“วันเดอร์เฟรม” เปิดใจเพราะอะไรถึงต้องออกจากโรงเรียน รับบูลลี่ปัญหาใหญ่

แม้ไม่ตั้งใจแต่อาจทำร้ายผู้อื่นไปทั้งชีวิต!!

รายการ THE SOUND OF HAPPINESS ฟังเล่า = ความสุข วาไรตี้ทอล์คและพอดแคสต์เรื่องราวสุขภาพจิตที่สนุกและเข้าใจง่าย สัปดาห์นี้จะพาไปพบกับเรื่องราวของสาวน้อยมหัศจรรย์ที่กว่าจะประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับและรู้จักกันในนามของ วันเดอร์เฟรม หรือ เฟรม – ศุภัคชญา สุขใบเย็น  เธอต้องฝ่าฟัน ผ่านการล้มและลุกมานับครั้งไม่ถ้วน และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อชื่อเสียงมาพร้อม ๆ กับดราม่าสุดหนักอึ้ง เธอก้าวข้ามผ่านวิกฤตเหล่านั้นและทำตามฝันสำเร็จได้อย่างไร ติดตามเรื่องราวของเธอได้ในรายการ THE SOUND OF HAPPINESS ฟัง เล่า = ความสุข ในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2563 เวลา 19.30 น.ที่ JOOX เท่านั้น

วันเดอร์เฟรม เผยว่า “ตั้งแต่เด็กเฟรมเจอปัญหาการถูกบูลลี่มาตลอด อย่างตอนประถมเราเป็นเด็กอ้วนมาก ทำให้เล่นกับเพื่อนไม่ได้ จึงไม่มีเพื่อนเลย โดนล้อด้วย บ่อยครั้งที่แอบไปร้องไห้ จึงตัดสินใจลดน้ำหนัก ด้วยการทานแต่โยเกิร์ตอย่างเดียวทั้งวัน ทำให้นิสัยการทานอาหารของเราเปลี่ยนไปเลย กลายเป็นคนไม่มีความสุขกับการทานอาหารอีกต่อไป เพราะทานอะไรก็กลัวจะอ้วนไปหมด พอขึ้นชั้นมัธยม ก็เจอปัญหาการถูกเพื่อนแบน ด้วยความที่เรามีพี่ชาย ทำให้เราชอบเล่นแต่กับเพื่อนผู้ชาย มากกว่าการไปอยู่กับเพื่อนผู้หญิง ตอนนั้นเลยเป็นเป้าโดนบูลลี่ค่อนข้างเยอะ มีเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในโรงเรียน เขาสั่งไม่ให้เพื่อนคนอื่นมาคุยกับเรา เครียดมากเครียดจนไม่อยากไปโรงเรียน จำได้ว่าคุณแม่ขับรถไปส่ง พอรถจอดหน้าประตูโรงเรียน น้ำตาไหลเลย คือเราไม่อยากเข้าไป หนักที่สุดคือตอนม.4 ตอนนั้นทะเลาะอะไรกันจำไม่ได้ รู้แต่ว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ถึงขนาดทำให้เราตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเลย คิดว่าอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็พยายามมาคุย ช่วยกันหาทางออกแต่สุดท้ายเหมือนเขาเห็นมาตลอดมาเราต้องเจออะไรมาบ้าง เลยยอมให้ออกมา ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่                          คือมีเพื่อนรุ่นพี่ที่โรงเรียนอยู่ 2-3 คนที่เข้าใจและโอเคกับเรา ยังคงคอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ คอยให้คำปรึกษาเป็นผู้รับฟังให้เราได้ระบาย ณ วันนั้นเขาอาจจะไม่ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้เรา แต่การที่เขาคอยรับฟังและอยู่ข้าง ๆ                  แค่นั้นก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก ๆ แล้ว เฟรมอยากจะบอกว่า การที่เราบูลลี่คนอื่นไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม                     

สิ่งเหล่านั้นมันไม่ใช่แค่เราปฎิบัติกับเขาแล้วมันจะหายไป เขาจะลืม แต่คำพูดหรือการกระทำของการบูลลี่นั้น มันอาจฝังใจผู้ถูกกระทำและเป็นปมในใจเขาไปตลอดชีวิต ไม่ควรมีใครสักคนที่ควรถูกบูลลี่ แต่การอยู่ร่วมกันในสังคมแบบเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันมากกว่า ที่จะทำให้เรามีความสุขได้ เราไม่ควรมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น”

Siamrathnews.com

Read Previous

“ติ๊ก บิ๊กบราเธอร” ออกงานครั้งแรก บวงสรวง หนัง “มั่งมีศรีศพ”

Read Next

“คิง เพาเวอร์ ฯ” ชวน “แดน วรเวช” ร่วมแจกฟุตบอลสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับน้อง ๆ ที่บ้านเกิด สุพรรณบุรี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading...