How to : วิธีเลือกบริการทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google

ปัจจุบันการทำ SEO ยังคงมีความสำคัญต่อผู้ที่ต้องการทำตลาดออนไลน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะเป็นอะไร ถ้าต้องการขึ้นไปติดอยู่บนหน้า 1 ของ Google เพื่อช่วงชิงการมองเห็นเป็นอันดับต้นๆ ที่จะส่งผลดีต่อทุกธุรกิจออนไลน์ก็ย่อมต้องทำ SEO ดังนั้นการเลือกใช้บริการ seo จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เหล่าผู้ประกอบการต้องมองหาคนทำที่มีความชำนาญมาช่วยเหลือ ซึ่งบนโลกออนไลน์นั้นมีผู้คนและกลุ่มบริษัทที่สามารถให้บริการ seo เพื่อดันเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ต่างๆ ของคุณขึ้นไปสู่อันดับ 1 ของ Google ได้อย่างมั่นคง เพียงแต่คนที่รู้จริงและสามารถทำได้ตามที่โฆษณาไว้นั้นมีไม่มาก จึงทำให้เกิดปัญหา SEO ไปไม่ถึงฝัน, ติดอันดับช้ากว่ากำหนดไปมาก หรือบางรายอาจจะชิ่งเงินหนีหายแบบไม่มีการทำใดๆ ให้เลย ดังนั้นลองมาดู How to : วิธีเลือกบริการทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google ที่คุณไม่ต้องมานั่งปวดใจในภายหลัง

1.เริ่มต้นด้วยการเลือกบริษัท

            ผู้ให้บริการ seo ที่ดีจะต้องมีการจดทะเบียนบริษัทและได้รับอนุญาตให้ทำ seo อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายในบริษัทต้องมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่มีความรับผิดชอบด้านการวิเคราะห์ seo โดยตรง ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์หรือมีความเชี่ยวชาญในด้านการทำ seo ตรงจุดนี้คุณสามารถขอดูหลักฐานที่เป็นเอกสารหรือใบประกาศต่างๆ ของทางบริษัทได้ เพราะการที่จะได้รับเลือกให้ทำ seo อย่างถูกต้องจะต้องมีการอบรมและการสอบอย่างเป็นระบบ ดังนั้นบริษัทผู้ ให้บริการ seoที่ดีจะต้องมีหลักฐานตัวจริงที่สามารถยืนยันกับลูกค้าได้ นอกจากนี้ยังควรมีคำนิยมของผู้ที่เคยใช้บริการจริงมาเป็นเครื่องยืนยันเพื่อให้ผู้จ้างมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

2.ขั้นตอนการทำต้องเป็นระบบ

            ก่อนที่คุณจะเลือกใช้บริการ seo ขอให้คุณได้พูดคุยกับผู้ที่เป็นคนลงมือทำดูก่อน เพื่อเป็นการดูว่าผู้ทำนั้นสามารถพูดคุยแล้วเข้าใจต่อความต้องการของผู้จ้างหรือไม่ พร้อมไปด้วยการดูว่าสามารถอธิบายขั้นตอนการทำ seo และการวางแผนต่างๆ ถูกต้องและตรงไปตรงมาหรือไม่ ที่สำคัญคือการพูดคุยถึงขั้นตอนการดำเนินงาน ถ้าผู้ให้บริการ seoสามารถอธิบายออกมาเป็นขั้นตอนที่ถูกต้อง มีการวิเคราะห์ มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ถูกต้อง มีการอธิบายการเริ่มต้นของการ optimize เว็บไซต์ และเรื่องของระยะเวลาในการดำเนินงานที่สมเหตุสมผล ไม่เร็วหรือช้าจนเกินไป เพียงเท่านี้คุณก็จะรู้ว่าผู้ให้บริการ seoที่คุณกำลังคุยอยู่ด้วยนี้น่าเชื่อถือหรือไม่

3.การทำ SEO แบบปลอดภัย

            อีกหนึ่งเรื่องที่คุณต้องให้ความสำคัญ คือ การให้บริการ seoของบริษัทนั้นๆ จะต้องเลือกใช้วิธีที่ปลอดภัย การทำ Backlink ต้องทำอย่างถูกต้องและมีคุณค่าที่สุด แต่ผู้ให้บริการ seo บางรายทำ Backlink ด้วยการสแปม, ใช้คีย์กับใส่ลิงก์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และนำไปโพสไว้ในเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน รวมไปถึงการปั๊มกระทู้และการสแปมคอมเมนต์ การทำ Backlink ในลักษณะนี้จะทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติ จนทำให้ Google อาจแบนเว็บไซต์ของผู้จ้างได้ ทั้งยังทำให้คนบนโลกออนไลน์ด้วยกันรู้สึกรำคาญ เกิดเป็นการจดจำที่ไม่ดีในอนาคต และอาจจะพาลไปรายงานเพจหรือเว็บไซต์ได้ ดังนั้นคุณจึงควรหันมาทำ Backlink แบบมีคุณภาพ เป็นธรรมชาติ เลือกลิงก์และคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกัน เพียงเท่านี้เว็บไซต์ของคุณก็จะติดอันดับต้นๆ ของ Google ได้อย่างยั่งยืนและไม่โดนใครรายงานให้ต้องกังวลอย่างแน่นอน

4.การันตีด้วยผลงานจริง

            ผู้ให้บริการ seoที่มีความน่าเชื่อถือจะต้องมีผลงานจริงจากลูกค้าที่เคยทำกันมาก่อน และควรมีการรับรองผลงานที่มีมากกว่าการพาเว็บไซต์ของคุณขึ้นไปติดอันดับต้นๆ ของ Google แต่มีคนการันตีผลงานในเรื่องของการกระตุ้นยอดขาย,  การกระตุ้นคนเข้าสู่เว็บไซต์ หรือการทำให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพ จนสามารถดึงดูดคนเข้ามาได้ด้วยตัวเองมากขึ้น บริการเหล่านี้ถือเป็นบริการที่พ่วงมากับบริการ seo และเป็นการพิสูจน์ให้ผู้จ้างรู้ว่าบริษัทนี้เจ๋งแค่ไหน

5.มีสัญญาให้เซ็นชัดเจน       

            การว่าจ้างทุกรูปแบบควรมีการทำสัญญากันอย่างชัดเจน แม้แต่การให้บริการ seo ควรมีการทำสัญญาระหว่างผู้จ้างและผู้ทำอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน โดยในสัญญาควรระบุให้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำ seo อย่างเป็นธรรมชาติ, การทำ seo ที่ไม่สแปม keywords รวมไปถึงการระบุเวลาที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปติดอันดับหน้าแรกของ Google  นอกจากนี้ตัวผู้จ้างเองควรมีการตรวจสอบประวัติของทางบริษัทที่คุณกำลังว่าจ้างในเรื่องประวัติการโกง, ประวัติการมีปัญหากับลูกค้า หรือประวัติต่างๆ ที่จะทำให้คุณมั่นใจต่อการเข้าใช้บริการ seo มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือเรื่องการจ่ายเงินค่าบริการต่างๆ ควรเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล ถ้าต้องมีการจ่ายล่วงหน้าหรือค่ามัดจำใดๆ ควรมีการระบุภายในสัญญาให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง

6.สามารถยกเลิกจ้างได้ในกรณีพิเศษ

            ถ้าต้องการแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจของผู้ให้บริการ seo ภายในสัญญาควรมีการระบุว่าผู้จ้างสามารถยกเลิกการจ้างได้ถ้า การว่าจ้างไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ เช่น ถ้ามีการรับประกันว่าเว็บไซต์ของคุณจะติดอันดับ 1 หรือหน้าแรกของ Google ภายใน 6 เดือน และถ้าไม่เป็นไปตามนั้นหรือเกินไปถึง 7, 8 และ 10 เดือน ลูกค้ามีสิทธิ์ตัดสินใจที่จะยกเลิกการว่าจ้างทันที  รวมไปถึงข้อเสนอพิเศษต่างๆ ที่จะทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าบริษัทจะสามารถทำตามที่พูดไว้ได้ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยการันตีผลงานและทำให้ผู้ว่าจ้างตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น

ถ้าคุณต้องการเลือกผู้ให้บริการ seo ที่มีคุณภาพ สามารถพาเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ของคุณขึ้นไปติดหน้าแรก Google ได้ตามที่ต้องการ คุณควรนำทั้ง 6 ข้อนี้มาเป็นตัวช่วยพิจารณา ที่สำคัญคือเรื่องของราคาการให้บริการ seoจะต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล ไม่สูงมากจนเกินไป และราคาก็ต้องไม่ถูกมากจนน่าใจหาย เมื่อเริ่มงานกันแล้วสิ่งที่สำคัญคือการอัพเดทข้อมูลและเรื่องราวต่างๆ ของการทำ seo อยู่เสมอ เพื่อทำให้ผู้ว่าจ้างรู้สึกมั่นใจและพึงพอใจมากที่สุด โดยคุณสามารถติดตามข่าวสารบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์อย่างมืออาชีพ เพิ่มเติมได้ที่ www.minimicegroup.com และ www.facebook.com/minimicegroup/

Siamrathnews.com

Read Previous

“แพท” ปรี๊ดแตก! ลุยตบ “นุ่น” ใน “เกมรักเอาคืน”

Read Next

แพท แจงแล้ว! เหตุวันพ่อ ทำไมไร้ภาพคู่ เบนซ์ กับ ลูกชาย!?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading...