สรุปดราม่ามหากาฬย์ “กลับไปเก่งที่นครปฐม” จาก ภาพยนตร์เรื่อง “The Cave นางนอน”

เข้าฉายได้ไม่กี่วันมีกระแสดราม่าออกมาซะแล้ว สำหรับ The Cave นางนอน ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของภารกิจช่วยทีมหมูป่า ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงนางนอน ว่ามีเนื้อหาบางช่วงเสียดสีระบบราชการไทย ในฉากที่ไล่ทีมกลับไปเก่งที่นครปฐม ทำเอาเกิดเสียงวิจารณ์ในวงกว้าง หลังจากนั้นก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็น แสดงตัวว่าอยู่ในเหตุการณ์ และเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องจริง!

ทั้งนี้ อาจารย์ อดิสรณ์ ศิรินันทพร ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องone31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ท็อป ดารณีนุช เป็นพิธีกร

อาจารย์เล่นเองเลยใช่ไหม สำหรับฉากนั้น?
“จริงๆ อยากอยู่เงียบๆ แต่ด้วยความที่ผู้กำกับเขาพยายามหาข้อมูล แล้วปรากฏว่ามีอยู่ทีมนึงที่น่าสนใจก็เลยเชิญผู้ใหญ่ จริงๆ เชิญผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของเรื่องมาเล่น แล้วปรากฏว่าพอมีผู้ใหญ่ก็ต้องมีผมด้วย”

แสดงว่าคาแร็กเตอร์ในหนังกับเรื่องจริงเหมือนกันเป๊ะเลย?
“คือไม่ต้องท่องบท ไม่มีบท”

ย้อนกลับไปตอนที่ 13 หมูป่าติดอยู่ในถ้ำ ตอนนั้นอาจารย์ทำอะไรอยู่?
“จริงๆ ผมเป็นเหมือนประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสาร แล้วก็ลุ้นทุกวัน มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วเราเป็นหนึ่งในนั้นที่จะช่วย แต่โชคดีที่ผมเป็นวิทยากรอิสระ ทำให้รู้จักคนเยอะ มีข้อมูล ระหว่างที่เด็กติดวัน สองวัน สามวัน มันจะมีการประกาศในเรื่องของระดับน้ำทุกวัน ฉะนั้นทำให้ผมรู้ว่าใครที่จะสามารถลดระดับน้ำลงเพื่อช่วยเด็กได้ไวขึ้น”

“แต่ผมขออนุญาต ตอนนี้ดราม่าเยอะ ทุกคนสับสนพอบอกว่าท่อพญานาค ทุกคนจะไปนึกถึง ท่อซิ่งพญานาค นครปฐม ต้องบอกก่อนว่าผมคนละทีม ผมเป็นคนนครปฐม ผมพาเครื่องเทอร์โบเจ็ตของเพชรบุรีไปช่วย”

“แล้วพอทราบข่าวผมก็โทร.ไปหาผู้ใหญ่ท่านหนึ่งอยู่ที่เชียงราย บอกว่าผมมีท่อลักษณะอย่างนี้นะ การสูบน้ำเป็นแบบนี้นะ เพราะว่าเราเห็นในข่าวว่าน้ำออกมานิดเดียว เรารู้เพราะอยู่กับน้ำมาตลอดชีวิต ผมดูแล้วยังไงไม่ทันแน่นอน”

“เลยปรึกษาท่านว่าผมมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เพชรบุรี เขาเป็นเจ้าของเครื่องสูบน้ำเทอร์โบเจ็ต เพราะในถ้ำข้อจัดกัดคือห้ามใช้เครื่องยนตร์ต้องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น เพราะเครื่องยนตร์มันมีควัน ในประเทศไทยมันมีไม่กี่เครื่อง ผมก็เลยมองว่าเครื่องนี้แหละที่จะไปช่วยได้ เลยคิดว่าทำยังไงล่ะ เลยประสานไปยังหน่วยงานราชการ เราขอรับอนุมัติ”

ในการขอ เราโทร.ขอหรือทำหนังสือ?
“ณ ตอนนั้นมันไม่มีเวลามาทำหนังสือ มันเป็นการบอกกล่าวกับผู้ใหญ่ที่ผมรู้จักว่าท่านครับผมมีความรู้เรื่องนี้ ผมจะนำเครื่องนี้ไปช่วย ท่านบอกมาเลย มาช่วย อันนี้เป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ไม่ใช่ท่านที่เป็นประเด็นอยู่นะครับ พอเสร็จแล้วเราก็เดินทางไปที่นั้น ปรากฏว่าเรามีปัญหาหลายๆ เรื่อง”

แล้วเครื่องที่เราเอาไปมันต่างจากเครื่องที่เขามีอยู่ที่นู่นยังไง?
“คือตอนนี้มันเป็นดราม่าเรื่องนี้ด้วย ในหนังมันบอกว่าเครื่องที่มีอยู่ไม่มีประสิทธิภาพ คนที่เขาสูบมาก่อนหน้าพวกผม เขาก็มองว่าเครื่องผมได้ไง มันกลายเป็นแบบนั้นไปอีก คืออย่างนี้ พอผมเข้าไปดูที่หน้างานผมปรากฏว่าเครื่องที่ใช้อยู่มันมีสายที่ยาวลากไปหน้าถ้ำอีกหลายร้อยเมตร การส่งน้ำมันก็เอื่อยไปเรื่อยๆ แล้วระหว่างเดียวกันสายพวกนั้นมันก็ไปบังทางน้ำอีก”

“ผมก็อธิบายว่าเครื่องคุณไม่ใช่ไม่ดี แต่ว่าแค่ประสิทธิภาพการทำงานมันไม่เต็มที่ ผมก็เลยเอาเรื่องนี้ไปคุยกับผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงนั้น ผมไม่ได้ว่าระบบราชการ ผมว่าคนที่เป็นราชการ คนที่ใส่ชุดราชอยู่ตรงนั้น แต่ผมไม่บอกว่าใคร เอาเป็นว่าผมคุยกับเขา ไม่ใช่ว่าขอลงเลย มีการบอกรายละเอียดว่าเครื่องผมเนี่ย 1 ชม.สูบได้กี่คิว เรามีหลักวิชาการในการอธิบาย”

แล้วทำไมมันถึงเกิดซีนในหนังขึ้น ว่าถ้าคุณเก่งกลับไปเก่งที่นครปฐม?
“ผมมาถึงวันที่ 28 เด็กติดได้ 5 วัน เพราะเด็กติดตั้งแต่ 23 พอมาถึงหน้าถ้ำพร้อมกับเครื่องที่เอามาแล้ว 3 เครื่อง จริงๆ มีทั้งหมด 13 เครื่อง แต่อีก 10 เครื่องอยู่ที่ลพบุรี ต้องบอกก่อนว่าเครื่องนี้อยู่ๆ จะขอเลยไม่ได้ ต้องมีการผลิต ต้องมีการสั่ง”

ในหนังนี่คือนายทหารใช่ไหมที่มาบอกว่ากลับไปเก่งนครปฐม คำนี้เกิดขึ้นจริงไหม?
ผมเล่นเรื่องจริง ผมจะเอาเรื่องเฟกมาเล่นได้ไง (แต่คนที่พูดไม่ใช่นายทหารคนนั้น) ไม่ใช่แน่นอนครับ ผู้กำกับเขาค่อนข้างซอฟต์มากที่เอาคนอื่นมาแทน จริงๆ ทำไมไม่เอาคนที่เหมือนมากๆ ไปเล่นเลย แต่เขาก็คงมีเหตุผลของเขา แต่ผมกำลังจะบอกในเรื่องของชีวิตจริงที่เกิดปัญหา ณ ตอนนั้น เราคุยตั้งแต่วันที่ 28 ก็ไม่ให้ลง 29 ก็ไม่ให้ลง 30 ก็ไม่”

เขาให้เหตุผลคุณไหม?
“เขาไม่เชิงว่าจะให้เหตุผลอะไร ผมต้องบอกก่อนว่าหน้าถ้ำนักวิชาการเยอะมาก ฉะนั้นเวลาคุยอะไรต้องคุยเป็นวิชาการ ไม่ว่าจะขอเครื่องลง หลักการเหตุผลเยอะแยะมากมาย ได้เหตุผลว่าเครื่องมันก็มีอยู่แล้ว เครื่องสูบก็กำลังทำงาน คุณจะเอาเครื่องคุณไปแทรกได้ยังไง นู่น นี่ นั่น ผมก็บอกว่าเหมือนในหนังเลย ผมบอกว่าเครื่องที่มีอยู่มันไม่มีประสิทธิภาพ”

แต่ตอนนั้นในชีวิตจริงผู้ใหญ่ท่านนี้บอกเลยว่าให้กลับไปนครปฐม พอได้ยินประโยคนี้เรารู้สึกยังไง?
“เสียใจมากๆ กับสิ่งที่ได้ยินจากคนที่เราคิดว่าน่าจะตัดสินใจในการเอาเครื่องของเราลงไปได้ พอผมอธิบาย เขาบอกผมว่าหลักการคุณเก่งมากเลย คุณเก่งอย่างนี้ คุณกลับไปเก่งที่นครปฐม โห…มันเจ็บ แต่ต้องบอกก่อนว่าคำว่านครปฐมนี่ บอกเขาว่าผมมาจากนครปฐม แต่ผมเอาเครื่องสูบน้ำมาจากเพชรบุรีมาช่วย”

ข้อมูลที่คุณรู้แล้วผู้ใหญ่ท่านนั้นไม่รู้เหรอ?
“เขารู้ไงครับ แต่พอได้ยินประโยคนั้นผมก็กลับมาคุยกับผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของเครื่อง พอผมพูดปุ๊บน้ำตาแกไหล แกเสียใจ”

ถอดใจกลับไปแล้ว ไปถึงไหน ทำไมถึงกลับมา?
“เดินทางกลับถึงแพร่ ระหว่างแพร่ผมโทร.ไปตามผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าของเครื่องสูบ เป็นร้อยสายไม่รับ คือผมยังอยู่หน้าถ้ำ แต่โชคดี ผมก็กำลังจะกลับเหมือนกัน แต่ด้วยความที่รถผมเป็นเหมือนรถเจ้าหน้าที่ เพราะผมมีบัตรห้อย เหมือนจะเข้าไปเก็บของ แล้วระหว่างที่เข้าไปเก็บของไปเจอญาติของน้องๆ แต่ไม่รู้ว่ามีความเชื่อหรือเปล่า”

“ผมยกมือไหว้ที่หน้าถ้ำ บอกว่าผมกลับแล้วนะ ผมท้อใจแล้ว เผอิญผมต้องเข้าไปเก็บของข้างใน ต้องบอกก่อนว่าเขาไม่ให้รถใครเข้าเลย ผมเห็นคนกลุ่มหนึ่งถือหัวหมู ถือผลไม้มา ผมก็ถามว่าไปไหน รถผมเข้าได้ เพราะมันต้องเดินอีกไกลเลย กว่าจะถึงหน้าถ้ำ เขาบอกว่าจะเอาไปไหว้ ไปบน นี่คือญาติ ผมก็เปิดหลังรถ เขาก็ถาม เพราะหลังรถผมมีท่ออยู่ท่อหนึ่งของผู้ใหญ่เหมือนกัน ผมก็บอกว่านี่คือท่อที่จะเอามาช่วยเด็ก แต่ลงไม่ได้”

“เขาบอกว่างั้นเอาโทรศัพท์มานี่ ผมโทร.ตามเจ้าของเครื่องแล้วเขาไม่กลับมา เขาก็เลยเอาเบอร์ของญาติโทร.ตามแล้วร้องไห้ บอกว่ากลับมาเถอะมาช่วยเด็ก ผู้ใหญ่คุยไปร้องไห้ไป เขาก็เลยวนกลับมา คือถ้าดูในหนังมันจะมีรถของมูลนิธิชัยพัฒนา มันจะมีท่ออีก 10 เครื่องที่จะตามมาจากลพบุรี ตอนแรกมันหารถไม่ได้ ขนไม่ได้ แต่อยู่ดีๆ ระหว่างที่ผู้ใหญ่กลับมาจากแพร่มาหน้าถ้ำก็ยังคิดอยู่ว่าเราจะเอาเข้ายังไง”

“ปรากฏว่าทางนายกอบต.ที่ลพบุรีโทร.มาบอกว่าหารถได้แล้ว เป็นรถจากมูลนิธิชัยพัฒนาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่อนุเคราะห์ให้ขนมา 10 เครื่องรวมกัน พอมาถึงหน้าถ้ำมันเหมือนมีปฏิหาริย์ ทุกอย่างเปิดหมด มีเจ้าหน้าที่มาช่วย มันจะมีหน่วยหนึ่งที่อยู่ในถ้ำ ท่านก็เลยอนุญาตให้ลง เราก็เลยข้ามขั้นตอนต้องไปขอผู้ว่าฯ”

แล้วพอของไปถึงเราไม่ต้องไปคุยกับคนเดิมแล้วเหรอ?
“ไม่คุยแล้ว คุยไม่รู้เรื่อง”

มีคนบางกลุ่มมองว่าเราใจร้อนหรือเปล่า ไปทำอะไรเอง ทำไมไม่ทำตามระเบียบแบบแผน?
“เราเป็นทีมแรกๆ ที่ไปถึง ผมต้องบอกก่อนทีมผมไม่ใช่ทีมที่ทำสำเร็จ ยังมีทีมรังนก ทีมท่อซิ่งนครปฐม และยังมีอีกหลายๆ ทีมที่ช่วยเบี่ยงทางน้ำ เจาะ ทุกอย่างมันเลยสำเร็จได้ ผมพูดตรงๆ ถ้าพูดถึงทีมเหล่านี้ซึ่งออกสื่ออยู่แล้ว เราเห็นกันทุกวัน ณ ตอนนั้น ซึ่งถ้าถามผมว่ารู้จักท่อเทอร์โบเจ็ตมั้ย ผมตอบเลยคน 90% ไม่มีใครรู้จัก”

