กว่าจะมีวันนี้ “ครูเทียม” เผย เคยเป็นกรรมกร พร้อมเคลียร์ประเด็น เจอลูกศิษย์ดังแล้วลืม!


ถือเป็นครูสอนเต้นตัวท็อประดับประเทศ สำหรับ ครูเทียม ชุติเดช ทองอยู่ แต่กว่าจะมีวันนี้ ชีวิตในวัยเด็กของเขามีความยากลำบากไม่น้อย จากลูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต้องไปอยู่บ้านนอก ทำนา เป็นกรรมกรทำงานก่อสร้าง อีกทั้งยังถูกลูกศิษย์ศิลปินเนรคุณ ดังแล้วลืมตัว โดยล่าสุด (30 มกราคม 2563) ครูเทียม ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ ใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร เล่าถึงเส้นทางชีวิตและประเด็นที่หลายคนสงสัย

           โดย ครูเทียม เล่าว่า ชีวิตก่อนเข้าวงการเคยลำบากมาก่อน เคยทำนา คือก่อนหน้านี้เป็นลูกคหบดี มีรถขับ แต่หลังจากคุณพ่อเสีย เราเป็นลูกเมียน้อย แม่หอบลูก 6 คน มาอยู่บ้านนอก ต้องมาขี่หลังควาย ชีวิตลำบาก จากคุณพ่อเคยพาไปแจกของเด็กยากไร้ เราต้องกลายเป็นคนไปนั่งรับแจก

           พออายุ 12-13 เริ่มคิดว่าลำบาก กางเกงปะแล้วปะอีก รองเท้าไปโรงเรียนแทบไม่มี ตอนอยู่ ม.1-2 ต้องนั่งรถเกือบ 20 กม. ไปเรียน เริ่มอดยาก พอปิดเทอมต้องเข้ากรุงเทพฯ มาทำงานก่อสร้าง ตอนนั้นอายุ 14 มันเหนื่อยมาก แต่เหนื่อยด้วยความสนุก คนจนทำทุกอย่าง

           ตอนนั้นมีวงดนตรีลูกทุ่งเกิดขึ้นมากมาย เราก็เลยไปดู เห็นเขาเปิดรับสมัคร เพราะเคยรำมาก่อน แต่เขาไม่รับ เพราะเราสมัครเป็นนักร้อง เราสมัครหลายวงแต่ไม่ได้ จนถึงวงสุดท้าย ศรเพชร ศรสุพรรณ เราเลยบอกทำอะไรก็ได้ เขาให้เป็นคอนวอย ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าคืออะไร จนได้รู้ว่าคือการแบกหามของทุกอย่าง น้ำตาจะเล็ด แต่ด้วยความจนก็ไม่ถอยหลัง ยอมทำทุกอย่าง จนเห็นหางเครื่องเต้น เราก็ว่าเราทำได้ เต้นตาม พี่ที่สอนเต้นเขาก็เห็น จนมีโอกาสทอง คนขาด เขาก็ถามว่าไหวไหม จนได้เต้นคู่กับเมียศรเพชร ศรสุพรรณ

– ตอนที่เขาเรียกเราไปต้องซ้อมก่อนไหม ?

          ครูเทียม : ไม่ต้องเลย จับขึ้นได้เลย แล้วสมัยก่อนมีโอกาสทองฉันต้องทำ ฉันต้องอิน เข้าคู่ จนกลับมา พี่ตุ่ม เมียศรเพชร ศรสุพรรณ ลงมาทะเลาะกัน เพราะคิดว่ากิ๊กกัน

– แล้วเราทำยังไง ตอนที่เขาหาว่าเราไปกิ๊กกับเมียเจ้าของวง ?

          ครูเทียม : เราพูดอะไรไม่ได้ไง กลัวเขาอย่างเดียว

– ตอนนั้นเขามองเราไม่ออกเหรอ ?

     ครูเทียม : ตอนนั้นแมน ๆ นะคุณ ไม่คิดเรื่องนี้เลย ไม่ชอบเลย สมัยก่อนเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นยากมาก มันน้อยมาก

– ครูเทียมมารู้ตัวเองตอนไหน ?

          ครูเทียม : ค้นพบตอนที่เราเป็นครูสอนเต้นที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงแล้ว แล้วปรากฏเราต้องอยู่กับผู้หญิงทั้งหมด แต่ถ้าเราเป็นแมนเราทำไม่ได้เลย นั่นลูกมีพ่อมีแม่ แตะเนื้อต้องตัวมันบาปมาก มันไปพลิกผันตอนอยู่เชียงใหม่ เราเป็นครูสอนเต้นครั้งแรก หลังจากเราอยู่ตรงนี้ ทำวงดนตรีลูกทุ่งหลายวงมาก พอวงที่สาม เริ่มถูกไว้วางใจให้เป็นผู้ช่วยครูสอนเต้น เริ่มดีขึ้น เชื่อไหมความที่เราเป็นคนขยันมาก อยู่วงดนตรี ต้องซักเสื้อผ้า เราไม่มีหน้าที่แต่เราช่วยทุกอย่าง ทำทุกอย่างจนครูสอนเต้นตั้งให้เป็นผู้ช่วย หลังจากนั้นก็กระเถิบตัวเอง แล้วครูของเรา ชื่อครูดอกรัก ไปสอนเชียงใหม่ แล้วพาเราไปด้วยเป็นผู้ช่วย พอไปถึงเชียงใหม่ ครูรับเงินเสร็จต้องรีบกลับกรุงเทพฯ ด่วน แล้วทิ้งเราให้ดูวงดนตรีลูกทุ่ง เราก็เป็นครูสอนเต้น คุมงานทั้งหมด มันก็ต้องถูกเนื้อต้องตัว แล้วคนเหนือเขาถือ เราแมนไม่ได้ เราก็รู้สึกว่าต้องมาทางนี้ไหม เราได้อาชีพ เพราะถ้าแมน ๆ ทำอาชีพนี้ไม่ได้เลย แต่จริง ๆ ครูสอนเต้นมีแมน ๆ เยอะมาก แต่ถ้าจะเอนจอยงานโชว์ต้องมาแบบนี้ไหม เราก็เลยทดลองเดินทางอีกสายหนึ่ง

– หลังจากที่เราปลดล็อกมันเป็นยังไง ?

          ครูเทียม : มันก็อยู่ในชั้นเชิงของเรา เป็นแบบนี้ ถึงได้เป็นครูเทียม เดินให้คนไหว้ได้อย่างสนิทใจ

– ครูเทียมมีความภาคภูมิใจแบบสูงสุดเลยใช่ไหมที่ได้ร่วมงานกับแม่ผึ้ง ?

          ครูเทียม : ช่วงทำงานกับ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ใช่ไหมครับ จากเรามีชื่อเสียงที่หอมฟุ้งอยู่แล้ว แล้วมีคนที่แนะนำและชักจูงให้ไปหากัน เมื่อก่อนมันไม่มีมือถือ มันมีโทรศัพท์บ้าน เขาบอกเดี๋ยวคอยรับสายนะ เดี๋ยวคุณพุ่มพวงจะโทร. มา 10 ชม. ก็ได้ทำงานด้วยกัน 1 ปีเต็ม ๆ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

– ครูเทียมเป็นคนทำโชว์ให้กับแม่ผึ้งเป็นคนสุดท้าย ความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง ?

          ครูเทียม : เสียเขาไปเราเฟลหมดเลย เราเป็นคนที่ดรอปในชีวิตการทำวงดนตรีเลย คือหมดพุ่มพวงไม่ทำใครแล้ว เรารู้สึกว่าฮอตสุดแล้ว

– ครูเทียมอยู่ในวงการมานาน มีนักร้องเข้ามาหาแล้วขอให้พาเข้าวงการไหม ?

          ครูเทียม : เยอะมาก เราเคยทำบริษัทเพลงด้วย ทุกวันนี้ยังทำอยู่ แต่ตอนแรกมีคนจ้างขึ้นบริหารบริษัทแล้วบริษัทล้ม เราเลยอุ้มนักร้องต่อมา อันนี้รุ่นที่เราทำ แต่รุ่นก่อนนั้นที่เราไปร่วมจอยกับทุกคน แล้วร่วมสร้างกับทุกคนให้โด่งดัง ถึงวันหนึ่งที่เขาพีคขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องเป็นคนอื่น

– เป็นคนอื่นในที่นี้คือยังไง ?

          ครูเทียม : มันก็ต้องเดินจากกัน บางทีนักร้องทำคู่เรามาแล้วโดนจนเปรี้ยงนี่หลายคนมากนะ แต่ถึงจุดพีคน้องก็เปลี่ยน ความรู้สึกของทุกคนเปลี่ยนได้ในช่วงของพีค ก็จะมีคนนู้นคนนี้เข้ามา เราก็เป็นส่วนเกินที่ต้องเดินจากไป

– แล้วมีน้อยใจบ้างไหม ?
 

          ครูเทียม : คุณเชื่อไหมว่าเส้นทางนั้น ขับรถ 5 ชม. ถึงกรุงเทพฯ เราขับเกือบ 5 วัน ไปตรงไหน นั่งไปก็น้ำตาไหลไป คือเหมือนเราทำทุกอย่าง เราเทด้วยหัวใจ แต่เมื่อใจไม่แลกใจเราเป็นคนที่เดินต่อออกมา มันค่อนข้างเจ็บ เจ็บแบบนั้นเจ็บยิ่งกว่าผัวเมียเลิกกัน
 

– เคยเจอถึงขั้นที่จะใช้คำว่าเนรคุณได้ไหม ?
 

          ครูเทียม : คำนี้แรง ถ้าเป็นครู มันมีกตัญญูกับอกตัญญู คำว่ากตัญญูกับเด็กรุ่นใหม่มันหายากมาก คำว่าไม่กตัญญูมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เขาบอกว่าผู้สร้างต้องอยู่คู่กับน้ำตา ครูเทียมก็โดนแบบนั้นตลอดเวลา ถามว่าร้องไห้ไหม หมดน้ำตา คนเป็นครูเขาจะไปทางไหนก็ช่าง แต่ ณ วันหนึ่ง เขาจะกลับมาหาเราเหมือนเดิม ณ วันหนึ่งที่เขาดาวน์ลงมา ทุกคนถือกระเช้ามากราบทุกคน
 

           ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง One31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube Channel : Orange Mama

Siamrathnews.com

Read Previous

ไขเคล็ดลับ! เจ็ง ภรรยา พีท ทองเจือ ตอบคำถาม ทำอย่างไรถึงหุ่นเป๊ะได้ขนาดนี้?

Read Next

อินเนอร์จัดเต็ม! อั้ม พัชราภา สวยฟาดขึ้นปกนิตยสารดัง

Loading...