ขยายฐานรากของการศึกษา เพิ่มโอกาส สร้างการเรียนรู้ กับ ชุมชนบ้านคอกช้างพัฒนา


ชุมชนบ้านคอกช้างพัฒนา ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเป็นที่ตั้งของ ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ ไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขึ้นชื่อด้านคุณภาพการผลิตไวน์ที่โด่งดังระดับนานาชาติ  ภายใต้การบริหารงานของ กลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ โดยมี นายวาริท อยู่วิทยา รองกรรมการผู้จัดการนั้น ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและช่วยเหลือสังคมด้วยโครงการต่างๆ มากมายในพื้นที่ โดยมุ่งหวังความสำเร็จที่ชุมชนได้รับเป็นแก่นของพันธกิจในการดำเนินงาน

หนึ่งในพันธกิจด้านการพัฒนาสังคม ของกลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ ที่ให้ความสำคัญคือ ระบบการศึกษา โดยมีแนวคิดว่าการพัฒนาการศึกษาให้เด็กและเยาวชนนั้น เป็นแก่นรากฐานของการเรียนรู้ สามารถพัฒนาองค์ความรู้

ใหม่ๆ เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนและประเทศในอนาคต จึงมุ่งเน้นการสร้างและการให้โอกาสกับเด็กเล็กจนถึงเยาวชนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เกิดเป็น “โครงการพัฒนาชุมชนรอบไร่องุ่น” โดยเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา 

โรงเรียนบ้านคอกช้าง ทั้งปรับปรุงอาคารสถานศึกษา การสร้างห้องสมุดภายในบริเวณโรงเรียน โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทาง และให้สอดคล้องกับการเรียน

การสอนของเยาวชน เกิดเป็น ห้องสมุดบ้านดิน เฉลิม-ดารณี อยู่วิทยา ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2553  แต่ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปห้องสมุดได้ทรุดโทรม ทำให้เยาวชนและคนในชุมชนไม่สามารถใช้งานได้ กลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ พร้อมเข้ามา

ช่วยเหลือและปรับปรุงห้องสมุดและเพิ่มอุปกรณ์ เติมเต็มโอกาสทางการเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง และส่งมอบให้แก่โรงเรียนบ้านคอกช้างพัฒนาแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อให้ห้องสมุดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน 

ให้เด็กนักเรียน มีสถานที่อ่านหนังสือและเพิ่มพื้นที่การทำกิจกรรมการเรียนการสอนต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงเพิ่มโอกาสให้คนในชุมชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน  นอกจากนี้ยังสนับสนุนอุปกรณ์ทางการศึกษา 

ตลอดจนการมอบทุนการศึกษา เพิ่มโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ชุมชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงอีกด้วย

จากการยึดมั่นปรัชญาในการสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมอย่างต่อเนื่อง กลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ ยังสนับสนุนให้เด็กเล็กและเยาวชนโรงเรียนบ้านคอกช้างพัฒนา ได้เรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรอินทรีย์ บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

นายเศรษฐา เทพสาร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า “ทางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ มาอย่างต่อเนื่อง 11 ปี ทั้งด้านทุนการศึกษาของเด็กนักเรียน อุปกรณ์ทางการศึกษา เมล็ดพันธุ์และความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ทำให้เด็กในชุมชนมีโอกาสได้เรียนหนังสืออย่างมีความสุข ทางโรงเรียนต่อยอดโอกาสนั้น ก่อตั้งเป็นโครงการ CSR เกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้การทำการเกษตรและพึ่งพาตนเอง จากการปลูกผักสวนครัวหลากหลายชนิด การขุดบ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกบ การเลี้ยงไก่ และปลูกต้นไม้บริเวณโรงเรียน โดยเด็กนักเรียนเป็นผู้ลงมือทำเอง แบ่งพื้นที่กันรับผิดชอบ ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต สร้างความรู้ ปลูกฝังเยาวชนในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ จากการทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้เด็กๆ มีโภชนาการที่ดีจากการนำผลผลิตทางการเกษตรมาประกอบอาหารกลางวัน เช่น ผักปลอดสารพิษ ไข่ไก่ ปลา และกบ ทั้งนี้ยังสามารถสร้างรายได้ให้แก่โรงเรียน จากพืชผลทางการเกษตรที่เหลือใช้จากโครงการอาหารกลางวันของเด็กๆ อีกด้วย”  