“ประเด็นนี้ผู้กำกับค่อนข้างทำการบ้าน มองว่าคนกลุ่มนี้น่าจับประเด็นมาทำ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการอะไร ทีมของผม ถ้าคุณสังเกตทีมผมทำเสร็จก็กลับแบบเงียบๆ แค่เผอิญว่าผู้กำกับต้องการหาใครสักคนหนึ่ง รู้สึกว่ามันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทำงานแล้วมันยากลำบากเหลือเกินกว่าจะเข้าไปได้”

“เห้ย…คนกลุ่มนี้น่าเอาไปใช้ เพราะคนทุกกลุ่มเขาออกสื่ออยู่แล้ว แต่มันมีกลุ่มท่อเทอร์โบเจ็ต คือผู้กำกับเขาอยากให้มองเห็นการทำงานของคนอีกกลุ่มหนึ่งกว่าจะผ่านอุปสรรคนั้นทุกคนช่วยกัน แต่ผมย้ำนะครับว่าไม่ใช่ทุกทีมไม่ดี ถ้าผมไม่มีท่อซิ่งพญานาคช่วยรับน้ำจากผมมันอาจจะย้อนกลับมาที่เดิม ถ้าผมไม่มีทีมช่วยเบี่ยงทางน้ำมันก็จะกลับเข้าถ้ำอีก ฉะนั้นทุกทีมช่วยกัน ผมเป็นแค่หนึ่งในนั้นแค่นั้นเอง”

แล้วตอนที่คุณทอมติดต่อมาว่าอยากเอาเรื่องของคุณไปอยู่ในหนัง คุณรู้สึกยังไงบ้าง?
“ผมต้องบอกก่อนว่าผมอยากอยู่เฉยๆ ทำเสร็จผมก็กลับ ผมภูมิใจในตัวผมเองแค่นั้นพอ แต่คุณทอมไปได้เรื่องว่ามีเจ้าของเครื่องเทอร์โบเจ็ตที่เพชรบุรี เขาก็เลยไป ปรากฏว่าผู้ใหญ่บอกว่าผมเล่นไม่ได้ถ้าไม่มีอาจารย์อดิสรณ์ เพราะว่าที่ผมไปได้เพราะอาจารย์อดิสรณ์เป็นคนติดต่อ

สิ่งที่เล่ามา ถ้ามองในมุมบวกก็ดี แต่ถ้ามองในมุมลบคนก็จะดราม่าว่ามันจะทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้คนมองภาพลักษณ์ของหน่วยงานราชการ การจัดการของไทยไม่ดีหรือเปล่า?
“ผมขออนุญาตอธิบายอย่างนี้ คุณเห็นหนังหลายๆ เรื่องในฮอลลีวู้ด คุณเห็นรองประธานนาธิบดีเป็นโจรมั้ย เยอะแยะ ทำไมเอาประเด็นแค่นี้ ผมรู้สึกดีนะที่มีคนถ่ายทอดว่ามีคนใส่ชุดราชการคนหนึ่งที่อีโก้สูงเหลือเกิน ผมไม่ได้ว่าหน่วยงานราชการ ผมบอกก่อนว่าหน่วยงานราชการ 99% เป็นคนดี”

เวลาถ่ายทำตอนนั้นที่เขาเซ็ทขึ้นมาบรรยากาศเหมือนวันจริงไหม?
“ใกล้เคียงครับ ต้องบอกว่าตกใจเหมือนกันพอไปถึงสถานที่ถ่ายทำ จำลองที่จังหวัดสระแก้ว บรรยากาศใกล้เคียงเลย”

พอออกไปแล้วฟีดแบ็กค่อนข้างแรง มีใครติดต่อกลับมาหรือมีโทรศัพท์สายพิเศษมาหาเราบ้างไหม?
“เยอะมากครับ จริงๆ วันนี้ที่บ้านก็เตือนว่าจะไปออกเหรอ แน่ใจเหรอ เพราะว่าถ้ามาวันนี้แล้วก็ไม่รู้จะเกิดไรขึ้น แต่ว่าไม่เป็นไรครับ ความจริงก็คือความจริง

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Siamrathnews.com

Read Previous

“พีเอสไอสาระดี” ช่องสารคดีคุณภาพ ชมฟรี 24 ชั่วโมง

Read Next

แมท ภีรนีย์ ลอยตัวเหนือดราม่า หลังโดนจับตา ถูกลบภาพร่วมเฟรมบ้าน เตชะณรงค์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Loading...