข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นเครื่องดื่มฉลากทางเลือกสุขภาพ โดยวิสาหกิจชุมชนฯมีความเข้มแข็ง พร้อมพัฒนาร่วมกับนักวิจัยเพื่อต่อยอดการผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดย้ำนมข้าวสีไทย ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยระบบพาสเจอร์ไรซ์ เก็บได้ในอุณหภูมิเย็น ได้นาน 15 วัน ปราศจากสารกันเสียและสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ ไม่เติมสี และแต่งกลิ่น

ด้าน ผศ.ดร.รวมพร เลี่ยมแก้ว จากคณะการจัดการธุรกิจอาหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า นักวิจัยตั้งใจทำผลิตภัณฑ์ออกมาในรูปแบบที่ทานง่าย ตอบโจทย์ผู้บริโภค เป็นเครื่องดื่ม Healthy beauty ที่ทำจากข้าวเต็มเมล็ด โดยขณะนี้ได้ขยายผลจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ สู่การผลิตในระดับเล็ก เพื่อเป็นแนวทางในการขยายผลการผลิตเชิงพาณิชย์ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และความสนใจจาก บริษัท วีฟู๊ด (ประเทศไทย) จำกัด ในการร่วมทุนดำเนินโครงการ พร้อมทั้งเป็นผู้ใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย เพื่อวางแผนการตลาด และยังได้รับการจดอนุสิทธิบัตรผลงานร่วมกัน