ซึ่งโครงการนี้เป็นแบบอย่างที่ดีในการปลูกฝังให้เยาวชนในพื้นที่ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ แก้ไขปัญหาในระดับรากหญ้า สามารถสร้างอาชีพเสริมให้กับเด็กนักเรียน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

กว่า 1 ทศวรรษ แห่งการพัฒนา กลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ ได้สร้างพื้นที่เหมืองทองแห่งความเจริญ ให้กับชุมชนบ้านคอกช้างพัฒนา ทั้งการเนรมิตไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ ให้มีผลิตภัณฑ์ไวน์ที่มีคุณภาพการันตีด้วยรางวัลต่างๆ ระดับโลกกว่า 320 รางวัล  มุ่งสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่มีอาชีพ ด้วยการสนับสนุนให้คนในชุมชนมาทำงานที่ไร่ อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และลดจำนวนช้างบนท้องถนนในเมือง กับโครงการ “บ้านคอกช้าง เอเลเฟนท์ แซงชัวรี” โดยมีผู้เชี่ยวชาญในการดูแลช้างและช่วยดูแลการออกแบบพื้นที่คอกขนาดใหญ่ เพื่อให้เป็นบ้านของช้างตามธรรมชาติที่มีความความปลอดภัยต่อช้างและผู้มาเยือน  การริเริ่ม “โครงการพัฒนาโพรงรังเทียมของนกเงือกจากถังไวน์เก่า” เพื่อการอนุรักษ์นกเงือก อนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งโครงการนี้ประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์นกเงือกในประเทศไทย และสร้างสมดุลแก่ผืนป่าทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการที่ทาง กลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ ได้ดำเนินการภายใต้พื้นที่บ้านคอกช้างพัฒนา 

นายวาริท อยู่วิทยา รองกรรมการผู้จัดการกล่าวว่า “ภายใต้แนวคิดและความเชื่อที่ว่า สังคมที่ดีต้องมาจากรากฐานที่ดี เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมด้วยโครงการต่างๆมากมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น  เรารับฟังปัญหาและร่วมสนับสนุนทั้งทุนทรัพย์ สิ่งของ และเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

การต่อยอดโครงการพัฒนาชุมชนรอบไร่องุ่น เป็นอีกหนึ่งโครงการในพื้นที่บ้านคอกช้างพัฒนา ที่ขยายโอกาสทางการศึกษา และการพึ่งพาตนเอง เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับเด็กและคนชุมชน ได้เรียนรู้ได้ฝึกฝนการพึ่งพาตนเองอย่างถูกวิธี และขยายโอกาสสู่ผู้ปกครองเพื่อนำไปพัฒนาเป็นอาชีพ บนพื้นฐานการพึ่งพาตนเองตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาความยากจน โดยเรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งให้เยาวชนและคนในชุมชนได้ความรู้จากการทำเกษตรอินทรีย์และนำไปต่อยอดสร้างอาชีพเสริมให้กับครอบครัว พร้อมกับปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์และเห็นความสำคัญของการดำรงอยู่ของระบบนิเวศในพื้นที่อาศัย การปลูกต้นไม้ การอนุรักษ์พันธุ์ไม้และสัตว์หายาก เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเป็นแนวคิดที่ดีที่จะถูกสืบทอดโดยคนรุ่นหลังสืบต่อไป”

Siamrathnews.com

Read Previous

หน้าฝนไม่ต้องทนเหงาชม 5 หนังดังดูเพลินที่ทรูโฟร์ยู ช่อง 24

Read Next

กิจกรรม “แฟนหน้าจอรอลุ้น” ฟีดแบคดีเวอร์ “เอก-นนทกฤช” ย้ำเดือน มิ.ย.จัดหนักกว่าเดิม

Loading...